นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก, ตอนที่10 เพชรนาคา



..เจ้าพญานาคราชเผือกนั้นยังคงแหวกว่าย..กระโจนน้ำจนแตกกระจาย..ดวงตาที่แดงราวทับทิมที่เจียรไนส่องประกายสะท้อน..พันมองเห็นแล้วรู้สึกขนลุก..หนาวเหน็บเสียดจนถึงกระดูกโดยไม่ทราบสาเหตุ..มันฉุกคิดขึ้นได้รีบหันไปดับไฟที่กำลังลุกโชนก่อนที่เจ้าพญานาคราชเผือกนั้นจะเหลือบแลมาเห็น..อาจจะแย่กว่าที่มันคิดก็เป็นไปได้..ไม่นานกองไฟก็มอดดับลง..พันรีบโอบอุ้มนอมิที่หลับใหล..เข้าหลบแอบในซอกหินที่อยู่ไม่ไกล..นอมิสะดุ้งพรวดขึ้นนั่ง..พร้อมอ้าปากจะร้องด้วยความตกใจ..แต่พันรีบคว้านางมาโอบพร้อมเอามือสากใหญ่..ปิดปากจิ้มลิ้มของนางที่อ้า..พร้อมจุปากส่งสัญญาณให้นอมิเหลียวไปดูที่กลางบึง..นอมิถึงกับเบิกตาค้างเพราะภาพที่เห็นเจ้าพญางูเผือกที่มีหงอน..มีเครา...ดำผุดดำว่ายอยู่กลางบึง..มันหมุนตัวคว้างเป็นเกลียว..ก่อนจะดำลงสู่ก้นบึงแล้วทะลึ่งพรวด..ทะยานสู่ฟ้า..คล้ายโค้งรุ้งสีเงินยวง..ที่ฟาดผ่านบึงใหญ่..มันส่งเสียงขู่ฟ่อๆแหลมเล็กประหลาด..ก่อนจะพ่นน้ำออกจากปากไปไกลเกือบยี่สิบวา..แรงของน้ำที่ฉีดพุ่ง..กลับกลายเป็นดั่งน้ำมัน..ที่กระทบถูกหินก้อนโต..กลับแตกละเอียด..เกิดไฟลุกท่วมบริเวณนั้น..หรือน้ำที่มันพ่นออกมาเป็นน้ำพิษของมัน..ที่มีส่วนผสมของกำมะถัน..จึงติดไฟลุกโชติช่วง...พันฉุกคิดมันถึงกับผลุบหัวลง..แอบซ่อน..พร้อมเอานิ้วชี้มาแตะที่ริมฝีปากตัวเองก่อนทำปากจู๋..หลับตาปี๋.ขนแขนชูชัน..เหงื่อเม็ดโป้งผุดออกมาเต็มใบหน้า.....นอมิก็มิแตกต่างจากพัน..หล่อนขนลุกซู่..เกิดมาจากท้องพ่อ..ท้องแม่ก็ไม่เคยเห็นสิ่งประหลาดแบบนี้มาก่อน..พันเพิ่งจะสังเกตเห็นเมื่อซอกหินที่มันมาแอบซ่อนมันคล้ายๆดั่งด้านหลังจะเป็นคล้ายกำแพงเมืองลักษณะกลมรีตั้งอยู่บนเนินสูง มีคูน้ำคันดิน คล้ายดั่งคูคลองเมือง..หรือตรงนี้มันคือที่ตั้งของเมืองโบราณ..คล้ายดั่งประกอบด้วยประตูเมืองเพราะมันมีเงาทอดลงไปยังบึงสะท้อนขึ้นมา..พันนิ่ง..ใจเต้นตุบๆๆๆแทบจะหลุดออกมาจากอก..ทำไมกลางวันมันถึงไม่สังเกตุเห็น..แต่พอกลางคืน..เงาจากแสงจันทร์สาดส่องลงมาทำให้เกิดเงาสะท้อนทอดตัวลงมาที่ริมบึง ใช่แน่ๆ..มันคือเมืองเก่า..ที่เคยมีผู้คนอาศัยอยู่..แล้วคนเหล่านั้นอพยพไปไหน..เหตุใดจึงทิ้งถิ่นฐาน..ที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้..หรือมันจะเกี่ยวข้องกับเจ้านาคราชเผือกตัวนั้น..พันคิดไปต่างๆนานา..มันลอยตัวอาบแสงจันทร์ที่สาดส่อง..ลงมา...มันพลิกตัวที..มันกลับเกิดคลื่นมหึมาก่อตัวขึ้น..