. นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่ 7 ผจญอุปสรรค์ 7/1
บ่ายแกๆทุกคนก็เดินถึงสันเขาที่สูงตระหง่าน..เล่นเอาทุกคนเหนื่อยหอบเอาการ ลุงคำหยุดหันมากล่าวกับทุกคน.."..เอาละ..เราพักกินข้าวกลางวันที่นี่ก่อน.แล้วค่อยเดินทางต่อ..นี่ก็ได้เวลาแล้ว.." ทุกคนปลดสัมภาระที่แบกมา..มันเหมือนปลดแอกที่พันธณาการตัวเองออก..พันรู้สึกโล่งเบาสบายตัว..หนุ่มเงยหน้าขึ้นหลังจากที่ปลดเป้วางลง..มันถึงกับตาโต...ภาพที่เห็นคือผืนป่าสีเขียวขจี..เมฆหมอกสีขาว..ล่องลอยตัดผ่านยอดเขาสูง..ภาพสายน้ำที่คดเคี้ยวดั่งงูยักษ์ที่ไหลผ่านหุบเขานับร้อยหุบ..คดโค้งเห็นได้ชัดเจน...หนุ่มถึงกับอุทานออกมา.. "โอ้โฮ..สวยจัง..แม่น้ำอะไรนะลุง.."หนุ่มชี้มือลงเบื้องล่างที่มองเห็นสายน้ำคดเคี้ยว..ดูสวยงามยิ่งนัก. ลุงคำยิ้มปากกว้างยิงฟันกล่าวตอบหนุ่ม.."แม่น้ำสาละวิน..ครับ." แม่น้ำสาละวินนั่นเอง...มันเป็นแม่น้ำที่มีต้นกำเนิด.....จากแหล่งกำเนิดเดียวกันกับแม่น้ำโขง...ทางด้านทิศเหนือของประเทศจีน..ที่มีความยาวกว่าสองพันกิโลเมตรจากที่ราบสูงทิเบตในเขตประเทศจีนสู่อ่าวเมาะตะมะในเขตประเทศพม่า..อีกทั้งมีแม่น้ำสาขาสายสำคัญหลายสายได้นำพาสายน้ำและความอุดมสมบูรณ์แม่น้ำสาละวินไหลผ่านเข้าสู่...รัฐฉาน รัฐคะยา และรัฐกะเหรี่ยง โดยมีแม่น้ำสาขาหลายสายไหลลงมาบรรจบรวมเป็นแม่น้ำสาละวินทำให้มันกว้างใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไหลผ่านเขตรัฐฉาน แม่น้ำปางซึ่งมีต้นกำเนิดจากเขตรอยต่อระหว่างภาคกลางและภาคเหนือของรัฐฉานไหลมารวมกับ "แม่น้ำคง"ซึ่ง....เป็นชื่อเรียกแม่น้ำสาละวินในภาษาไทยใหญ่ในเขตกุ๋นฮิง หลังจากนั้นจึงไหลผ่านผืนป่า เกิดเป็นเกาะแก่งมากมาย จนได้ชื่อว่า "กุ๋นเหง" หรือ เมืองพันเกาะ พม่าเรียกเพี้ยนเป็น "กุ๋นฮิง"ซึ่งมีระบบนิเวศน์หลากหลาย มีพันธุ์ปลาหลายชนิด สามารถจับได้ตลอดทั้งปี เป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์"ที่แม่น้ำนี้มีปลามากมายจนจับไม่ไหว ชาวบ้านจะพากันไปจับปลาในแม่น้ำ จับได้ง่ายมาก ในช่วงฤดูฝน น้ำจากแม่น้ำจะค่อยๆ สูงขึ้นจนท่วมเข้ามาในที่นา ทำให้ปลาจากแม่น้ำเข้ามาอยู่ในที่นาแค่ใช้ตาข่ายดักจับก็สามารถได้ปลาเยอะแยะ ยังมีกุ้งและสัตว์น้ำ มากมายให้ชาวบ้านได้จับกินจับขาย"ลุงคำกล่าวต่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำสาละวิน.."