นิยายภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่12 / 2 เพชรฆาตเย็น
เทือกเขาแดนลาว..แม้จะมีจุดที่สูงที่สุดอยู่ในประเทศไทย..แต่เป็นเทือกเขาที่สลับซับซ้อนทอดยาวเฉียงขึ้นไปจนถึง..รํฐฉาน..พันปีนป่ายเขาได้คล่องแคล่วเพราะตลอดเวลาที่รับราชการ..เขาอยู่กับการเดินป่าเดินเขามากเสียกว่าการอยู่ในเมือง..มันเหมือนเสพติดธรรมชาติ..ที่ไม่สามารถแยกจากกันได้..พันหลงไหลในป่า..ภูเขา..ลำธาร..เขามีความสุขกับการได้ปีนป่าย..ไปจนถึงยอดดอย..แล้วมองลงมาด้วยความภาคภูมิใจ..ครั้งแรกที่มันต้องมาปีนป่านเขาที่มีเขตแดนของประเทศเพื่อนบ้าน.."อีกไม่ไกล..คงถึงหุบเบื้องหน้า..เราต้องดันตัดขึ้น..เพราะหากเขาเดินตามสันเขาคงไม่ทันแน่.."เสียงลุงคำกล่าว..GPS ในมือของพัน..ชี้ลูกศรตัดตรงลงหุบเบื้องหน้าก่อนจะดันขึ้น..เขาสูง..ระยะทางที่GPS
ของกามินอ่านค่า..มันเพียง..20 กม.
แต่ขอบอก..ว่าเมื่อเดินจริงๆมันไม่ใช่ยี่สิบ
กิโลเมตรอย่างกามินบอก..เพราะค่าการอ่านGPS มันอ่านระยะเป็นเส้นตรงทางอากาศ..หรือระยะการบิน..หากเป็นเครื่องบิน..หรือเครื่องร่อน..คง20
กิโลเมตรพอดี..ดูแล้วไม่น่าต่ำกว่า80กิโลเมตร..เผลอๆมีเป็นร้อยกว่าเกือบสองร้อย..."อีกกี่กิโลครับคุณพัน.."ลุงคำหันมาถามพัน..พันยิ้มกล่าว.."ถ้าเป็นกามินบอกก็..อีกยี่สิบกิโลครับลุง.."
ลุงคำยิ้ม..ส่ายหัวไปมากล่าว.."55กามินบอกยี่สิบ..ก็น่าจะเอา3หรือ5คูณเข้าไป..ปะๆงั้นอดทนอีกนิด..ดันให้ถึงยอดดอยให้ได้วันนี้..พรุ่งนี้จะได้เบาลง..."นอมิไม่บ่นสักคำเพราะความเป็นสาวชาวดอย..การเดินแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาของเธอแน่นอน...ทั้งสามพยายามปีนขึ้นให้สุด..จะได้ไม่ลำบากในตอนท้าย..พันไม่มีเวลาแม้จะชมนกชมไม้..เหงื่อไหลเต็มทั่วร่างกาย..หยดทาง.จากป่าดิบชื้น..ตัดขึ้นเข้าไปยังป่าไผ่..ที่รกมหารก..ไม้ไผ่ยักษ์ขนาดเท่าต้นขาขึ้นเต็มพรึดไปหมด..มีดในมือลุงคำก็ตัดแหวกเป็นช่อง..พอมุดได้... มีดในมือลุงคำทั้งเหวี่ยงทั้งแหวกมุดเป็นทางไป..แกก้มหน้าก้มตา..ตัดเลาะดันขึ้นยอดเขาแดนลาวเบื้องหน้า..แกต้องสะดุ้งโหยง..ขนลุกซู่..ผงะถอดกรูดจนชนปะทะกับพันอย่างจัง.."อะไรลุง.."ลุงคำหน้าซีด..ดังไก่ต้ม..ปากคอสั่น.."เปลี่ยนทางคุณ..เร็ว.."แกบอกแค่นี้..ไม่กล่าวอะไรมาก..พันสงสัยแต่ไม่กล้าถาม..จำต้องเบี่ยงตัวรีบรุดตามลุงคำลงลาดเขาที่ชัน..โดยสะกิดนอมิให้รีบตาม..ลุงพันไม่พูดไม่จารีบเปลี่ยนเส้นทาง..อย่างรีบร้อย."ไกลพอควรแล้วละมั้ง.."ลุงคำกล่าว..พลางเอามือเช็ดเหงื่อ.ที่ผุดขึ้นเต็ม.หน้าแกหอบหายใจ..กล่าว..หงูจงอางเป็นงูพิษที่มีลักษณะหัว"อะไรครับลุง.."พันกล่าวขึ้นมาเพราะความสงสัย.."แกเหลียวหน้าไปมา.กล่าวดั่งกระซิบ..."จงอาง."พันสะดุ้ง..ใช่แล้ว..ช่วงนี้เป็นฤดูวางไข่
