นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก, ตอนที่10/3,
ลุงคำพยักหน้า..กล่าว.”ได้..แต่เราก็เดินไปคุยไปก็แล้วกันนะ..เพราะจะได้ไม่เสียเวลา..”นอมิพยักหน้ารับคำ..รีบเดินนำหน้าพร้อมจูงแขนลุงคำเดินจ้ำอ้าว.. “เร็วลุง...รีบเล่าด้วย..นอมิอยากรู้แล้ว..” ลุงคำยิ้ม..กล่าว..”เอาๆๆๆ..แหม่...นอมิ..คืองี้..เพชรนาคา มีหลากหลายสี..จึงมีการแบ่งสีสัน ของ เพชรนาคา ได้ 3 ประเภทก็ คือ 1. สีอ่อนแต่ใส 2. สีเข้ม 3. สีเข้มออกโทนเทาดำ เชื่อกันว่าในแต่ละสีนั้น จะมีอานุภาพพลังฤทธิ์อานุภาพที่แตกต่างกันไป ตามสีสัน และตามขนาดสัณฐานด้วย ยิ่งออกเป็นสีในประเภทที่ 3 ยิ่งมีพลังลึกลับอาถรรพ์เพิ่มมากขึ้น ต้องเป็นคนที่มีบุญญาบารมีถึงจะได้ครอบครองมัน. ที่เราเห็นเพชรนาคา มีสีชัดสวยงามส่องแสงเป็นประกายมาก..แล้วเชื่อไหม..ถ้าหากเอาไปส่องด้วยแสงไฟจะส่องเป็นประกายสีถึง 7 สี และจะมีความมันเงาแวววาว บางสัณฐานภายในคล้ายกับมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่หรือคล้ายกับมีดวงตาซ่อนอยู่ภายใน แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นได้ชัดเจนนั้นจะเป็นรูปสัณฐานเหมือนพลอยหลังเบี้ย จึงนับว่าแปลกอัศจรรย์เป็นอย่างมาก มีผู้ที่มีความชำนาญในการดูพลอยบอกเอาไว้ว่า ถ้าพลอยดีชั้นเลิศเวลาเราส่องดูก็จะเห็นเป็นแถบสายรุ้งถ้าเป็นพลอยรองลงมาเวลาส่องดูจะเห็นเป็นประกายของสีทั้ง 7 สี เมื่อนำเพชรนาคานำมาส่องดูจากสันฐานต่างๆ บางเม็ดด้านหนึ่งส่องดูเห็นเป็นแถบสีพอพลิกดูอีกด้านหนึ่ง ส่องดูเห็นเป็นประกายสีเหมือนมีชีวิตนี่ก็ถือเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากอย่างน่าอัศจรรย์อีกอย่างของเพชรพญานาค..” ลุงคำกล่าวพร้อมเดินนำหน้าพาทั้งสองขึ้นสู่ผาหินที่โรยเชือกเอาไว้...เพื่อให้ง่ายในการปีนป่าย...จนในที่สุดทั้งหมดก็ปีนป่ายมาถึงบริเวณสันเขา.ที่เป็นที่ราบพอจะเดินต่อไปได้โดยไม่ต้องปีนป่าย...พันช่วยลุงคำเก็บเชือกและนำไปซ่อนไว้หากกลับมาอีกครั้งจะได้ง่ายในการใช้งานและไม่ต้องแบกไปให้เมื่อย.."เราพักกินข้าวก่อน.นี่ก็สายแล้ว..เดี๋ยวค่อยเดินทางต่อก็แล้วกัน..”ลุงคำกล่าว..พร้อมปลดเป้..ลง..พร้อมหยิบเอาอาหารแห้งออกมา..ก่อนจะจัดแจงก่อไฟหุงข้าว..บนเนินสันเขา.มองไปทางไหนก็แล.. สดชื่นสีเขียวของพืชพรรณ..ที่ต้องฝน...ที่มีลมพัดเอื่อยๆเย็นสบาย..นอมิจัดแจงนั่งลงข้างๆลุงคำ..ก่อนจะอ้อนให้ลุงคำกล่าวตำนานให้ฟังในระหว่างรอข้าวสุก.. “ต่อเลยนะคะลุงคำ..นะ..นะคะ..นะ..นะ..นะ..”นอมิเกาะแขนลุงคำแกว่งไปแกว่งมาทำหน้าอ้อน..