มันไหลผ่านรัฐฉานเรื่อยลงมาจนถึงชายแดนไทย-พม่า แม่น้ำสาละวินจะวกกลับเข้าไปในเขตประเทศพม่าอีกครั้ง ผ่านรัฐคะยาและรัฐกะเหรี่ยง ระหว่างการเดินทางไกลสู่ปากแม่น้ำในรัฐมอญ..นับว่าเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงพม่า... "อาหารมื้อเที่ยงที่แสนจะอร่อยเนื่องเพราะความหิวหรืออะไรก็ไม่อาจจะทราบได้..แต่ที่แน่ๆคือบรรยากาศรอบๆตัวมันเพิ่มอรรถรสในการกินท่ามกลางป่าเขา..ลุงคำขยับกายหลังจากอิ่มหนำสำราญกันทุกคน..แกมวนใบยายัดเข้าปาก..จุดไฟ..ดูดยาเส้นก่อนพ่นควันขาวล่องลอยตามสายลม...ก่อนจะมองสำรวจทุกคน ว่าพร้อมที่จะเดินทางหรือยัง..ก่อนจะหันมาคว้าเป้ยกแบกสะพายขึ้นหลังพร้อมหันมากล่าวกับทุกคน.."เอาละครับ..เดี๋ยวเราต้องรีบเดินทางต่อแล้วครับ..ช้าไม่ได้.." ก่อนที่ลุงคำจะสาวเท้าเดินเข้าไปหาพัน..พันยิ้มพยักหน้าให้ลุงคำทั้งคู่เดินเคียงคู่กันล่วงหน้าไปก่อน..โดยมีทุกคนเดินตามมาไม่ห่าง..พันสังเกตุอาการของลุงคำดูแกเร่งร้อน ในการเดินหลังจากกินข้าวเสร็จ..สีหน้าของลุงคำที่บ่งบอกว่ากังวลใจ..ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของพันได้.. พันเดินไปเรียบเคียงกล่าวถามขึ้น.."มีอะไรครับลุงถึงได้เร่งขนาดนั้น.."พันกล่าวเบาๆ..สอบถามอดีต ตชด. ลุงคำจุดยาเส้นที่มวนด้วยใบตองกล้วยตากแห้งเจียรมามวนแทนกระดาษกล่าว.."ผมกลัวฝนครับ.."พันขมวดคิ้ว..กล่าวอย่างสงสัย.."ฝนรึลุง..ไม่เห็นมีเค้าเลย..ฝนอะไร.."พันกล่าวพร้อมทำหน้าสงสัยเมื่อมันมองขึ้นบนท้องฟ้าที่โปร่งโล่ง..แดดออกจะจ้าด้วยซ้ำ..ดีที่ป่าแห่งนี้มันมีไว้ใหญ่ช่วยบังทำให้ไม่ร้อนมาก.."เป็นไปได้ไงครับลุง.."...พันกล่าวถามด้วยความสงสัย...ลุงคำยิ้มๆกล่าว."คุณพันไม่สังเกตุรึครับ..อากาศวันนี้มันร้อนอบอ้าว..ลมแทบจะไม่มีพัดแม้แต่น้อย.นกเหยี่ยว..นกแร้งบินวนว่อน...แถมมดคาบไข่..ผมจึงเร่งพวกเราให้รีบขึ้นมาบนสันเขาก่อนเผื่อฝนตกลงมาเราอาจจะถูกน้ำป่าถล่มเอา.."ลุงคำกล่าวอย่างมีเหตุผล..พันพยักหน้า..เพราะมันก็เคยได้ยินคนโบราณกล่าว..จึงรีบสั่งบขวนรีบเดินทาง..เพื่อให้พ้นแนวเขตมรสุมที่จะพัดผ่าน..หลบให้พ้นทาง..เกือบสี่โมงเย็น..