นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่ 5, 5-2
อีกตัวถูกสับเป็นชิ้นๆมารวมกับขาปีกและคอ..หนานหล้าเดินหายลับเข้าไปในป่าริมธารพร้อมเครื่องใน..ไม่นานก็ออกมาพร้อมเครื่องในที่ผ่าทำความสะอาดเรียบร้อย..ในมือเพิ่มกระเพราป่าสีเขียวผสมม่วงมากำใหญ่..ไก่ป่าทั้งสามถูกหนีบใส่ไม้ไผ่..ย่างไฟอ่อนๆ..ส่งกลิ่นหอมฉุย..ล่อน้ำลาย..หม้อสนามถูกตั้งไฟ..ไขมันไก่ช่วงคอ ช่องท้อง..และก้นถูกตัดออกโยนใส่หม้อสนามเจียวจนน้ำมันออกมา..พริกแกงถูกใส่ลงไปผัดจนส่งกลิ่นฉุนหอม..บางคนได้กลิ่นทนไม่ได้ต้องจามออกมา...พอได้ที่..หนานหล้าเทไก่สับลงไป..คนจนทั่ว..ใส่เกลือป่นชูรส..เทน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อยเพื่อให้มีน้ำขลุกขลิก..หนานหล้าปล่อยทิ้งไว้สักพักจนสุกก่อนจะยกลง..ใบกระเพราป่าถูกหนานหล้าขยุ้มโยนใส่ลงไปในหม้อสนาม..ไม่นาน..อาหารเย็นก็เสร็จเรียบร้อย.ทั้งหมดก็ล้อมวงทานมื้อเย็นในป่ามื้อแรก..คำแรกที่ได้สัมผัสกับลิ้น..รสออกเผ็ดร้อน...เนื้อติดหนังที่กรุบๆ..มันสุดแสนจะอร่อย..ไก่ย่างหนังกรอบ..ส่งกลิ่นหอมไม่แพ้แกงป่าคั่วไก่...หนุ่มกินไปยกมือปาดเหงื่อไป..นอมิดูน่าสงสารกว่าใครๆ..ปากเล็กๆของหล่อนแดงเพราะความเผ็ด..มันร้อนขึ้นมาจนหน้าหล่อนแดงลามไปจรดใบหู..แต่ยิ่งเผ็ดก็ยิ่งกิน..ยิ่งกินก็ยิ่งอร่อย...มันวิเศษอย่าบอกใครเชียว..ถูกปากทุกคน..หลังจากอาหารเย็นเรียบร้อย..ยาแก้ไข้ป่าถูกแจกจ่ายเรียบร้อยพร้อมครีมทากันยุงและแมลง..กองไฟถูกสุมฟืนเพิ่มเข้า..อากาศเริ่มเย็นจนรู้สึกหนาว..เวรยามผลัดแรกยังไม่เข้าเพราะยังหัวค่ำ..ทุกคนยังพอช่วยกันดูแลได้..พันผูกเปลสนาม..นอนดูดบุหรี่หลังจากมื้อค่ำเรียบร้อย..อีกไม่เกินห้าวัน..มันคงเริ่มเข้าสู่เขตอิทธิพลของว้าแดง..นอมิก็จัดแจงกระเป๋ายาของหล่อน..หนานหล้ากับหนุ่มก็นั่งคุยกันอย่างออกรส..ลุงคำคุยกับลูกหาบทั้งสามอยู่อีกมุมหนึ่ง..ไกรหยิบปืนคู่มือมาทำความสะอาดจนชินเป็นนิสัย...บรรยากาศมืดมิด..เสียงแมลงกลางคืนเริ่มส่งเสียงขับกล่อม..ดัง..จิ๊กๆๆระงมทั่วราวป่า...เกือบสี่ทุ่ม..เวรผลัดแรกก็เริ่มทำหน้าที่...ไม่นานทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าที่นอน..ยกเว้นพวกเข้ายามผลัดแรก...ป่า...จะอย่างไรก็คือป่า..มีความลี้ลับของป่า..บางครั้งหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้..แต่คนเดินป่าจะรู้ดี..ว่า..มันคืออะไร...ลมพัดเอื่อยๆเย็นสบาย..ตรงที่พักเป็นช่องเขาที่ลมพัดผ่านพอดิบพอดี..พันนอนเปลที่ผูกติดกับต้นไม้สองต้น..เสียงจิ้งหรีดแมลงกลางคืนร้องระงมไปทั่วบริเวณ..พันพยายามหาเหตุผลต่างๆนาๆว่าคนชุดเดิมที่พักที่นี่หายไปไหน..หากมีเหตุร้าย..ทำไมไม่มีร่องรอยการต่อสู้..หรือร่องรอยการรื้อค้นสิ่งของ..