นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่ 5, 5-4


เป็นองค์พระแก้วโป่งข่ามที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกซึ่ง..น้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้าน ชาวบ้านได้ขุดเอาหินแก้วโป่งข่ามจากแหล่งแก้วศักดิ์สิทธิ์นี้ นำมาเจียระไน โดยอาศัยประสบการณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา ก่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้แก่คนในชุมชนจนกลายเป็นอุตสาหกรรมประจำ เมื่ออยู่ภายใต้ผิวดิน แก้วโป่งข่ามสามารถที่จะดูดขับพลังงานจากธรรมชาติได้ ตลอดจนแสดงพลังงานออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปจนคนโบราณสังเกตพบ และกำหนดชื่อเรียกขานแก้วแบบนั้นๆ ตามลักษณะ และรูปแบบพลังงานที่แสดงออกมา เช่น..แก้วขนเหล็ก เป็นแก้วโป่งข่ามที่มีความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่โป่งข่ามด้วยกัน... แก้วขนเหล็ก ในบรรดาแก้วขนเหล็กนั้นก็จะแยกออกเป็นสองแบบ คือ แก้วน้ำใส เนื้อแก้วเป็นสีขาวใส และแก้วน้ำตัน เนื้อแก้วสีขุ่น เชื่อกันว่าอัญมณีทั้งสองชนิดนี้ต่างก็มีพลังดึงดูดซึ่งกันและกัน โดยแก้วน้ำใสนั้นคนโบราณจะเรียกว่า “แก้วตัวผู้” ส่วนแก้วน้ำตันนั้น คนโบราณจะเรียกว่า “แก้วตัวเมีย” ทั้งสองต่างมีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านโชคลาภ อำนาจ บารมี และความคงกระพัน พลังของอัญมณีแก้วขนเหล็กจะบันดาลให้ผู้ครอบครองแคล้วคลาด ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอีกด้วย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น “ไหมดำ” หรือ “แก้วขนเหล็ก” ก็เป็นเช่นอัญมณี “โป่งข่าม” อื่นๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นตามธรรมชาติ และมีความเชื่อเกี่ยวกับโชคลางที่ฝังรากลึกมาพร้อมๆ กับมัน ซึ่งไม่ว่าจะเป็น ไหมทอง แก้วโป่งข้ามที่มีเส้นขนภายในสีทองพาดผ่าน ไหมนาค แก้วโป่งข่ามที่มีเส้นขนสีน้ำตาลแดงหรือไหมดำ แก้วขนเหล็ก ก็ตาม ความเชื่อต่างๆ เหล่านั้นล้วนมากับอภินิหาร ที่คนไทยโบราณโดยเฉพาะชาวล้านนาจะเชื่อเรื่องพวกนี้กันมากๆ..แต่โป่งข่ามลุงคำ..มันอยู่นอกเหนือในตำราที่เคยเขียนเอาไว้..แกจึงเรียกมันว่าโป่งข่ามนาคราช..เพราะสีน้ำเงินเขียววาววามราวกับสีปีกแมลงทับหรือสีของเกล็ดพญานาคราช."ลุงครับปกติ...โป่งข่ามจะอยู่ในดินไม่ใช่หรือครับ..มันเป็นหินนี่นา..แล้วลุงบอกได้ที่ต้นพญางิ้วดำที่ฟ้าผ่า.."พันขมวดคิ้วสงสัยถามขึ้นพร้อมยื่นโป่งข่ามนาคราชคืนแก..ลุงคำยิ้มกล่าว.".ครับ..ใช่..ผมได้จากดินที่โคนต้นพญางิ้วดำ..พอฟ้าผ่าครึ่งจากปลายยอดลงมาจนถึงโคนต้น..โดยต้นพญางิ้วดำนั้นแยกเป็นสองเสี่ยง..ยืนต้นตาย..โป่งข่ามนี้ก็ผุดขึ้นมา..ผมว่าสวยและแปลกดี..เอาไปให้อาจารย์ท่านดู..หลวงพ่อท่านบอกว่าของดี..เก็บรักษาเอาไว้ให้ดี..ป้องกันภูติผีปีศาจ..แมลงสัตว์มีพิษรวมถึงคุณไสย์ต่างๆมากมาย..เอ็งมิต้องปลุกกเสกอันใดก็ขลังแล้ว...ผมเลยเอาไปเจียรไนย..เก็บติดตัวมาตลอด..ยังมิเคยใช้เลย.."