ทั้งหมดก็มาหยุดบริเวณสันดอยด้านท้ายก่อนจะลงแล้วอ้อมภูสูงเบื้องหน้า..ตัดลงสู่แม่น้ำสาละวินลัดเลาะเลียบริมฝั่ง.ถึงแยกแม่น้ำเมยที่ไหลลงแม่น้ำสาละวิน...ตัดเข้าสู่เมืองยอน..แหล่งผลิตยานรกแหล่งใหญ่ตามข่าวที่เล่าซาให้ไว้.."เอาละ..เราพักกันตรงนี้เดี๋ยวผมจะเข้าสำรวจบริเวณรอบๆ..เผื่อจะมีที่พัก..หลบฝนได้บ้าง..."ลุงคำกล่าวกับทีม..พันรีบกล่าว.."ผมไปด้วยครับลุง.."ลุงคำพยักหน้า..แล้วหยุดรอพัน..พันรีบเดินเคียงข้างลุงคำ..ลุงคำแกชำนาญการสังเกตุสิ่งต่างๆรอบๆบริเวณ..ลุงคำแกอธิบายหลักการสังเกตุต่างๆให้พัน..ลุงคำมองดูท้องฟ้าสีเเดงทางทิศตะวันตกกล่าว.."ดูท้องฟ้าสิครับสีแดงเพลิง.. คุณพันเคยได้ยินไหม..กลอนที่เขาท่องในวัยเด็ก.."พันส่ายหน้าหัวร่อกล่าว.."555ไม่มั่นใจครับลุง..มันว่ายังไงหรือครับ.."ลุงคำยิ้มพลางโคลงหัวไปมากล่าวเป็นกลอน..อย่างน่าฟัง.. “ท้องฟ้าสีเพลิงยามราตรี กะลาสีสำราญใจ ท้องฟ้าสีเพลิงยามอาทิตย์อุทัย กะลาสีพึงจำไว้พายุมา” พันและหนุ่มถึงกับปรบมือกล่าว.."สุดยอดครับลุง..ผมเพิ่งจะรู้ครับ.."ลุงคำกล่าวต่อ...ถ้าหากคุณเห็นท้องฟ้าสีแดงในตอนพระอาทิตย์ตก นั่นคือมีความกดอากาศสูงที่มาพร้อมลมหนาวกำลังพัดหอบอนุภาคฝุ่นผงในอากาศ ทำให้ท้องฟ้าดูเป็นสีแดง และเนื่องจากกระแสลมกรดและการเคลื่อนไหวของแนวความกดอากาศมักจะเคลื่อนที่จากทางทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก จึงแสดงว่าลมแล้งหนาวกำลังพัดมาหาคุณท้องฟ้าเป็นสีแดงในเวลาเช้า หมายถึงลมแล้งนั้นได้พัดผ่านคุณไปแล้ว และที่ตามมาข้างหลัง ก็คือความกดอากาศต่ำที่นำพาความชื้นมาด้วย..." พันพยักหน้าไม่น่าเชื่อว่าลุงคำจะอธิบายเป็นหลักการวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกหลัก..."อีกอย่างนะครับคุฯพัน..ครับ..การที่เรามองหารุ้งกินน้ำทางทิศตะวันตก. นี่ก็เป็นผลมาจากแสงแดดยามเช้าจากทางทิศตะวันออกส่องไปกระทบความชื้นทางทิศตะวันตก แนวพายุขนาดใหญ่ในทางซีกโลกด้านเหนือนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะพัดจากทางทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกและการเกิดรุ้งกินน้ำทางทิศตะวันตกก็ย่อมหมายถึงความชื้นซึ่งอาจกลายเป็นฝนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ในทางตรงกันข้าม รุ้งกินน้ำที่เกิดทางทิศตะวันออกในตอนพระอาทิตย์ตกหมายความว่าฝนกำลังเคลื่อนออกไปและคุณสามารถนั่งรอฟ้าใสในวันรุ่งขึ้นได้ จำไว้ว่า รุ้งกินน้ำยามรุ่งสาง ถอยห่างมาฟังคำเตือน"ลุงคำกล่าวเป็นบทกลอนได้อย่างน่าฟัง...