จนลุงคำอดที่จะใจอ่อนให้ได้..แกยิ้มกล่าว.. “เอาๆ..แหม..โตเป็นสาวแล้วยังจะงอแงฟังนิทาน..” นอมิจนจมูกทำหน้าง้ำ... “ลุงคำ..อ่ะ..นอมิจะฟังตำนานไม่ใช่ฟังนิทาน...” พันยิ้ม..หัวเราะกล่าว.. “ 5555 มันต่างกันตรงไหนนอมิ.. “ หล่อนหันควับมามองค้อนให้พันกล่าว.. “เอ๊ะ...พี่พันเนี่ย..ยังไงนะ..มันไม่เหมือน..นิทานก็เรื่องหลอกเด็ก..ส่วนตำนาน..มันเป็นเรื่องเล่ากันมา..พอเหอะพี่พันอย่าขัดนอมิได้ไหม..ลุงคำต่อเถอะคะ..ตำนานเพชรพญานาคต่อนะคะ..นะคะ..”ระหว่างรออาหาร..ลุงคำก็เริ่มเล่าตำนานที่แกพอรู้มา.. “.พญานาคามักจะอาศัย พักกายบริเวณปากปล่องร่องถ้ำ มีทางขึ้นลง ลึกลงไป มีแหล่งน้ำใส ลูกนัยน์ตา กลมโต แข็งแกร่ง แรงประหนึ่งปานดั่งภูผาก้อน มีความองอาจ มาดมั่น ไม่ครั่นคร้าม ดู น่ายำเกรง มีบารมีมาก...”แกเล่าพลาง..แกก็เอาไม้พญางิ้วดำมาแกะสลักไปเรื่อย..ตุ๊กตาไม้เป็นหญิงใส่ชุดไทย..โดยใช้มีดพับเล็กๆค่อยๆเกลาแกะเฉือน..ด้วยความปราณีต.ก่อนจะเล่าต่อโดยมีนอมิและพันนั่งฟังอยู่ข้างๆ..”.พญานาคนี่มีความเกี่ยวพันธ์กับพระพุทธศาสนามาช้านาน..ตั่งแต่เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจนแปลงร่างมาเป็นมานพหนุ่มรูปงามเข้ามาขอบวช..แล้วบังเกิดคืนร่างเดิมจนเป็นที่แตกตื่น.นับย้อนหลังนานแสนนานไปสมัยพุทธกาล.องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้พระโพธิญาณบรรลุธรรม..ตัดกิเลสที่เป็นเครืองฉาบทาจิตใจมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ และเพื่อโปรดสรรพสัตว์ให้ข้ามห้วงวัฏฏะสงสาร การเวียนว่ายตายเกิด ด้วยพระบารมีแห่งพระโพธิญาณองค์มหาพระโพธิสัตว์ เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์...บังเกิด ฝนโบกขรพรรษ”..ลุงคำกล่าวถึงตรงนี้ก็หยุดเหลือบมองตุ๊กตาไม้แล้วยกขึ้นส่อง..นอมินั่งใช้ฝ่ามือของหล่อนเท้าคาง..โดยข้อศอกของหล่อนวางบนเข่า..นั่งมองหน้าลุงคำอย่างตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ.. “ต่อซิคะ..ลุงคำ..หยุดทำไม.ฝนโบกขรพรรษ คืออะไร...”นอมิเบ้ปากย่นจมูก..ลุงคำเงยหน้ามองสาวน้อยก่อนจะกล่าวต่อ.. “เอาละๆ..ต่อๆ...ฝนโบกขรพรรษก็คือ.เป็นฝนอันเกิดแต่ความศักดิ์สิทธิ์ของผู้มีบุญญาบารมี หรือเกิดจากความอัศจรรย์ ตกลงมา ใครใคร่ให้เปียกก็เปียก ใครใคร่ไม่ให้เปียกก็ไม่เปียก ด้วยพระบุญญาธิการแห่งองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อได้ตกลงมาสู่พื้นพสุธาบางส่วนได้ประมวลตัวรวมธาตุดึงดูดธาตุทั้งสี่ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ จนบังเกิดก่อกำเนิดเป็น เพชรเจ็ดสี มณีเจ็ดแสง หรือแก้วเจ็ดสีมณีเจ็ดแสงนั่นเอง”...