หากเป็นการไปเองของชุดที่ว่า..ทำไมไม่เอาของติดไม้ติดมือไปด้วย..หากมีสัตว์ร้าย..ทำไมที่จุดเกิดเหตุไม่มีวัตถุพยานตกอยู่บ้าง..รอยเลือดการต่อสู้ขัดขืน..คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกทั้งๆที่พันพยายามตั้งสมมุติฐานเอาไว้มากมายแต่สุดท้ายก็จนตรงหลักฐานไม่มี...นกกางคืนจำพวกนกฮูก นกเค้าแมว นกแสกก็ร้องส่งเสียงเป็นระยะๆ..ฟังดูน่าขนลุก..เขาว่ากันว่า..หากแม้นนกแสกบินผ่านหรือร้องที่ใด..ที่นั่นมักมีเหตุ..นกแสกที่ว่าก็คือหนึ่งในตระกูลนกเค้าแมว..มีหน้าขาวรูปหัวใจ..หากินหนูกินงูเป็นอาหาร..พันใจหนึ่งก็อยากจะเร่งๆให้มันถึงที่หมายโดยเร็ว..แต่ด้วยเหตุปัจจัยหลายๆด้านทำให้ต้องค่อยๆคืบเข้าไป..ภาระเบื้องหน้าสำคัญยิ่ง..จะพลาดไม่ได้เลยแม้แต่น้อย..พันนึกถึงสมัยที่ขึ้นดอยแหลม..ดอยลาง..พื้นที่ป่าเขาแถบนั้นเป็นฐานที่มั่นของชนกลุ่มน้อยหลายๆกลุ่ม..และมีความสำพันธ์อันดีกับทหารเรา..หลายต่อหลายครั้งที่เคยไปมาหาสู่กันระหว่างฐาน..ซึ่งฐานก็ไม่ไกลกันมากนัก..มองลงมาจากยอดดอยแหลม..ลงมายังแม่อาย..เห็นไร่ส้มเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา..ส้มโชกุนหรือส้มสีทองที่รสชาติกลมกล่อมมีราคาสูงพอควร..มีการปลูกอย่างกว้างขวาง..ก็ยังดีกว่าปลูกฝิ่นแม้รายได้จะมหาศาล..แต่โทษภัยของมันน่ากลัวเสียยิ่งกว่าอะไร..สงครามก็เป็นส่วนหนึ่งของการปลูกฝิ่น..ด้วยต้องการอำนาจ..ย่อมแสวงหาเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ..กระทำโดยไม่คำนึงถึงผลเสีย..บางครั้งการมีผู้นำที่มักใหญ่ใฝ่สูงไม่สนใจว่าประชาชนของตนจะเป็นอย่างไรแล้วเสีย..ปัญหาและผลพวงต่างๆก็ทยอยตามกันมา...มนุษย์หากมีความรักใคร่ปองดองกลมเกลียวเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน..ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมีพรหมแดน..ไม่จำเป็นต้องมีอาณาเขต..ไม่จำเป็นต้องมีประเทศ..หากทุกคนมีเมตตาต่อกัน..ไม่เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันแลกัน..ไม่แบ่งแยกเป็นกลุ่มเป็นก้อน..ไม่มีความเห็นต่างอย่างสุดโต่งแล้วนำความเห็นต่างมาเป็นเงื่อนไข.คืนนี้คืนแรกที่นอนป่าแบบจริงจัง..พันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า..เหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร..จะมีสิ่งใดเกิดขึ้น..มันรู้เพียงว่า..มันต้องปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จจงได้.เริ่มดึกหมอกเริ่มลงจัด อากาศเริ่มหนาวเหน็บ.....พันต้องคอยดูแลคณะตลอดเวลาจะปล่อยทิ้งเหมือนเดิมไม่ได้...พันพยายามเงี่ยหูฟัง..หากมีสิ่งใดมันก็จะได้แก้ไขสถานการณ์นี้ทันได้.. ดวงจันทร์เริ่มโผล่พ้นยอดไม้..ทอแสงนวลสาดลอดใบไม่ลงมา..