สาดซัดเข้าหาฝั่งสูงเกือบห้าเมตร..เพราะพลังอันมหาศาลของมัน..มันลงเล่นน้ำเกือบชั่วโมง..ก่อนค่อยๆโผล่หัว..ชูคอ..แผ่พังพานกระพือออก..มองแล้วไม่ต่ำกว่าสี่เมตรเห็นจะได้..ก่อนที่มันจะพุ่งปราดเลื้อยกลับเข้าไปยังหลังม่านน้ำตก..พันงุนงง..เหตุใดตอนที่มันเดินสำรวจจึงไม่เห็นร่องรอยทางเข้าอื่นนอกจากเส้นทางนี้..แล้วเจ้างูยักษ์ตนนี้มันมาจากทางไหน..มันมาได้ยังไง..หรือมีช่องลับที่มันคาดไม่ถึง.แล้วมันมีกี่ตัว..มันคงไม่มีตัวเดียวแน่ๆ..แต่คราวนี้..ทำไมมันออกมาเพียงตัวเดียว..ทำไมคู่มันไปไหน..นี่เป็นปัญหาที่พันต้องฉุกคิด...หรือมันคือลูกหลานพญานาคราชในตำนานที่สร้างลำน้ำโขง..ตามตำนานพันอดคิดไม่ได้..ทำไมในโลกแห่งดิจิตอล ยังมีอะไรที่ลี้ลับที่ไม่สามารถจะอธิบายให้เข้าใจได้..แม้กระทั่งบางสิ่งบางอย่างวิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถเอามาพิสูจน์และอธิบายได้เช่นเดียวกัน..อย่างเรื่องเจ้าแวมไพร์..เรื่องมนต์ดำและคุณไสย์..แม้พันจะเป็นคนสมัยใหม่..ไม่ค่อยเชื่อในเรื่องพวกนี้เท่าใดนัก..แต่มันก็ยังไม่สามารถหาเหตุผลมากล่าวอ้างหักล้างในสิ่งที่พบเจอ..ทั้งๆที่มันอยากรู้อยากเห็นอยากจะพิสูจน์แต่มันก็ไม่สามารถหาทฤษฎีใดมาเป็นบทพิสูจน์อำนาจลึกลับ..ภาพที่มันและนอมิเห็นเมื่อครู่ก็เช่นกัน..จะบอกว่าตาฝาดก็คงจะไม่ฝาดพร้อมกันทั้งสองคน..จะไปบอกใครๆว่าเป็นเรื่องจริง..ก็มีเพียงแค่สองคนที่พบเจอ..หาพยานหลักฐานมากล่าวอ้างคงไม่มีใครเชื่อนอกจากนั้นอาจจะหาว่ามันเพ้อเจ้อและหลอกลวงก็เป็นได้..เพราะสมัยนี้..ไม่มีใครจะเชื่อในเรื่องพวกนี้..แม้จะมีรูปถ่ายที่ยืนยัน..นอมิยังคงอิงแอบอยู่บนอกของพัน..มองดูพญานาราชเผือกมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ติดกับถ้ำใต้ม่านน้ำตก..ก่อนจะมุดหายลับไปกับตา..พันค่อยๆผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก..มือขวาของมันค่อยๆตบหลังนอมิที่อิงแอบในอ้อมอกของมันเบาๆ..ก่อนจะลูบหัวนางกล่าวเบาๆ..”มันไปแล้ว.ละ..โล่งอกไปที..ดีนะที่มันไม่หันมาทางเราและไม่สนใจสิ่งรอบข้าง..ไม่เช่นนั้น..ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา..”อากาศที่หนาวเหน็บนอมิรู้สึกอบอุ่นยามได้ซบแนบแผงอกที่หนาอุ่นของพัน..หล่อนรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก..ทั้งสองยังไม่กล้าที่จะออกจากที่หลบซ่อน..ยังคงแอบอิงเบียดชิดใกล้..พันรู้สึกถึงความหอมที่ได้สูดดมจากเรือนผมของนอมิ..มันเกิดความวาบหวิวในใจ..แต่มันอาการแตกต่างจากเมื่อครู่ที่มันเกิดอาการกำหนัดใคร่..