ของมันเป็นช่วงที่มันดุร้ายที่สุด.ลักษณะของมันมี หน้าตาดุดัน จมูกทู่ มองเผิน ๆ
คล้ายกับงูสิงดง ที่บริเวณขอบตาบนมีเกล็ดยื่นงองุ้มออกมา
ทำให้หน้าตาของงูจงอางมองดูดุและน่ากลัว ส่วนบริเวณท่อนหางจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันมากที่สุด
มีม่านตากลม ลำคอมีขนาดสมส่วน ลำตัวขนาดใหญ่เรียวยาว
แผ่แม่เบี้ยได้เช่นเดียวกับงูเห่า งูจงอางที่ยังไม่โตเต็มวัย
จะมีขนาดลำตัวเท่ากับงูเห่าดงแต่จะยาวกว่า
ทำให้คนทั่วไปที่พบเห็นและไม่เคยเห็นงูจงอางมาก่อน จะเข้าใจผิดว่าเป็นงูเห่าและเรียกว่างูเห่าดง...ตามปกติจะหากินที่พื้นดินแต่ก็สามารถขึ้นต้นไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว
เป็นงูที่ใช้วิธีการฉกกัด มันจะรัดเหยื่อไม่เป็น
ซึ่งไม่สมกับขนาดของลำตัวที่เพรียวยาว
ปกติจะเลื้อยช้าแต่จะมีความว่องไวและปราดเปรียวเมื่อตกใจถ้าพบเจอสิ่งใดแล้วจะไม่หยุดชูคอขึ้น แต่จะเลื้อยผ่านไปเงียบ ๆ
แต่ถ้ามันขดตัวเข้ามารวมเป็นกลุ่มแล้วยกหัวสูงขึ้น แสดงว่าพร้อมจู่โจมสิ่งที่พบเห็น เวลาเลื้อยหัวจะเรียบขนานไปกับพื้นจงอาง..ปกติจะวางไข่ประมาณปีละครั้ง
ครั้งละประมาณ 20 - 30
ฟอง ชอบทำรังในกอไผ่
กกและฟักไข่เองจนกว่าลูกงูจะเกิด...งูจงอางมีพฤติกรรมการฉกกัดแบบติดแน่น
ไม่กัดฉกเหมือนงูเห่า จึงกัดแล้วจะย้ำเขี้ยว น้ำพิษมีสีเหลืองและมีลักษณะเหนียวหนืด
พิษงูทำลายประสาทเช่นเดียวกับงูเห่าแต่เกิดอาการเร็วและรุนแรงกว่า
เนื่องจากมีน้ำพิษปริมาณมาก เพราะงูจงอางมีขนาดโตกว่างูเห่า
ผู้ถูกกัดจะมีอาการหนังตาตก ขากรรไกรแข็ง พูดไม่ชัด กลืนน้ำลายไม่ได้ แน่นหน้าอก
ตาพร่า อ่อนเพลีย เป็นอัมพาต อาจตายเพราะการหายใจล้มเหลว น้ำพิษของงูจงอางสามารถฉีดออกมาได้ถึง 380-600
มิลลิกรัมในการฉกกัดแต่ละครั้งซึ่งอาจมีปริมาณมากถึง 10 เท่าของงูเห่า
ทำให้เกิดอัมพาตของกล้ามเนื้อ..ที่อันตรายคือกล้ามเนื้อที่ใช้หายใจหยุดทำงาน
ดังนั้นหากถูกกัดจะถึงแก่ความตายอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 15 นาที .."ปกติงูจงอางยาวสุดเคยเห็นก็น่าจะยาวสักสี่เมตรครึ่งก็ถือว่าหายากแล้ว..แต่..แต่.."ลุงคำกล่าวพร้อมกลืนน้ำลายลงคอ..พันทำหน้าฉงน..สงสัย..จึงถามขึ้น.."แต่อะไรลุง.."ลุงคำถอนหายใจเป่าปากพรวดกล่าว.."แต่ไอ้ตัวที่ผมเห็น..มันเกือบเท่าอนาคอนด้า..ที่เขาว่าเป็นงูยักษ์.."แกกล่าวพลางเอามือลูบแขนที่ขนลุกชูชันจนมองเห็นรูขุมขนชัดเจน..