เงาตะคุ่มของฝูงกระจงควายพาฝูงลงมาและเล็มดินโป่งตรงท้ายห้วย..เสียงหมูป่าแม่ลูกอ่อนร้องเรียกลูกตัวเล็กๆที่แตกแถวเดินเข้าดงไผ่..เพื่อขุดหาหน่อไม้กินเป็นอาหาร..พันคุ้นกับเสียงแบบนี้..แม้จะห่างหายไปนาน...แต่เมื่อได้ยินครั้งใดก็ทำให้เคลิบเคลิ้มหลงไหลไปเสียทุกที....กลิ่นดอกปีปที่หอมเย็นชื่นใจลอยตามสายลมมาเป็นระลอกๆ..เสียงคำรามของไอ้ลายตรงฝั่งฟากลำห้วยเลยป่าไผ่คำรามก้องป่า..แสดงให้เห็นว่าผืนป่าแห่งนี้ยังอุดมไปด้วยสิงสาราสัตว์ ระบบนิเวศน์ยังไม่เสียระบบห่วงโซ่อาหารยังคงเป็นไปตามวัฏจักรของมัน..เสียงช้างป่าดังมาจากอีกฟากเขา..ฟังดูโขลงนี้น่าจะเป็นโขลงใหญ่..พันจุดบุหรี่ขึ้นสูบ..หยิบปืนลูกซองห้านัดที่พาดตรงหน้าหน้ามาถือกระชับ...ก่อนจะลุกเดินออกมาดูบริเวณรอบๆ.. “อ้าวคุณพัน..ยังไม่นอนอีกหรือครับ..”เสียงลุงคำกล่าวทักทาย.. “ประจำครับลุง..กว่าจะหลับโน่น..ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่งทุกคืน..เลยเดินดูอะไรหน่อย..”ว่าพลางเดินขยับไปหาลุงคำที่แกขยับกายแบ่งปันขอนไม้ให้กับพัน..มือขวาแกถือไม้ไผ่..เขี่ยขี้เถ้าแล้วสุมไฟเพิ่ม..น้ำในกากำลังเดือดส่งควันลอยล่อง.. “จิบน้ำชาสักหน่อยคุณ..เลือดลมจะได้เดินสะดวก..”แกว่าพลางจับกาเทรินน้ำร้อนใส่ป้านชาของแก..ก่อนจะรินชาจากป้านส่งให้พัน..พันรับมาเป่านิดนึงก่อนจะสูดกลิ่นชาที่หอมกรุ่น..ชาดี..มีกลิ่นหอม..สีน้ำตาลอ่อน..พันยกจิบมันรู้สึกถึงความร้อนที่ผ่านลำคอลงลำไส้..ความสดชื่นก็บังเกิดขึ้น..เหงื่อผุดขึ้นที่ใบหน้า..ร่างกายเริ่มอบอุ่นขึ้น..มาบ้างแล้ว “มีอะไรผิดปกติไหมลุง..”พันหันไปสอบถาม..ลุงคำยิ้มกล่าวพร้อมส่ายหน้าไปมา..“ยังไม่มีเลยครับคุณพัน..ก็ปกติดีนะ..เพียงแต่..”พันขมวดคิ้วหนาเข้มเข้าหากัน.. “แต่อะไรครับลุง..” แกยิ้มกล่าว.. “อย่าที่บอกครับ..ดินแดนแถบนี้เป็นเขตของพวกแม้ว..ที่เล่นคุณไสย์ มีมนต์ดำ..”พันมองหน้าลุงคำเหมือนอยากจะให้แกเล่าต่อ.. “ช่างมันเถอะครับคุณ..ทางใครทางมัน..พวกนี้มันก็ไม่วุ่นวายกับเราสักเท่าไหร่หรอก..เราก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับมัน..ต่างคนต่างอยู่..มันคงไม่มาระรานเราหรอก..” พันยิ้ม..กล่าว.. “เป็นอย่างงั้นก็ดีนะสิ..เราจะได้ไม่ต้องห่วง..แต่เราก็จะประมาทไม่ได้..” ลุงคำยกถ้วยน้ำชาซดฮวบเสียงดัง..พร้อมยกรินให้ตัวเองแล้วก็รินให้พันอีกถ้วย.. “ผมก็ภาวนาแบบนั้น..เอ่อ..แล้วคุณพันเชื่อเรื่องคุณไสย์มนต์ดำหรือเปล่าละครับ..หากไม่เชื่อ..พูดไปก็เหมือนเพ้อเจ้อ..หากเชื่อ..พูดไปก็บั่นทอนจิตใจ..ต้องพะวงขึ้นมาอีก..”พันยิ้ม..ก่อนหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาสูดดมแล้วกล่าว.. “ผมก็บอกไม่ถูกนะครับลุง..จะว่าไม่เชื่อก็ไม่เชิง..จะว่าเชื่อก็ไม่ใช่..มันอยู่ก้ำกึ่ง..แต่ผมเชื่ออยู่อย่างคือ..ธรรมมะย่อมชนะอธรรม..” พันกล่าวจบลุงคำแกถึงกับหัวร่อออกมาอย่างถูกอกถูกใจ.. “5555คุณพันนี่สุดยอดจริงๆนะครับ..ถึงว่า..ผู้ใหญ่ถึงไว้ใจมอบหมายงานนี้ให้..”พันยิ้มเขินๆกล่าว..ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับลุง..ผมก็ว่าไปตามความรู้สึก..”
