บทความ

นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่ 7,7/2

รูปภาพ
ลุงคำถึงกับปรบมือชื่นชม.."ใช่ครับคุณพันนี่เก่งนะครับ.."พันยิ้มกล่าว.."..แหมลุง..ก็ลุงอธิบายให้ฟังผมตอบไม่ได้ก็โง่เกินทนแล้วละ.."ทั้งคู่สบตากันหัวเราะร่วน..".ไปกันเถอะคุณพัน.เรียบร้อยแล้วครับ..."ลุงคำกล่าวพร้อมหอบอะไรไม่ทราบติดไม้ติดมือมาด้วยหอบใหญ่...ก่อนจะนำมาโรยรอบๆบริเวณที่พัก.."นอมิ...ผงโรยกันแมลง..อย่าลืมโรยรอบๆที่พักด้วยนะครับ.."พร้อมหันมากล่าวกับนอมิ..นอมิพยักหน้ารับคำพร้อมนำผงกันแมลงออกมาโรยรอบๆที่พัก..จนทั่ว..หล่อนโรยเป็นสามชั้น..รอบๆบริเวณ..นาฬิกาข้อมือบอกเวลาห้าโมงเย็นพอดิบพอดี..หม้อสนามสองใบหุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำ..ไม้ง่ามถูกปักสองข้างโดยใช้ไม้ยาวเป็นราวพาดแขวนหูหม้อข้าวสนามอยู่เหนือถ่านไม้ที่เกิดจากฟืนที่เขี่ยออกมาเพื่อหุงข้าว..มื้อนี้ไม่มีอาหารพิเศษ..คงมีเนื้อแห้งและปลากระป๋องเสบียงที่เตรียมมาเท่านั้นเอง..กับน้ำพริกข่ารสเผ็ด..ที่เป็นผงพอคลุกข้าวร้อนๆ..กิน..ยอดมะกอกอ่อน..ถูกเด็ดมากินแกล้มน้ำพริกและปลากระป๋อง..ข้าวเริ่มสุกส่งกลิ่นหอม.."เอ้า..มากินข้าวกันก่อน..ประเดี๋ยวจะได้จัดยามเหมือนเดิม..เดี๋ยวจะไม่ทันฝน.."เสียงลุงคำกล...

. นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่ 7 ผจญอุปสรรค์ 7/1

รูปภาพ
บ่ายแกๆทุกคนก็เดินถึงสันเขาที่สูงตระหง่าน..เล่นเอาทุกคนเหนื่อยหอบเอาการ ลุงคำหยุดหันมากล่าวกับทุกคน.."..เอาละ..เราพักกินข้าวกลางวันที่นี่ก่อน.แล้วค่อยเดินทางต่อ..นี่ก็ได้เวลาแล้ว.." ทุกคนปลดสัมภาระที่แบกมา..มันเหมือนปลดแอกที่พันธณาการตัวเองออก..พันรู้สึกโล่งเบาสบายตัว..หนุ่มเงยหน้าขึ้นหลังจากที่ปลดเป้วางลง..มันถึงกับตาโต...ภาพที่เห็นคือผืนป่าสีเขียวขจี..เมฆหมอกสีขาว..ล่องลอยตัดผ่านยอดเขาสูง..ภาพสายน้ำที่คดเคี้ยวดั่งงูยักษ์ที่ไหลผ่านหุบเขานับร้อยหุบ..คดโค้งเห็นได้ชัดเจน...หนุ่มถึงกับอุทานออกมา.. "โอ้โฮ..สวยจัง..แม่น้ำอะไรนะลุง.."หนุ่มชี้มือลงเบื้องล่างที่มองเห็นสายน้ำคดเคี้ยว..ดูสวยงามยิ่งนัก. ลุงคำยิ้มปากกว้างยิงฟันกล่าวตอบหนุ่ม.."แม่น้ำสาละวิน..ครับ." แม่น้ำสาละวินนั่นเอง...มันเป็นแม่น้ำที่มีต้นกำเนิด.....จากแหล่งกำเนิดเดียวกันกับแม่น้ำโขง...ทางด้านทิศเหนือของประเทศจีน..ที่มีความยาวกว่าสองพันกิโลเมตรจากที่ราบสูงทิเบตในเขตประเทศจีนสู่อ่าวเมาะตะมะในเขตประเทศพม่า..อีกทั้งมีแม่น้ำสาขาสายสำคัญหลายสายได้นำพาสายน้ำและความอุดมสมบูรณ์แม่น้ำสาละวินไหลผ่านเข้าสู่...

นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก, ตอนที่ 6 ผจญป่าดงดิบ

."หนานคำกล่าว..พร้อมชี้มือไปเบื้องหน้า..อธิบาย.."แน่ใจรึหนาน.."พันสอบถาม..เพื่อความมั่นใจ..หนานหล้าพยักหน้ากล่าว.."ครับพี่พัน..ดูจากรอยเท้า..ไปไม่นานพี่..เดี๋ยวผมเช็คเพื่อความมั่นใจ.."หนานหล้ากล่าว..พร้อมแนบแก้มลงกับพื้น..ก่อนจะขมวดคิ้ว..เงยหน้าขึ้นมองหน้าพัน..ส่ายหน้าไปมา.."มีไรหนาน..ตกลง..ว่าไง.." พันสงสัยอาการหนานหล้า..มันรีบถาม.."พี่พัน..มันคงจะเข้าช่องเขาข้างหน้า..ตอนนี้ยังไม่พ้นดงหญ้าคา..เดี๋ยวผมเช็คอีกครั้ง.."กล่าวพลางปลดเป้หลัง..พร้อมปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่อย่างคล่องแคล่ว..ว่องไว..ไม่นานหนานหล้าก็ถึงยอดไม้..หากิ่งเหมาะๆ..พร้อมยกกล้องส่องทางไกลขึ้นส่องตามเส้นทางที่มันได้ยินเสียง..ภาพที่เห็นคือกลุ่มคนที่คาดว่าน่าจะเป็นขบวนคาราวานขนยาเสพติด..หนานหล้าพยายามปรับความชัดและวัดระยะ..คนสุดท้ายเริ่มจะเดินพ้นแนวป่าหญ้าคาเข้าสู่ป่าสนสามใบ..เพื่อลัดเลาะตัดเข้าสู่เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน..หนานหล้ากัดฟันกรอด..ละกล้องลงสองมือจิกเปลือกไม้แน่น..มันสูดลมหายใจเข้าปอดข่มสติอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน...แล้วรีบลงมา..กล่าว..."น่าจะเป็นขบวนคาราวานยา..มาเกือบยี่...

นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่ 5, 5-5

ให้ตายเถอะมันคล้ายกับเป็นแวมไพร์หากมันมองเห็นในตอนนี้มันคงต้องตะลึงตาค้างเพราะเงาทะมึนดำที่ว่า.มันเหมือนนกยักษ์ที่กางปีกบดบังแสงจันทราที่ส่องสกาวลงสู่พื้นดิน..ในเงามืดที่ถูกปีกใหญ่บดบังบังเกิดกลิ่นเหม็นสาบดั่งซากศพมันไม่ใช่นก..แต่หากมีร่างเป็นมนุษย์ มีผ้าคลุมร่าง...ไอ้ปีกที่เป็นดั่งเงาบดบังแสงจันทร์กลับเป็นผ้า..ผ้าห่อคลุมกาย...หรือมันจะเป็นผีดิบดูดเลือด..ที่เขาเรียกกันว่า....แวมไพร์ มีการเล่าขานสืบต่อกันมาในโลกตะวันตกที่กล่าวถึงผีดิบดูดเลือดตนนี้ว่า...แวมไพร์คือผีในรูปแบบปีศาจ, เหยื่อฆ่าตัวตาย, หรือผู้ใช้เวทมนตร์คาถา หรือถูกสร้างมาด้วยอำนาจวิญญาณความชั่วร้ายที่ครอบงำศพ หรือถูกกัดโดยแวมไพร์ ความเชื่อต่าง ๆ ในตำนานกระจายไปทั่วท้องที่ที่ก่อให้เกิดความผวาหวาดกลัว ยากที่จะอธิบายถึงความหมายเพียงความหมายเดียวของความเชื่อเรื่องแวมไพร์ บางตำนานในยุโรป แวมไพร์มักมีการรายงานว่ามีลักษณะพอง มีเนื้อหนังเป็นสีม่วงหรือเข้ม จากลักษณะนี้ทำให้มีมีคุณสมบัติที่จะดื่มเลือด ซึ่งเลือดมักจะซึมออกจากปากหรือจมูกเมื่อพบในผ้าห่อศพหรือโลงศพ และมักมีตาซ้ายเปิด มักแต่งตัวในผ้าห่อศพจากผ้าลินิน และมีฟัน ผมและเล็บงอ...

นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่ 5, 5-4

เป็นองค์พระแก้วโป่งข่ามที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกซึ่ง..น้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้าน ชาวบ้านได้ขุดเอาหินแก้วโป่งข่ามจากแหล่งแก้วศักดิ์สิทธิ์นี้ นำมาเจียระไน โดยอาศัยประสบการณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา ก่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้แก่คนในชุมชนจนกลายเป็นอุตสาหกรรมประจำ เมื่ออยู่ภายใต้ผิวดิน แก้วโป่งข่ามสามารถที่จะดูดขับพลังงานจากธรรมชาติได้ ตลอดจนแสดงพลังงานออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปจนคนโบราณสังเกตพบ และกำหนดชื่อเรียกขานแก้วแบบนั้นๆ ตามลักษณะ และรูปแบบพลังงานที่แสดงออกมา เช่น..แก้วขนเหล็ก เป็นแก้วโป่งข่ามที่มีความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่โป่งข่ามด้วยกัน... แก้วขนเหล็ก ในบรรดาแก้วขนเหล็กนั้นก็จะแยกออกเป็นสองแบบ คือ แก้วน้ำใส เนื้อแก้วเป็นสีขาวใส และแก้วน้ำตัน เนื้อแก้วสีขุ่น เชื่อกันว่าอัญมณีทั้งสองชนิดนี้ต่างก็มีพลังดึงดูดซึ่งกันและกัน โดยแก้วน้ำใสนั้นคนโบราณจะเรียกว่า “แก้วตัวผู้” ส่วนแก้วน้ำตันนั้น คนโบราณจะเรียกว่า “แก้วตัวเมีย” ทั้งสองต่างมีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านโชคลาภ อำนาจ บารมี และความคงกระพัน พลังของอัญมณีแก้วขนเหล็กจะบันดาลให้ผู้ครอบคร...

. นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่ 5, 5-3

พันและลุงคำรู้สึกถูกคอกันอย่างยิ่ง...ลุงคำแกมองซ้ายมองขวา..ค่อยๆกระซิบกล่าว.."เมื่อเย็นผมไม่กล้าพูด..ผมกลัวทุกคนจะกลัว.ผมเลยนิ่งไว้..แต่ไม่ต้องห่วงทุกอย่างผมกันไว้หมด.." พันยิ้มพยักหน้ารับ..กล่าว.."แบ้วลุงคำไม่กลัวว่าผมจะกลัวรึ.."ลุงคำยิ้มปากกว้าง..ก่อนกระซิบกระซาบ..อีกรอบ..".ผมรู้คุณพันไม่กลัว..ผมเลยกล้าบอก.." พันพยักหน้าถามต่อ.."มันคืออะไรครับลุง..."ลุงคำส่ายหน้ากล่าว.."ผมไม่มั่นใจ..แต่รู้ว่ามันแรงพอสมควร..แต่ผมได้วางป้องกันรอบๆบริเวณไว้หมด..ต่อให้มีปีกบินเข้ามาก็ทำอะไรไม่ได้...มันคล้ายมนต์สะกดครับคุณ..แต่เป็นมนต์สะกดของภูต..." พันทำตาโต...กล่าวทวนคำ..."ภูต.."..ลุงคำพยักหน้ากล่าว.."ใช่ครับ..ภูต..ภูตที่มีมนต์สะกด..มันร้ายพอควร..ผมเคยได้ยินแต่คำบอกเล่าของครูบาอาจารย์ว่ามี...แต่ส่วนตัวผมไม่เคยเจอหรอก.."พันทำหน้าสงสัยกล่าวออกมา.."อ้าว..ลุงไม่เคยเจอแล้วรู้ได้ไงว่าเป็นมัน..และจะป้องกันมันยังไง.."ลุงคำยิ้ม..กล่าว..."ครูบาอาจารย์สอนและแนะนำเล่าให้ฟังครับถึง..วิธีการสังเกตุ.วิธีการป้องกัน..และ.วิธีการปราบ.....

นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่ 5, 5-2

อีกตัวถูกสับเป็นชิ้นๆมารวมกับขาปีกและคอ..หนานหล้าเดินหายลับเข้าไปในป่าริมธารพร้อมเครื่องใน..ไม่นานก็ออกมาพร้อมเครื่องในที่ผ่าทำความสะอาดเรียบร้อย..ในมือเพิ่มกระเพราป่าสีเขียวผสมม่วงมากำใหญ่..ไก่ป่าทั้งสามถูกหนีบใส่ไม้ไผ่..ย่างไฟอ่อนๆ..ส่งกลิ่นหอมฉุย..ล่อน้ำลาย..หม้อสนามถูกตั้งไฟ..ไขมันไก่ช่วงคอ ช่องท้อง..และก้นถูกตัดออกโยนใส่หม้อสนามเจียวจนน้ำมันออกมา..พริกแกงถูกใส่ลงไปผัดจนส่งกลิ่นฉุนหอม..บางคนได้กลิ่นทนไม่ได้ต้องจามออกมา...พอได้ที่..หนานหล้าเทไก่สับลงไป..คนจนทั่ว..ใส่เกลือป่นชูรส..เทน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อยเพื่อให้มีน้ำขลุกขลิก..หนานหล้าปล่อยทิ้งไว้สักพักจนสุกก่อนจะยกลง..ใบกระเพราป่าถูกหนานหล้าขยุ้มโยนใส่ลงไปในหม้อสนาม..ไม่นาน..อาหารเย็นก็เสร็จเรียบร้อย.ทั้งหมดก็ล้อมวงทานมื้อเย็นในป่ามื้อแรก..คำแรกที่ได้สัมผัสกับลิ้น..รสออกเผ็ดร้อน...เนื้อติดหนังที่กรุบๆ..มันสุดแสนจะอร่อย..ไก่ย่างหนังกรอบ..ส่งกลิ่นหอมไม่แพ้แกงป่าคั่วไก่...หนุ่มกินไปยกมือปาดเหงื่อไป..นอมิดูน่าสงสารกว่าใครๆ..ปากเล็กๆของหล่อนแดงเพราะความเผ็ด..มันร้อนขึ้นมาจนหน้าหล่อนแดงลามไปจรดใบหู..แต่ยิ่งเผ็ดก็ยิ่งกิน..ยิ่งกินก็ยิ่งอร่อย...