พันอ้าปากค้าง..กล่าว.."ดีนะที่เห็น..ไม่งั้นคิดไม่ออกแน่เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น..."พันกล่าว..ลุงคำพยักหน้า..รีบกล่าว.."ไปกันเถอะ..ให้พ้นเขตมัน..เดี๋ยวตัวผู้คู่มันกลับมา..มันจะตามเล่นเรา...เพราะพวกนี้..มันไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเวลาที่มันฟักไข่..ไม่ให้ใครรู้และเข้าใกล้รังมัน..รีบเถอะ.."ลุงคำกล่าว..พลางเลี่ยงออกทางซ้าย..ตัดเลาะลงมาหาลำธารเล็กๆ..เพื่อให้พ้นเขตเจ้าจงอางที่ครอบครองพื้นที่..ทั้งสามรีบเร่งจนไม่มีเวลาสนใจหนามไผ่ที่เกาะเกี่ยว..มันพยายามเร่งเพื่อให้หลุดจากบริเวณแถบนี้..พันมีประสบการณ์หลายครั้งเกี่ยวกับจงอาง..ไม่ว่าจะทางเหนือ...ที่แพร่...ทางอีสานที่อุบล..ทางตะวันตกที่ตราด..และรวมถึงที่ปราณบุรีและที่ยะลา..แต่ว่าใหญ่แล้วน่าจะแพ้ไอ้ตัวที่ลุงคำเจอ..เพราะลุงคำแกสุดยอดมนุษย์แล้ว..แกยังขยาด..แปลว่า..ไอ้ตัวนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน..พันนึกภาพตามมันก็จินตนาการไปเรื่อยเปื่อย..เปรียบเทียบกับที่มันเจอมา...แต่ที่ผ่านมา..มันรู้สึกที่ตื่นเต้นก็ที่อุบล..จงอางอาฆาต..ที่มาดักหน้าเพราะคู่มันตาย..ดีที่ชุดไหวตัวทัน..เจอมันก่อนๆที่มันจะเจอ..จนชุดต้องตัดสินใจเดินย้อนกลับ.เพื่อ.อ้อม..เขาอีกลูกเข้าปฏิบัติงาน..มันทุลักทุเลพอสมควร..ครั้งนี้ก็เช่นกัน..ไม่แตกต่าง..ลุงคำตัดสินใจที่จะเลี่ยงอ้อมไปอีกทางเพื่อหลบเจ้าจงอางยักษ์..แม้พันและนอมิจะไม่เห็นมันก็จริงๆ..แต่จากอาการของลุงคำ..มันพอจะเดาได้ว่า..มันไม่ธรรมดา..จริงๆ..ลุงคำพาทั้งสองรีบรุดให้พ้นจากถิ่นของเจ้าจงอางร้าย..ลุงคำหันรีหันขวาง..เหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง..สีหน้าของลุงคำเคร่งเครียด..เมื่อมาหยุดริมคลองที่มีต้นกกขึ้นเต็มไปหมด..มองดูน้ำที่นิ่ง.มันใสจริงจนเกิดเงาสะท้อน...แต่แม้จะดูใสแต่มันมองกลับมองไม่เห็น..พื้นว่าตื้นลึกเพียงใด..ท้องน้ำนิ่งไม่มีการกระเพื่อมใดๆ..มันมองดูลึกลับอย่างบอกไม่ถูก..หากจะหลีกพ้นจากเจ้าจงอาง..มีทางเดียวที่จะทำได้..คือการข้ามคลองนี้เพื่อข้ามไปอีกฝั่งแล้วตัดออกซ้าย..เพื่อข้ามเขาอีกเทือก..แล้วค่อยอ้อมตัดออกขวา..เพื่อให้ถึงที่หมาย..ที่นัดพบ.."เอาไงดีครับลุง..."พันมายืนข้างๆลุงคำ..กล่าวถามเพราะสีหน้ากังวลของลุงคำที่พันมองเห็น..มันอดที่จะกังวลใจด้วยไม่ได้.ลุงคำมองทอดยาวไปไกล..ก่อนจะเม้มปาก..ถอนหายใจ..กล่าว...".เฮ้อ..ผมว่าเราต้องเลือกแล้วละว่าจะเสี่ยงกับเจ้าจงอางคู่นั้น..หรือ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น