ลุงคำยิ้ม..ก่อนจะกล่าวต่อ.. “ผมก็เหมือนกัน..ไม่สนหรอกแต่ผมก็เจอมาเยอะนะครับ..ไม่ใช่อุปทาน..ป่าแถบนี้ผมเดินตั้งแต่จบใหม่ๆ..จนแก่..ผมเจออะไรมามากมาย..ทั้งเรื่องลี้ลับ..ทั้งเรื่องสิงสาราสัตว์ คน..สาระพัดสาระเพ..”พันพยักหน้าเห็นคล้อยตามก่อนจะกล่าว.. “ลุงเล่าให้ผมฟังบ้างสิครับ..เผื่อเป็นความรู้..”ลุงคำหันมาสบตายิ้ม.. “จะหลอกลองภูมิผมเปล่าครับคุณ..คุณก็เดินป่าแถบนี้แทบจะพรุนนี่นา..”พันยิ้มพร้อมหัวเราะหึๆกล่าว.. “ลุงก็ว่าไป..ใครจะไปกล้าอย่างนั้น..ผมเดินจริง..แต่ไม่ขนาดลุง..น่า..เล่าเลย..”พันยุให้แกเล่า..ลุงคำหยิบป้านน้ำชา..พร้อมเทลงถ้วยสองใบก่อนจะกล่าวต่อ.. “ผมเคยเข้าไปสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติด...แหล่งผลิตหลักจึงยังคงอยู่ในพื้นที่รัฐฉานเหนือใน 3-4 เมือง ..”แกกล่าวพร้อมกับยกถ้วยน้ำชาขึ้นยกซด...แล้วกล่าวต่อ..โดยมีพันยกป้ายน้ำชารินเติมให้แก.. “ก็มีเมืองตังยาน เมืองมาว เมืองแผน กลุ่มว้าร่วมกับกองกำลังกองทัพรัฐฉานเหนือ ทำการผลิตยานรกส่งออกขายอย่าเป็นล่ำเป็นสัน..ผมได้ข้อมูลเชิงลึกทางการข่าวยืนยันว่า 3 เมืองนี้ เป็นแหล่งผลิตยาเสพติดใหญ่ ของกลุ่มว้า มีโรงงานทั้งหมด 6-8 แห่ง นอกจากเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ยังเป็นโรงงานสมบูรณ์แบบทันสมัย..มีกำลังผลิตออกมามากมาย..”พันทำตาโต..ทึ่งกับความรู้ของแก.พูดถึงตรงนี้สีหน้าและดวงตาแกเปลี่ยนเป็นแดงกล่ำ..ลุงคำหยี๋ตา...เม้มปากกัดฟัน..กล่าว..อย่างรันทด.. “ผมมีลูกชายเพียงคนเดียว..ลูกชายคนเดียวของผม..ลูกของผม..”แกหยุดกล่าวพลางส่ายหน้าไปมา.พันเข้าใจว่าลุงคำยังคงเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต.."ผมพอจะเข้าใจครับ..".แกมองออกไปยังเบื้องหน้า.กล่าวต่อ.. “ผม...ผมต้อง..สูญเสียลูกชายคนเดียวของผมไป...เพราะไอ้ยานรก..ผมสาบาน..ผมจะซัดมันจนกว่าจะตายกันไปข้างหนี่ง..”..พันเข้าใจจิตใจของลุงคำดี..แกคงหวังกับลูกชายคนนี้มาก..."เขากำลังมีอนาคตที่ดี.."แกเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าสั่นเครือ..พันคิดว่าทีแรกลูกแกคงติดยา..แต่..หากแกกล่าวมาแบบนี้มันไม่ใช่...คงต้องรอฟังแกเล่าต่อ..ลุงคำแกเหม่อมองออกไปเบื้องหน้าที่มืดมิด..ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วเป่าลมระบายออกทางปากกล่าว"โจ้..เป็นคนเรียนเก่ง..และขยัน..