พันมองหน้าอดีต ตชด. มันรู้สึกทึ่ง..ในความสามารถของลุงคำ..มันดีใจที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับลุงคำ..และนึกขอบคุณเล่าซา...ที่จัดทีมได้อย่างลงตัว.ระหว่างทั้งคู่หาที่พักผ่อนในคืนนี้..โดยที่คนอื่นๆก็ช่วยกันตระเตรียมหาฟืน..พันมันยังไม่หายสงสัยจึงได้เอ่ยถามขึ้นอีกเพื่อความกระจ่าง.....".เอ่อ...ลุงครับ..อีกข้อลุง..แล้วกลางคืนเราจะสังเกตุอย่างไรหรือครับลุง.".สังเกตดวงจันทร์.ไงครับ ถ้ามันมีสีออกแดงหรือซีด แสดงว่าท้องฟ้ามีฝุ่นละออง แต่หากดวงจันทร์สว่างไสวและเห็นได้คมชัด มันก็น่าจะเป็นเพราะความกดอากาศต่ำได้กวาดฝุ่นละอองในอากาศออกไปและความกดอากาศก็หมายถึงฝน.หากเกิดพระจันทร์ทรงกลด ซึ่งมันเกิดจากแสงส่องผ่านเมฆ สามารถบ่งบอกได้ว่าจะมีฝนตกภายในสามวันข้างหน้าเหมือนคำโบราณที่ว่า ..จันทร์มีวงล้อมรอบ หอบฝนมา.....”ลุงคำกล่าว..แบบมีหลักการอีก..พันยิ้มชื่นชมลุงคำ..พร้อมกล่าว.."ลุงคำไม่ธรรมดาจริงๆนะครับ.."ลุงคำยิ้มกล่าว."อะไรครับไม่ธรรมดา.."พันยิ้มกล่าว.."ก็อธิบายเป็นหลักวิทยาศาสตร์"ลุงคำยิ้มกล่าว.."อ้อครับ..ความรู้สมัยเรียนวิทยาลัยครูแนะครับ.55..ผมเรียนตอนติดสิบตำรวจเอก..กะว่าจะเป็นครูตชด.แต่สุดท้ายก็ไม่จบ.55"พันมองหน้าลุงคำกล่าว..อย่างสงสัย.เกาหัวยิกๆ."อ้าว..ทำไมละครับ..ลุง...อยู่ๆก็เลิกเรียนซะงั้น..."ลุงคำยิ้ม..มองมาที่พัน. ลุงคำกล่าว.."ช่วงนั้นมีการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ ทางภาคเหนือ..ผมจึงตัดสินใจเลิกเรียน..ออกมาอยู่ฐานปฏิบัติการแถวน่าน.."พันพยักหน้ายิ้มอย่างเข้าใจ..กล่าว." แถวห้วยโก๋น ภูพยัคฆ์หรือเปล่าครับลุง..." ลุงคำพยักหน้ากล่าว..ใช่ครับ..แถบทุ่งช้าง..ห้วยโก๋น ภูพยัคฆ์ น้ำรี..น้ำช้าง..ถิ่นเก่าผม..โน่น..ยาวไปยันสองแคว จรดเมืองพะเยา .." ชีวิตลุงคำอยู่แต่กับป่ากับดอย..จึงทำให้แกคุ้นเคยกับการดำรงชีวิตในป่าเสียมากกว่าในเมือง..พันคิดถึงสมัยที่ตนเอง..เข้าทำงานที่น่าน..เป็นผลพวงจากคนไทย..