มิใช่เกิดจากจิตที่รักใคร่ด้วยใจ..เช่นตอนนี้..ไม่ทราบว่าทั้งสองอยู่ตรงนั้นนานเท่าใด..มารู้สึกตัวอีกทีก็ตะวันเริ่มสาดส่องลงมา..เสียงไก่ป่านกยูงร้องประสานเซ็งแซ่...นกยูงฝูงใหญ่บินลงจากยอดเขาเป็นทิวแถวเรียงรายลงมาสู่แอ่งบึงน้ำใหญ่..นอมิตื่นตากับภาพที่เห็นเหมือนเด็กๆที่ไม่เคยเจออะไรมาก่อน..นอมิเผยอปากยิ้ม..ตากลมโตคู่นั้นสุกใส..หล่อนมองภาพที่เห็นเบื้องหน้า..แม้หล่อนจะเป็นชาวเขา..แต่ปัจจุบันมันไม่มีภาพแบบนี้ให้เห็นแล้ว..จึงไม่แปลกที่หล่อนจะตื่นเต้นดีใจ.. “พี่พันดูโน่นสิ..กวางฝูงใหญ่มากเลยคะ..เขาสวยมาก..ตัวบะเริ่มเลย..” พันเงยหน้ามองตามนิ้วเรียวงามที่หล่อนชี้ให้ดู..มันต้องตกใจอุทานออกมา..”สมัน...ใช่จริงๆด้วย...สมัน..”นอมิมองหน้าพันอย่างงุนงง..ที่พันอุทานเสียงสมันออกมา..”อะไรนะคะ..อะไรคือสมัน..” พันหันมามองนอมิที่ขยับกายออกจากอ้อมอกพัน..กล่าวอย่างสงสัย..พันยิ้มตอบนอมิ..”ก็ฝูงกวาง..ที่นอมิเห็นนั่นไง..เขาเรียก สมัน.. หรือ ฉมัน หรือ เนื้อสมัน หรือ กวางเขาสุ่มเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกสัตว์กีบคู่ชนิดหนึ่ง.. เป็นกวางขนาดกลาง..แต่เสียดาย..มันสูญพันธุ์ไปนานแล้ว..ไม่น่าเชื่อว่าเราจะมาเจอมันในที่นี่..โอ....เป็นบุญตาแท้จริงเชียว..”..สมันฝูงนี้ไม่ต่ำกว่าห้าสิบตัว..มันมีขนตามลำตัวสีน้ำตาลเข้ม ท้องมีสีอ่อนกว่า ริมฝีปากล่างและด้านล่างของหางเป็นสีขาว มีลักษณะเด่นคือ ตัวผู้จะมีเขาแตกแขนงออกไปมากมายเหมือนกิ่งไม้ แลดูสวยงามมันจึงได้ชื่อว่าเป็นกวางที่มีเขาสวยที่สุดในโลกก็ว่าได้ มีกิ่งรับเขาที่ยื่นออกไปข้างหน้ายาวกว่ากิ่งกวางชนิดอื่น ๆ กิ่งที่ยื่นนี้เรียกว่า..กิ่งรับหมา..สมันมีความยาวลำตัว 180 เซนติเมตร ความยาวหาง 10 เซนติเมตร มีความสูงจากพื้นดินถึงหัวไหล่ 100-110 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 100-120 กิโลกรัม สมันนั้นวิ่งเร็วประมาณ 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง นอมิหันมองพัน.. “จริงหรือคะพี่พัน..” พันพยักหน้ากล่าว.. “จริงสิ..เมื่อก่อนมันมีเยอะมาก..เพราะเขาของมันนี่แหละทำให้มันสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้..เมื่อก่อนนะมันจะมีการกระจายพันธุ์เฉพาะในที่ราบลุ่มภาคกลางของไทยเท่านั้น รวมถึงบริเวณกรุงเทพ..ในสมัยก่อนนี้ด้วย... โดยอาศัยอยู่ในที่ทุ่งโล่งกว้าง ไม่สามารถหลบหนีเข้าป่าทึบได้เนื่องจากกิ่งก้านของเขาจะไปติดพันกับกิ่งไม้ จึงเป็นจุดอ่อนให้ถูกล่าได้อย่างง่ายดาย ในสมัยอดีต ชาวบ้านจะล่าสมันด้วยการสวมเขาปลอมเป็นตัวผู้เพื่อล่อตัวเมียออกมา จากนั้นจึงใช้ปืนหรือหอกพุ่งยิง..