แม่เขาเสียตั้งแต่อายุได้เจ็ดขวบ.ไอ้ใจของ.ผมไม่อยาก..ให้ลูกเป็นหรอกตำรวจเหมือนผม..แต่เขาผูกพันธ์มาตั้งแต่เด็ก..ปิดเทอมเคยขึ้นอยู่บนฐานกับผม..จนซึมซับเอาความเป็น ตชด.มาจนหมดสิ้น..เขาหัวดี..ควรจะไปเรียนหมอหรือวิศวะ..แต่เขาไม่เอา..ในที่สุดก็สอบติดเตรียมทหารและเลือกเรียนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน..ตอนจบ..คะแนนก็ดี..แต่กลับเลือกที่จะเป็น ตชด.เหมือนผม.."อดีต ตชด.อย่างลุงคำ..เล่าเรื่องบุตรชายคนเดียวให้พันฟัง..ด้วยความภาคภูมิใจ.."ลุงเลี้ยงลูกเองเลยรึครับ.."ลุงคำพยักหน้ากล่าว..ครับ..จนจบป.6 เขาก็อยู่วัด..เป็นเด็กวัด..ปิดเทอมที..ผมก็จะมารับขึ้นดอย..อยู่บนฐาน..555ลูกน้องผมสิ..ชอบเรียกเขาหมวดโจ้ๆ..จนเขาอยากเป็นหมวดขึ้นมาจริงๆ..เมื่อแปดปีก่อน..เขาขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนดอยแถบนี้แหละ..ตามแผนสะกัดกั้นพวกขนยานรก..ล็อตนั้นเป็นล็อตใหญ่..โจ้พลาด..ขณะปฏิบัติหน้าที่..เพราะเขา...เขาเข้าไปช่วยลูกน้องที่ถูกยิงในขณะนั้น..แผนการปิดล้อมจับกุมรั่วถูกกลุ่มพ่อค้ายาดักซุ่มโจมตี..ขณะเดินทางเข้าจับกุม.."พันรู้สึกแย่กับเรื่องราวของลุงคำที่เล่าให้ฟัง..มันจำได้ข่าวนี้เคยออกมา..หมวดโจ้คือลูกชายลุงคำนี่เอง..พันเอามือมาตบขาลุงคำเบาๆกล่าว.."ครับลุง..ผมเข้าใจ.เป็นธรรมดาของพวกเรา..รอดมาได้จนทุกวันนี้ก็นับเป็นโชคดี..โชคร้ายตายหรือพิการ..ก็เป็นวีรบุรุษชั่วคืน....ศพแล้วศพเล่าของพวกพ้องพี่น้องเรา..ที่สังเวย..ใครบ้างจะเข้าใจ..ใครบ้างจะเห็นใจ..พ่อแม่..ลูกเมียเขาเหล่านั้นจะอยู่อย่างไร..มีใครสนใจบ้าง..ไอ้พวกที่เห็นแกตัว..กินสินบาทคาดสินบน..เมื่อไหร่จะหมดจากบ้านเมืองเสียที..ปากอย่าง..ใจอย่าง..เลวชาติสุดๆ.."พันกล่าวอย่างมีอารมณ์..ลุงคำอดีต ตชด.กัดกรามกล่าว.ต่อ..."..พวกมันวางระเบิดเส้นทางพร้อมปิดล้อมยิงถล่มชุดจับกุม..ลูกชุดโจ้ถูกยิงบาดเจ็บ..โจ้ตัดสินใจฝ่าวงล้อมเข้าไปช่วยลูกน้อง..ในที่สุด..ในที่สุด.."แกกล่าวถึงตอนนี้ถึงกลับหลั่งน้ำตา..พันตบขาแกเบาๆ..กล่าว.."..หมวดโจ้ตัดสินใจถูกแล้วครับลุง..ผมเชื่อ..หากลุงอยู่ในสถานการณ์นั้นก็ต้องตัดสินใจแบบหมวด..ผมก็เช่นกัน..."ลุงคำพยักหน้า..ยกมือปาดน้ำตา..ที่ไหลออกจากตาสีเหล็ก..กล่าว.."ผมภาคภูมิใจ..ที่ลูกชายของผมไม่ขี้ขลาด..ผมสืบอยู่หลายปี..ว่าใครปล่อยข่าว..การจะเข้าจับกุม..และผมก็เช็คบิลมันเรียบร้อย.."ลุงคำอดีตนายดาบ ตชด.ที่โชกโชนในการรบในแถบดินแดนภาคเหนือกล่าว...พันยิ้ม..พยักหน้ากล่าว.."พวกเลวๆแบบนี้ศาลเตี้ยเท่านั้นแหละลุง...ปล่อยมันตายเองก็นานเสียเหลือเกิน..อิ่มหมีพลีมัน..บนความทุกข์พรรคพวกพี่น้อง..ร่วมชาติ ร่วมแผ่นดิน..."
.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น