ที่เข่นฆ่ากันเองเพราะอุดมการณ์ทางความคิดที่สวนทางกัน..นักศึกษาจับปืนเข้าป่า..เพื่อต่อต้านอำนาจรัฐที่มุ่งเน้นเผด็จการ..สั่งปราบปราบระบอบลัทธิคอมมิวส์นิต..พันนึกแล้วก็สลดใจ..มันจึงหันเห..กลับมาถามเรื่องเดิม.."ลุงคำครับ..ผมเคยเห็นเขาบอกว่าดูลม..แล้ววิธีการดูลมละครับ..เขาดูกันยังไง..."ลุงคำกล่าวโดยที่ไม่มองมาทางพัน..แกยังคงเร่งมือ..ทำโน่นนี่..แต่ปากก็กล่าวอธิบาย..ให้พันฟัง...."หลักการดูลมมันง่ายมากครับ.." "ง่ายๆ..ยังไงลุง..คล้ายกับที่สนามบินเขาต้องมีที่ดูทิศทางลมใช่ไหมครับ.." ลุงคำพยักหน้ากล่าว.." ครับๆ.คล้ายๆกัน..วิธีทำของผม..ง่ายๆครับ ใช้วิธีโปรยเศษหญ้าขึ้นไปในอากาศแล้วดูทิศทางที่มันร่วงปลิว ลมตะวันออกซึ่งพัดมาจากทางทิศตะวันออกนั้นชี้ว่ามีพายุเข้า ลมตะวันตกหมายถึงอากาศดี ลมพัดแรงแสดงถึงความแตกต่างของความกดอากาศมีสูง ซึ่งเป็นสัญญาณของแนวลมพายุ...การก่อกองไฟ. ควันควรจะลอยขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากควันลอยเป็นเกลียวและลดระดับต่ำ นั่นเกิดจากความกดอากาศต่ำ แสดงว่าฝนกำลังตั้งเค้ามา...อีกอย่าง...ตรวจดูน้ำค้างบนยอดหญ้าในตอนเช้า. หากหญ้าแห้ง แสดงว่ามีเมฆหรือลมแรงซึ่งก็คือฝนกำลังจะมานั่นเอง ถ้าเกิดน้ำค้างวันนั้นก็มีสิทธิฝนไม่ตก .."แกกล่าวพร้อมมองเห็นชะง่อนพอที่จะทำเป็นเพิงพัก..สำหรับสิบคนได้สบายๆ..มันเป็นเว้าเข้าไปคล้ายถ้ำ..แต่ไม่ลึกมากนัก..มองคร่าวๆสักสี่เมตรกว่าๆเห็นจะได้แต่เป็นร่องแนวยาว..เกือบสิบห้าเมตร.."คุณพันครับ..ต้องช่วยผมแล้วแหละ..เดี๋ยวผมส่งสัญญาณเรียกพวกเรามา..เราจะพักกันที่นี่คืนนี้.."จากนั้นแกก็เป่าปากเสียงหวีดๆสามครั้ง..แล้วมีเสียงตอบกลับมา..ไม่ถึงสิบนาทีทั้งหมดก็มาถึงเพิงหิน..โดยพร้อมเพียงกัน.."เราจะพักกันที่นี่..สามคนเอ็งไปตัดไม้มาทำเสาสักยี่สิบต้น..เอาต้นขนาดแขนก็คงพอ...ยาวห้าเมตรด่วนเลย..หนานหล้า..จัดการขุดร่องน้ำด้านในสุดติดผนัง..ให้ลึกสักศอก.หรือมากกว่านั้นทำไล่ระดับออกทั้งสองข้าง..ๆ.แล้วให้ระบายออกข้างนอก..ทั้งหมดเอาผ้ากันฝนออกมาเตรียมไว้..คุณไกร คุณหนุ่มดูแลการสร้างเพิงนะครับ..ผมกับคุณพันจะออกไปหาฟืนและตรวจดูรอบๆ..ต้องให้เสร็จก่อนห้าโมงเย็นนะครับ.."ลุงคำกล่าวพร้อมชวนพันออกมาเพื้อสำรวจรอบๆพร้อมหาฟืนกลับเข้ามาพร้อม...