นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก, ตอนที่ 12/3 เพชรฆาตเลือดเย็น
จะตัดสินใจข้ามลำห้วยที่ขวางหน้าอยู่..."มันมีปัญหาอะไรครับลุง.ลำน้ำแค่ไม่กี่เมตร..ว่ายข้ามได้ไม่น่าจะมีปัญหา.."พันเอ่ยขึ้นหลังจากที่เห็นท่าทางของลุงคำที่เป็นกังวล..กันจึง..สอบถาม..ขึ้น..นอมิเช่นกันก็ไม่เข้าใจลักษณะอาการของลุงคำ..จึงเอ่ยสนับสนุนความคิดของพันขึ้น.."นั่นนะสิคะ..นอมิว่า..ห้วยนี้มันไม่กว้างมาก..ประมาณห้าเมตร..เห็นจะได้..ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร.."ลุงคำเม้มปากถอนหายใจ..กล่าว.."ผมสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก..ครับ..ผมว่ามันแปลกๆ..แค่สงสัย..หากพวกเราตัดสินใจว่าจะข้ามน้ำ..ก็ได้ครับ.ผมจะข้ามไปก่อน..พอได้สักระยะ..นอมิค่อยข้ามตามมา..แล้วคุณพันก็ตามมา..ตามนี้นะครับ..."..ลุงคำใช้มีดในมือ..ฟันต้นกกที่ขวางทางก่อนมองสำรวจเส้นทางข้างหน้า..ก่อนจะก้าวลงลำห้วย..ลุงคำค่อยๆก้าวลงอย่างระมัดระวัง..สายน้ำที่สงบนิ่ง..ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ..ปืนในมือยกขึ้นให้พ้นน้ำ..น้ำเริ่มลึกลงไปเรื่อยๆก็ถึงหน้าอกจนถึงคอ..นอมิก็ค่อยๆก้าวตามลุงคำไป..พันถือปืนคอยระวัง..หลังให้ก่อนจะค่อยๆก้าวขาตามลงไปยืนชิดติดตลิ่ง..คอยระแวดระวังภัยให้..อีกไม่ถึงเมตร..ลุงคำก็จะถึงฝั่ง..พันต้องตะลึง..เมื่อเบื้องหน้าปรากฏเงาดำห้าหกสาย..พุ่งปราดเข้าหาลุงคำ.."ลุง..ระวัง.."สิ้นเสียงร้องเตือนของพัน..เสียงนกสับวิ่งเข้า..กระแทกจอกกระทบแตกที่จานท้ายกระสุน..เกิดการระเบิดจุดประกายไฟเผาไหม้ดินดำให้ขับหัวกระสุนทองแดง
.357 ให้หมุนควงออกจากเกลียวลำกล้อง..พุ่งเข้าหาเป้าหมายที่เคลื่อนที่เข้าใกล้ลุงคำ..เปรี๊ยง....น้ำกระจายแตกขยายเป็นวง..สีแดงฉานของเลือด..เพชรฆาตในลำน้ำ..ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง..ลุงคำสะดุ้งสุดตัว..พยายามที่จะรีบขึ้นริมตลิ่งให้เร็วที่สุด..เปรี๊ยง..เปรี๊ยง..นัดที่สองที่สามก็ตามมา..แม่นดั่งจับวาง..อีกสองร่างบิดหมุนตีน้ำกระจายเป็นวง.. มันคือจระเข้น้ำจืด..ปกติจระเข้น้ำจืดนี้จะมีความยาว
3 -4เมตรตัวไม่โตเท่าไหร่ตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าตัวเมียเล็กน้อยแต่มีหางยาวกว่าจระเข้น้ำจืดหรือที่เรารู้จักกันในนาม..จระเข้สยามมีหัวทู่สั้นกว่าจระเข้น้ำเค็มและมีเกล็ดท้ายท้อย
4 เกล็ดเรียงให้เห็นชัด เท้าหลังมีพังผืดเล็กน้อย
มีหางแข็งแรง ใช้โบกไปมาเพื่อช่วยในการว่ายน้ำและใช้เป็นอาวุธฟาดใส่คนหรือสัตว์
พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถบประเทศกัมพูชา ลาว พม่า มาเลซีย อินโดนีเซีย
และประเทศไทย โดยเนื่องจากในสมัยก่อน
จระเข้ชนิดนี้พบมากที่สุดบริเวณที่ลุ่มในประเทศไทยหรือที่สมัยนั้นเรียกว่า สยาม
จึงได้ชื่อว่า จระเข้สยาม
ชอบอยู่ตามลำพัง บริเวณแหล่งน้ำนิ่งที่ลึกไม่เกิน 5 ฟุต และมีที่ร่ม ในช่วงอากาศร้อนจะแช่น้ำ
ถ้าอากาศหนาวจะขึ้นมาผึ่งแดดบนบกในตอนกลางวัน จระเข้น้ำจีดสยามกินสัตว์ขนาดเล็ก
และกลาง เช่น ปลา กบ นก รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กพวกมันผสมพันธุ์ในฤดูหนาว
โดยตัวผู้จะต่อสู้กันเพื่อแย่งตัวเมีย การผสมพันธุ์มีปีละครั้ง
แม่จระเข้จะขุดหลุมเพื่อใช้ฟักไข่ โดยออกไข่ครั้งละ 20-40
ฟอง หลังจากวางไข่เสร็จแล้ว แม่จระเข้จะกวาดใบไม้รอบ ๆ
หลุมมากองบนรังไข่เพื่อป้องกันฝน และเฝ้าระวังจนกว่าลูกจะฟักออกมา โดยครบกำหนดแล้วลูกอ่อน ๆ ก็จะเจาะเปลือกไข่ออกมาเอง
จากนั้นตัวแม่จะอยู่ดูแลลูกๆอยู่อีกสองสามสัปดาห์ก่อนจะทิ้งพวกมันไปปัจจุบันจระเข้น้ำจืดสยามตามธรรมชาติมีจำนวนน้อยลง
โดยเหลือเพียงไม่กี่ร้อยตัว แต่ได้มีการนำไปเพาะเลี้ยงในฟาร์มเป็นจำนวนมาก ทว่าจระเข้ในฟาร์มส่วนใหญ่ถูกผสมข้ามสายพันธ์จนแทบไม่เหลือสายเลือดแท้
ๆ..แต่ที่พันเห็นเบื้องหน้า..มันตัวพอๆกับจระเข้น้ำเค็ม..หรืออาจจะตัวโตกว่าเสียด้วยซ้ำที่สำคัญ..มันกลับอยู่รวมกัน..เป็นฝูง..เข้าจู่โจมเหยื่อพร้อมๆกัน..ยังคงเหลืออีกสองตัว..ที่ทะยานเข้าหาลุงคำอย่างบ้าเลือด...ลุงคำลังเล..ไม่กล้าจะขึ้นฝั่งเพราะยังห่วงนอมิ..ที่ตามมาด้านหลัง..ปืนในมือลุงคำวาดออกข้างยิงออกไปหนึ่งนัด..ในจังหวะที่เจ้าจระเข้สยามพุ่งทะยานเข้าหาแก..ลุงคำเหนี่ยวไกส่งลูกกระสุน
ปลย.88 ไรเฟิลสมัยสงครามโลก..แผดเสียงก้องไพร..เปรี๊ยง.ในจังหวะเดียวกันกับที่.ร่างมะหึมาของจระเข้สยาม..ลอยตัวจู่โจมกระโจนขึ้นถาโถมเหนือพื้นน้ำอ้าปากโชว์ฟันขาว..เรืยงซี่น่ากลัว..ลูกกระสุนเจาะเข้าถนัดกลางลำตัว..จนท้องขาวๆของมันเพิ่มรูกระสุนรูหนึ่ง..เลือดทะลักออกพร้อมกับหยุดร่างมันผลักออกข้าง..ตูมมมมมน้ำแตกกระจาย..เมื่อร่างของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันได้ร่วงหล่นลง..พื้นน้ำเสียงสนั่น..ท้องน้ำบริเวณนั้นเต็มไปด้วยเลือดแดงฉานกระจายไปทั่ว..แต่ไม่สามารถหยุดมันลงได้..มันตวัดหางพาดเข้าถูกแขนลุงคำจนแกสะท้าน..ปืนในมือกระเด็นตกใกล้ตลิ่ง..ร่างลุงคำถึงกับล้มคว่ำลงในน้ำ...จระอีกตัว..รีบสะบัดหาง..ดิ่งแหวกน้ำอ้าปากกว้าง..หมายงับร่างลุงคำให้ขาดครึ่งในคราเดียว..นอมิสั่นสะท้าน..กรีดร้องด้วยความตกใจ..