เสียดาย...เสียดาย...”พันกล่าวอธิบาย..นอมิฟังจนเคิบเคลิ้ม...อินตาพันไป.. “แปลว่าปัจจุบัน สมันสูญพันธุ์แล้วใช่ไหมคะในประเทศไทยเรา..”นอมิถามขึ้น..พันพยักหน้ากล่าว..”ใช่คะ.. สมันในธรรมชาติตัวสุดท้ายถูกนายตำรวจคนหนึ่งยิงตายเมื่อ พ.ศ. 2475 ที่จังหวัดกาญจนบุรี สมันตัวสุดท้ายในที่เลี้ยงถูกชายขี้เมาตีตายที่วัดแห่งหนึ่งในตำบลมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อ พ.ศ. 2481ในปี พ.ศ. 2534 มีรายงานว่าพบซากเขาสมันสดขายในร้านขายยาใจกลางเมืองพงสาลี และแขวงหลวงพระบาง ทางภาคเหนือของลาว ทำให้สันนิษฐานว่าอาจจะมีสมันหลงเหลืออยู่ในประเทศลาวก็เป็นได้ แต่เรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันเพียงพอ..ตั้งแต่นั้นมาไม่เคยมีใครพบเห็นสมันอีกเลย..”พันกล่าว..แสงแดนอ่อนๆยามเช้าสาดส่องลงมา..พันชวนนอมิออกจากที่ซุ่มซ่อน..ใช่..มันคือกำแพงเมืองจริงๆ..เป็นกำแพงยาว..ที่เอนล้มเอียงบ้าง..ผุพังลงบ้างตามกาลเวลา..พันเดินจูงมือนอมิออกมา..ยืนมองบริเวณรอบๆอย่างละเอียด..มันเป็นกำแพงเหมือนกำแพงเมืองทั่วไป..มีคูเมืองด้านนอกกำแพง..แต่ด้วยกาลเวลาทำให้คูเมืองตื่นเขินเป็นหลุมยาวตลอดแนว..ส่วนกำแพงจะตั้งถัดมาก่อล้อมกั้นบึงใหญ่ไว้..ให้อยู่ภายในเมือง..แล้วใจกลางเมืองมันอยู่ตรงไหน..แล้วใครเอาลายแทงหนังกวางมาจากไหน..คนเอาลายแทงมาไปไหน..ทำไมถึงต้องทิ้งลายแทงเอาไว้ในถ้ำปล่องทางเข้าพญานาค..มันเกิดคำถามมากมายจากพัน..พอประติดประต่อเรื่องราว..ที่มีเค้าโครง..แต่พันเองก็พยายามสลัดทุกอย่างออกจากหัวเพราะหน้าที่หลักสำคัญของมันตอนนี้คือพยายามหาทางไปยังจุดนัดพบให้ทัน และทำทะลายโรงงานยานรก..นี่คืองานของมัน..เหล่าฝูงสัตว์เห็นพันและนอมิก็มิได้แตกตื่นตกใจกลัวยังคงเห็นมันเป็นสิ่งแปลกตา..บ้างก็เดินมาดม..นอมิสนุกกับการเล่นกับสมันน้อย..ที่มาคลอเคลียไม่ห่าง..พันเหลือบมองไปยังโขดหินเบื้องหน้าที่ห่างออกไปเกือบร้อยเมตร..ริมบึงด้านหน้า..ที่มีรอยไหม้เกรียมหินตรงนั้นที่พญานาคราชเผือกนั้นพ่นน้ำพิษจนกลายเป็นไฟเผาผลาญหินจนแตกเป็นเสี่ยงๆ..เพราะที่ตรงนั้น..เกิดประกายแวววาว..ทอแสงยามที่ต้องแสงแดด.. “นอมิ..ดูโน่น..พันชี้มือไปทางก้อนหินที่แหลกละเอียด.. นอมิมองตาม..กล่าว.. “นั่นอะไรคะพี่พัน.ดูสิมันสะท้อนสวยงามจังเลย..จะเป็นเพชรรึเปล่านะ...”พันส่ายหน้า..กล่าว..“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน.แต่พี่สังเกตุเห็นมานานแล้ว..