ไม่นานเพิงไม้ก็ถูกสร้างขึ้นต่อจากชะง่อนซอกหินจนเสร็จ..ผ้ากันฝนและใบไม้ถูกทำเป็นหลังคา..กันฝนสาดและทำเอียงลาดลง..ให้น้ำไหลสะดวก..กองฟืนที่พอหาได้จากบริเวณรอบๆก็ถูกนำมากองเทินไว้ด้านใน..ท้องฟ้ายังคงแจ่มใสมิน่าจะมีฝนตกแต่อย่างไร..พันยังนึกสงสัย..ลุงคำแกจะวิตกจริตเกินไปหรือไม่..ฝูงนกนางแอ่นบินว่อนเต็มท้องฟ้าไปหมดร้องเสียงเจี๊ยวจ๊าวน่ารำคาญ..ลุงคำแกไม่พูดไม่จา..เดินตรวจเพิงและร่องน้ำที่ให้ทุกคนช่วยกันทำเพื่อดูความเรียบร้อยอีกครั้ง....
"มาแน่รึครับลุง..ฝนคืนนี้.."พันถาม..ลุงคำ..ผู้รอบรู้แห่งขุนเขา..แถบภาคเหนือ..ลุงคำพยักหน้ากล่าว.."ครับ..แถมไม่ธรรมดาเสียด้วย..น่าจะระดับพายุเลยละ..คุณพันดูสิ.."ลุงคำกล่าวพร้อมชี้มือไปทางทิศตะวันตกฟ้าเริ่มแดงฉานปานตะวันเดือด..เป็นมีสีเหลืองส้มฉาบไล่เป็นชั้นๆ.."คุณพันเคยได้ยินคำว่า...อุกาฟ้าเหลืองไหม.."พันพยักหน้าผงกหัวกล่าวครับเคยครับลุง.."เช่นตอนเกิดคลื่นยักษ์ซึนามิ...ชายชราชาวมอแกนที่รอดชีวิตกล่าวถึง..อุกาฟ้าเหลือง..ชาวทะเลก็ถือหลักการนี้.."พันกล่าว..ลุงคำพยักหน้ากล่าว.."ครับใช่..ครับ.อุกาฟ้าเหลือง..ชื่อมันอุกาฟัาเหลือง..แต่ไม่ใช่สีเหลือง..หากเป็นสีส้มออกแดง.. คนโบราณเชื่อกันว่า ถ้าท้องฟ้ากลายเป็นสีเหลืองเข้มออกแดงแบบที่เรียกว่าอุกาฟ้าเหลือง จะเกิดมหันตภัยทางธรรมชาติในเร็ววันชาวทะเลจะไม่มีวันยอมออกเรือเลยเพราะกลัวพายุใหญ่และมรสุมสัญญาณเตือนภัยโบราณหากเราจะอธิบายที่เป็นวิทยาศาสตร์คุณพันรู้ไหมครับจะอธิบายยังไง.."ลุงคำหันมากล่าวเชิงวิชาการ..พันหัวเราะยิ้มกล่าว.."555ลุง..ผมก็ใช่ย่อยนะขอบอก.."ลุงคำก็หัวเราะ.. สิ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า อุกาฟ้าเหลืองนั้นมันเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งจะเกิดเมื่อมีพายุฝนฟ้าคะนอง.." 55ผมเชื่อ..คุณพัน..คุณมันสุดยอดอยู่แล้ว.."พันยิ้ม..กล่าว.."ผมโม้น่าลุง..แต่ผมคิดว่ามันเป็นแบบนี้เพราะ.. ในเวลานี้ด้านโน้น..ท้องฟ้าจะมีเฆมชั้นต่ำมาก เมฆชั้นต่ำจะมีไอน้ำมาเกาะอยู่อย่างหนาแน่น ทำให้เกิดความชื้นสูง เมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงกระทบละอองไอน้ำเหล่านี้มาสู่ตาเรา ละอองน้ำจะหักเหแสงสีแดงสู่ระบบการมองเห็นของเรา ท้องฟ้าก็กลายเป็นสีแดงส้ม มันเกี่ยวกับการหักเหของแสง..คล้ายๆปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำ..นะครับ..555 ไม่รู้จะถูกรึเปล่า..."พันกล่าวอธิบายเป็นฉากๆ..