พันพยักหน้า..ฟังลุงคำแกพูดไปด้วยมองดูแกเหลาแต่งไม้พญางิ้วดำไปด้วย...จนดึกสงัด.."ผมขอตัวพักผ่อนก่อนครับ..ลุงด้วย..ลุงก็เหมือนกัน..ควรจะนอนพักผ่อนได้แล้วครับ....แล้ว..เจอกันตีสามครับ.."พันกล่าวพร้อมขอตัวกลับเข้าที่พัก..ลุงคำก็เก็บไม้เเกะสลักของแกเข้าย่ามเอนหลังพิงโขดหินพร้อมหยิบไรเฟิลคู่กายมากอดหลับตาลง..ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาวเสียดกระดูก..นอมินอนขดกายข้างๆกองไฟที่เปลวสั่นไหวระริกตามกระแสลม..ประหนึ่งสาวน้อยกำลังเริงระบำ..ส่ายเอวพริ้วไหวไปมา..ลมหายใจหล่อนราบเรียบ..อกอวบอูมสะท้อนขึ้นลงตามแรงหายใจ..พันสุมฟืนเพิ่มลงไปอีกก่อนจะเอนกายลงข้างๆต้นปีปที่ส่งกลิ่นหอมระเรื่อ..ก่อนจะวางลูกซองห้านัดพิงไม้พาดไว้ข้างบน..แล้วนำไรเฟิลคู่ใจ...มาถือในมือ..ก่อนจะเอนกายลงนอน...ไม่นานนักพันก็อยู่ในภวังค์หลับไหล..ภายในอ้อมกอดมีไรเฟิลคู่ใจกอดก่ายแทนสาว...หลายต่อหลายครั้ง..ที่พันครุ่นคิดว่าชีวิตของเขาเมื่อไหร่จะเหมือนคนอื่นสักที..มันนอนมองนอมิที่กำลังหลับไหล..มันเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของนอมิ..หล่อนคงฝันดี..ในที่นี่..คงมีแต่ฝันเท่านั้น..น้ำค้างลงจัด..บริเวณพื้นตรงนั้นถึงกับเปียกชุ่มด้วยน้ำค้าง....พันต้องตื่นมาเข้าเวรผลัดสุดท้ายพร้อมกับลุงคำ..มันจึงรีบหลับเพื่อจะมาผลัดเปลี่ยนยาม..ราตรีแรกของกลางพงไพร..พันเกิดสะดุ้งตื่นตามสัญชาตญาณ..เมื่อได้ยินเสียงประหลาดคล้ายเสียงสัตว์ปีกกำลังกระพือปีกบินวน..แต่มันต้องประหลาดใจ..เมื่อมันงัวเงียตื่น..มันกลับไม่ได้ยินเสียงใดๆแม้แต่เสียงแมลงที่ร้องจิ๊กๆทั่วบริเวณ..พันรีบคว้าปืนไรเฟิลมาถือไว้..มันพยายามจะกวาดสายตาไปรอบๆ..เพื่อมองดูสิ่งผิดปกติ..ก็ไม่เห็น..เห็นแต่ไกรและลูกหาบอีกสองคนที่นั่งเข้ายามอยู่..ที่จุดสังเกตการณ์ที่จัดทำไว้..ส่วนหนุ่มและหนานหล้าพร้อมลูกหาบอีกคนก็หลับไหลไม่ได้สติ..คงเพราะเพลียจากการเดินป่าแล้วเข้ายามในผลัดแรก..ส่วนนอมิยังขดกายในถุงนอนไม่รู้สึกรู้สาอะไร..ลุงคำก็ยังนอนพิงโขดหินอยู่ที่เดิม..ลมหายใจราบเรียบ..พันก็เอนกายลงที่เดิมพิงต้นปีปที่ดอกกำลังปานจนร่วงเกลื่อนทั่วบริเวณนั้น..ขณะที่พันกำลังหลับตา..จมูกกลับได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมา.จนสะอิดสะเอียน..แทบจะอาเจียรออกมา.."อะไรตายแถวนี้ว่ะเนี่ย..เมื่อเย็นก็ไม่เห็นจะมี.."พันครุ่นคิดในใจ...ก่อนจะมีกลิ่นที่หอมอับๆมาปะทะจมูกจนทำให้มันง่วงแทบจะทนไม่ไหว..ตามันปรือ หนังตาหนักอึ้ง...จนลืมไม่ขึ้น..ทั้งๆที่พยายามจะฝืน..ร่างมันส่ายโงนเงน..ค่อยๆรูดลงกับต้นปีป..ก่อนที่เงาดำทะมึนจะแผ่ปกคลุมท้องฟ้าบริเวณชะง่อนหิน...ที่กลุ่มของพัน...พักอยู่..


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นิยายภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่12 / 2 เพชรฆาตเย็น

นิยายภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่11, สมิงดง 2,

นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก, ตอนที่11 ,สมิงดง 1, .