นอมิยิ้มกล่าว.. “นอมิเคยดูละครจักรๆวงศ์ๆ..เพชรเจ็ดสี..สนุกมาก..”ลุงคำยิ้ม..กล่าวต่อ.. “ใช่ๆบางคนจะเรียกว่า แก้วสารพัดนึก อันเป็นการก่อกำเนิดธาตุกายสิทธิ์ มีรัศมีสว่างไสวเปล่งประกายรัศมีถึง 7 สี ส่องแสงสว่างไปทั้งกลางวันและกลางคืน นับเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน รัศมีแห่งเพชรเจ็ดสีมณีเจ็ดแสงนี้ ส่องสว่างครอบคลุมจนไปถึงนครใต้เมืองบาดาล ดลบันดาลทำให้เกิดแสงสว่างเป็นรัศมี 7 ประการ..กลบรัศมีแสงสว่างอัญมณีพลอยอันมีค่าต่าง ๆที่อยู่ในนครบาดาลทั้งหมดจนเกิดความแตกตื่นโกลาหลไปทั่วทั้งนครบาดาล ทำให้เหล่านาคีนาคาที่มีฤทธิ์...ต่างก็หาสาเหตุของที่มาของแสงนั้น..เป็นเหตุการณ์อันอัศจรรย์ใจเช่นนี้ จนทำให้กษัตริย์ผู้ครองเมืองนครบาดาลทั้ง 7 เมืองนามว่า พญานาคราชสุนันโท กษัตริย์ผู้เป็นใหญ่ผู้ครองเมืองนครบาดาล ที่มีเหล่าบริวาร นาคี นาคา เหล่าพญานาค นาคีนาคาผู้มีฤทธิ์เดช ได้ใช้กำลังบุญฤทธิ์ของตนได้ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้รู้ถึงสาเหตุของปรากฏการณ์อัศจรรย์ใจในครั้งนี้ด้วย ด้วยเหตุของกำลังบุญฤทธิ์ที่ได้สร้างสะสมมานานของพญานาค..ในสมัยอดีตที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ได้พบพระพุทธศาสนา และได้บวชเรียนเป็นพระภิกษุสาวกแห่งองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีตกาล ซึ่งได้ตั้งจิตอธิษฐาน จะขอทำนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนา ก่อนที่จะละสังขารตายลงของตน ทำให้กำเนิดเป็นพญานาคผู้มีฤทธิ์ เพราะถึงแม้จะเกิดเป็นพญานาคผู้มีฤทธิ์แต่ด้วยเหตุแห่งกรรม..และวิบากแห่งผลของกรรมที่ตนได้กระทำลงไปนั่นเอง ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ล่วงรู้ถึงการก่อกำเนิดแห่งเพชรเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง เป็นเพราะด้วยอำนาจผลบุญบารมีแห่ง พระโพธิญาณขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า และรู้ถึงหน้าที่ของตนเองที่ได้อธิษฐานเอาไว้ พญานาคราชสุนันทโทผู้เป็นใหญ่ได้แสดงฤิทธิ์อำนาจแทรกแผ่นดินขึ้นมา พร้อมกับเหล่าบริวารทั้งหลาย ขึ้นมาสู่พื้นพิภพปฐพี มาดูต้นเหตุอันที่ทำให้เกิดความอัศจรรย์ ท่านพญานาคราชสุนันโทได้มีคำสั่งให้เหล่าบริวารทั้งหลายก็อัญเชิญแก้วเจ็ดสีมณีเจ็ดแสงไปเก็บรักษาไว้ที่ใต้บาดาล..เมืองของตนเอง..เพื่อประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาสืบต่อไป...”