พันมิกล้าลั่นไกยิงจระเข้สองตัวที่เหลือ..เพราะเกรงจะพลาดถูกลุงคำ..มันตัดสินใจ..กระโดดพุ่ง..รีบลุยน้ำเข้าเพื่อช่วยเหลือลุงคำที่ตกอยู่ในอันตราย..ลุงคำเอง..เจ็บร้าวไปทั้งตัว..แต่แกก็ฝืนกัดฟัน..ดึงมีดหมอออกมากำชับไว้..เจ้าตัวสุดท้าย..ที่พุ่งเข้ามา..ใช้จมูกที่ทู่..พุ่งกระแทกร่างลุงคำให้ล้มลง..หมายจะงับร่าง..แล้วฉีกเนื้อแกเป็นชิ้นๆ..ลุงคำยักเลงเก่าผู้คว่ำหวอด..ก็ไวทายาท..เบี่ยงกายหลบด้านข้าง..ก่อนทะยานพลิกตัวกลับ..มือซ้าย..ล็อคคอ..กอดปล้ำมีดหมอ..ในมือเงื้อขึ้นพร้อมแทงปักลง..เข้าบริเวณรอยต่อระหว่างก้านคอติดกับกระโหลกมัน....ฉึก..จุดรวมประสาทของมันถูดมีดหมอปักคา..เลือดสีแดงฉีดพุ่งดั่งน้ำพุ..ร่างมันหมุนควงเป็นดังสว่าน..ลุงคำก็พลอยจะหมุนตามมันไปด้วย..สองมือแกกอดรัดแน่น..ที่ร่างมะหึมาของจระเข้..ที่หมุนปิดตัว...อีกตัวที่ถูกปืนของลุงคำมันยังมีฤทธิ์..อ้าปากจ้องหาจังหวะ..ที่จะงับลุงคำ..ส่วนพัน..รีบคว้า..นอมิที่ตะลึงตัวแข็งอยู่กลางลำน้ำ.."นอมิ..เร็ว.."พันคว้าคอเสื้อ..นอมิ..ก่อนพานอมิขึ้นฝั่งก่อนทะยานเข้าช่วยลุงคำ..ที่กอดรัดฟัดเหวี่ยง..กับเจ้ากุดมี่ถูกมีดหมอปักก้านคอ.เลือดมันยิ่งมาไหลออกมาก..มือขวาที่กำมีด.ไม่สามาถจะแทงซ้ำ..เพราะแรงบิดตัวที่มหาศาล..จำต้องกอดมันไว้..ไอ้กุดตัวมันใหญ่กว่าทุกตัวคาดว่าจะเป็นจ่าฝูง..ปลายหางมันทันขาด..ไม่ทราบจากสาเหตุใด..จึงเรียกมันว่าไอ้กุด..พันดึงมีดดาบปลายปืนอาร์ก้าประจำตัว..ด้ามสีน้ำตาลออกมาเอว.ก่อนแหวกว่ายเข้าหาให้ท้องรูที่ถูกลุงคำยิง..แต่ทว่า..มันต้องชงัก..กล่าว..ลุงคำ..ปล่อยมัน..เร็ว...ลุงคำ.ผงกหัวมอง..ด้านขวามือของแก..มีฝูงปลา..ขนาดฝ่ามือ..รุมกลุ้มเข้ากัดแทะร่างจระเข้ที่ถูกพันยิงสมองกระจาย..สามตัว..มองดู..มันมีนับพันตัว..ที่รุมทึ้งร่างไร้วิญญาณของจระเข้ทั้งสาม..แกรีบผละ..ออกจากร่างไอ้กุด..ก่อนจะถูกหางมันฟาดฟาดเข้าอย่างจังที่หน้าอก..ผว๊ะ..ร่างแกกระดอนพันรีบคว้า.คอลุงคำ..ลากเข้าฝั่ง..ฝูงปลานับพันนับหมื่น.เหมือนจะตามกลิ่นคาวเลือด..เข้ารุมกัดจระเข้ทั้งสอง..จนมันดิ้นจนน้ำกระจาย..บางตัวก็ถูกหางแข็งแรงของมันกระเด็นขึ้นมาบนฝั่ง..พันถึงกลับอุทาน..."ปิรันย่า..".ลักษณะมันคล้ายปลาปิรันย่า..แต่ตัวมันน่าจะโตกว่า..ตามประวัติปลาปิรีนย่า.มันอยู่ในแถบลุ่มน้ำอะเมซอน..ไม่เคยมีประวัติว่าจะอยู่แถบเอเชีย..แปลก.ที่ว่าไอ้ปลาพวกนี้มันมาอยู่นี่ได้อย่างไร..มันเป็นปลาที่ดุร้าย..อาศัยรวมกันเป็นฝูงจะเข้าจู่โจมเหยื่อโดยพร้อมเพรียงกัน.โดยรุมกัดแทะจนเหยื่อเหลือแต่กระดูก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น