"มาแน่รึครับลุง..ฝนคืนนี้.."พันถาม..ลุงคำ..ผู้รอบรู้แห่งขุนเขา..แถบภาคเหนือ..ลุงคำพยักหน้ากล่าว.."ครับ..แถมไม่ธรรมดาเสียด้วย..น่าจะระดับพายุเลยละ..คุณพันดูสิ.."ลุงคำกล่าวพร้อมชี้มือไปทางทิศตะวันตกฟ้าเริ่มแดงฉานปานตะวันเดือด..เป็นมีสีเหลืองส้มฉาบไล่เป็นชั้นๆ.."คุณพันเคยได้ยินคำว่า...อุกาฟ้าเหลืองไหม.."พันพยักหน้าผงกหัวกล่าวครับเคยครับลุง.."เช่นตอนเกิดคลื่นยักษ์ซึนามิ...ชายชราชาวมอแกนที่รอดชีวิตกล่าวถึง..อุกาฟ้าเหลือง..ชาวทะเลก็ถือหลักการนี้.."พันกล่าว..ลุงคำพยักหน้ากล่าว.."ครับใช่..ครับ.อุกาฟ้าเหลือง..ชื่อมันอุกาฟัาเหลือง..แต่ไม่ใช่สีเหลือง..หากเป็นสีส้มออกแดง.. คนโบราณเชื่อกันว่า ถ้าท้องฟ้ากลายเป็นสีเหลืองเข้มออกแดงแบบที่เรียกว่าอุกาฟ้าเหลือง จะเกิดมหันตภัยทางธรรมชาติในเร็ววันชาวทะเลจะไม่มีวันยอมออกเรือเลยเพราะกลัวพายุใหญ่และมรสุมสัญญาณเตือนภัยโบราณหากเราจะอธิบายที่เป็นวิทยาศาสตร์คุณพันรู้ไหมครับจะอธิบายยังไง.."ลุงคำหันมากล่าวเชิงวิชาการ..พันหัวเราะยิ้มกล่าว.."555ลุง..ผมก็ใช่ย่อยนะขอบอก.."ลุงคำก็หัวเราะ.. สิ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า อุกาฟ้าเหลืองนั้นมันเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งจะเกิดเมื่อมีพายุฝนฟ้าคะนอง.." 55ผมเชื่อ..คุณพัน..คุณมันสุดยอดอยู่แล้ว.."พันยิ้ม..กล่าว.."ผมโม้น่าลุง..แต่ผมคิดว่ามันเป็นแบบนี้เพราะ.. ในเวลานี้ด้านโน้น..ท้องฟ้าจะมีเฆมชั้นต่ำมาก เมฆชั้นต่ำจะมีไอน้ำมาเกาะอยู่อย่างหนาแน่น ทำให้เกิดความชื้นสูง เมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงกระทบละอองไอน้ำเหล่านี้มาสู่ตาเรา ละอองน้ำจะหักเหแสงสีแดงสู่ระบบการมองเห็นของเรา ท้องฟ้าก็กลายเป็นสีแดงส้ม มันเกี่ยวกับการหักเหของแสง..คล้ายๆปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำ..นะครับ..555 ไม่รู้จะถูกรึเปล่า..."พันกล่าวอธิบายเป็นฉากๆ..
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น