นอมิถึงกับนั่งเท้าคางฟังจนเคลิบเคลิ้ม..ลุงคำแกเล่าไปมือก็เหลาแต่งตุ๊กตาไม้ไป..พันเองก็สนใจเรื่องราวนี้เช่นกัน..”ลุง..อ้าว..หยุดทำไม..ต่อสิ..”นอมิบ่นเมื่อลุงคำหันไปดูข้าวที่ตั้งไฟ..”แปปครับ..เดี๋ยวข้าวจะไหม้..”ลุงคำกล่าว..พร้อมวางตุ๊กตาไม้ลงข้างๆก่อนจะเขี่ยไฟ.. “อุ๊ย..ขอโทษคะ..นอมิลืม..มาๆนอมิจัดการเองลุงเล่าต่อเลย..”นอมิกล่าวพร้อมใช้มือแย่งไม้ในมือลุงคำ..มาเขี่ยถ่านไม้ที่แดงให้อ่อนเบาลง..ที่แทนลุงคำ..พันก็เคยได้ยินได้ฟังมาบ้างเกี่ยวกับการแปลงกายเป็นมานพหนุ่มเข้าบวชเรียน..จนวันหนึ่งเกิดคืนร่าง..เดิมและต้องสึก..เพราะพระเณรแตกตื่น..และได้ปวรณาตัวจะปกป้องดูแลพระพุทธศาสนา..และร้องขอว่า..หากมีการบวชเข้าเป็นพระภิกษุสงฆ์ในบวรพระพุทธศาสนา..ขอให้นาคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย..จนมาถึงปัจจุบัน..จึงมีประเพณีบวชนาคก่อน..ก่อนจะบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์..นอมิจับไม้เขี่ยไฟเพื่อลดความแรงลง.คะยั้นคะยอให้ลุงคำเล่าต่อ...ลุงคำพยักหน้ายิ้ม..แล้วขยับกายหยิบตุ๊กตาไม้มาถือพร้อมกล่าวต่อ.. “ฝากด้วยนะครับนอมิ..ลุงจะได้เล่าต่อ..” แกหันไปหานอมิแล้วเริ่มต่อ.. “..เหล่าพญานาค นาคี นาคา และบริวารทั้งหลาย ต่างก็อัญเชิญไปเก็บตามถ้ำ ตามภูเขา ตามหุบเหวแม่น้ำต่างๆ ตามป่าเขาลำเนาไพร อันเป็นสถานที่ ที่พวกตนได้สิงสถิตย์พักอาศัยอยู่ ส่วนหนึ่งก็ได้นำดินสีต่าง ๆ มาพอกหุ้มเพชรนาคาเอาไว้ เพื่อให้รอดพ้นจากสายตา หรือน้ำมือจากพวกมนุษย์ใจบาปคิดคดกบฏฉ้อโกงช่อราษฎร์บังหลวงไม่อยู่ในศีลในธรรม หรือจากเหล่าทวยเทพเทวดาต่างๆ ที่เป็นมิจฉาทิฐิก็จะมองเห็นเป็นเพียงก้อนดินก้อนหินธรรมดา อีกกลุ่มหนึ่งได้นำไปไว้ในถ้ำที่ลึกลับที่ยากจะเข้าไปได้ นำไปประดิษฐ์สถานเอาไปไว้ในแอ่งน้ำต่าง ๆ ภายในถ้ำแต่ละถ้ำ ตามที่เห็นว่าสมควร พร้อมกับทั้งอธิษฐานบดบังรัศมีแห่งแก้วนี้เสีย จนรอเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาสืบต่อไป และอันจะนำมาทำให้เกิดคุณประโยชน์ในเวลาที่จะช่วยค้ำชูสืบทอดพระพุทธศาสนาในยุคกาลกีณีอันจะเป็นเหตุให้พระพุทธศาสนาเสื่อมสูญต่อไปนั่นเองจบ....” นอมิหันมาบ่น..ออดๆแอดๆ.. “โห..แค่นี้เองอะ..” ลุงคำหัวเราะ “555 เอ้า..ก็ลุงรู้แค่นี้..นอมิจะให้ลุงเล่าอะไรอีก..”ลุงคำกล่าวยิ้มๆ..นอมิย่นจมูกกล่าว.. “ลุงคำนะ..พอกันเลยกับพี่พันชอบแกล้งนอมิ..” ..พันยิ้มกล่าว.. “เกี่ยวอะไรกับพี่ละ..ลุงคำก็ส่วนลุงคำ..พี่ก็ส่วนพี่..นอมิพาลจัง..”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น