ตั้งแต่มันพ่นคายพิษออกจนระเบิดเป็นลูกไฟลุกท่วม.นอมิรอพี่ที่นี่นะ..พี่เกรงจะเกิดอันตราย..เดี๋ยวพี่ไปดู..รอพี่ที่นี่..เข้าใจไหม..”นอมิย่นจมูกทำท่าทางไม่พอใจ..อยากจะติดตามไปด้วย.. พันหันมา..บี้จมูกหล่อน..ก่อนจะขยี้ที่หัวเบาๆกล่าว...“อย่าดื้อสิคะ..เดี๋ยวพี่มา..รอที่นี่..เข้าใจนะ..”พันกล่าวก็รีบวิ่งออกไป..สิ่งที่มันเห็นกลับเป็นวัตถุสองสิ่ง..ทอแสงประกายสวยงาม..ดุจอัญมณีที่ล้ำค่า..มันคล้ายพลอยสวยงาม..มีสีน้ำเงินและสีชมพูสวยงาม..เป็นเม็ดใหญ่กว่าหัวแหวนไม่มากเท่าไรนัก..มองดูคล้ายๆกับไข่นกกระทา..รีๆมีขนาดเท่ากันเลย.กับไข่นกกระทา...พันมิกล้าที่จะหยิบตรงๆ..มันมองซ้ายทีมองขวาที..ก่อนตัดสินใจเอื้อมมือหักกิ่งไม้.เขี่ยๆ.มันออกมาจากกองหินที่ถูกบดป่นจนละเอียดย่อย..ทันทีที่ไม้ไปแตะโดน..ไม้นั้นกลับร้อนดั่งกระแสไฟ..วิ่งปราดเข้ามาตามปลายไม้เข้าสู่ร่างพัน..มันถึงกลับกระดอนถอนหลัง..ดั่งโดนไฟดูดก็ไม่ปาน..นอมิยืนมองตกใจ..รีบวิ่งเข้ามาดู..พันรีบลุกขึ้นร้องห้าม.. “อย่ามา..นอมิ..”ไม่ทันเสียแล้ว...เมื่อนอมิมายืนอยู่ข้างหลังมันก่อนจะประคองมันลุกขึ้น..กล่าวถาม.. “เป็นยังไงบ้างคะพี่พัน..เจ็บตรงไหนบ้าง..”พันส่ายหน้ายิ้มเจื่อนๆ.. “ไม่มีอะไร..ไม่เป็นอะไร..พี่แค่ตกใจนะ..เลยสะดุ้ง..”นอมิหยิกหมับที่ต้นแขน.. “นี่แน่..ทีหลังอย่าทำให้นอมิตกใจนะคะ..”พันถึงกลับหัวร่อออกมา.. “อุ๊ย..สวยจังค่ะพี่พัน..นอมิอยากจะได้..นั่นอะไรคะนั่นนะ..”นอมิชี้มือให้พันดู..พร้อมร้องถาม..พันส่ายหน้าบอกไม่รู้เหมือนกันและได้บอกให้นอมิออกห่างมันจะหยิบแก้วสองสีที่วางอยู่ตรงนั้นมา...พันใช้ไม้เขี่ยอีกครั้ง..แต่ครั้งนี้อาการคล้ายไฟดูดไม่มีอีกแล้ว..มันยังไม่ไว้ใจ..ยังคงใช้ใบไม้..ข้างๆมาจับ..ประหลาดแท้พอวัตถุทั้งสองเข้ามาสู่มือมันเกิดพลังงานสองสายวิ่งเข้ามาสู่ร่างกายมัน..สายหนึ่งร้อน..สายหนึ่งเย็น..ไหลวนเวียนเข้าทั่วร่าง...จนมันแทบจะยืนไม่อยู่..ร่างซวนเซ..ก่อนที่จะตั้งสติ..อาการเหล่านั้นก็หายไปสิ้น..มันรู้สึกว่าร่างกายมีสิ่งสองสิ่งที่กื้อหนุนกัน..หมุนวนดุจพลังหยินหยางที่เกื้อหนุนกันภายในกาย...บางครั้งก็ร้อนลุ่ม..บางครั้งก็หนาวเหน็บ..บางครั้งก็ปลอดโปร่งสบายเบาตัวอย่างบอกไม่ถูก..ก่อนจะยื่นส่งให้นอมิ..นอมิรับมาส่องดู..มันคล้ายๆผลึกแก้ว..สีใส..สองสี..หนึ่งสีน้ำเงิน..อีกหนึ่งสีชมพูสวยงาม..นอมิรับมาส่องดู..ก่อนจะยื่นส่งให้พัน..หล่อนยิ้มหวานเอียงคอน่ารักกล่าว..”ให้พี่พันเก็บไว้คะ..พี่พันเป็นคนเจอ..รู้ไหม..โชคดีแล้วนะคะนี่..”พันรับมาพิจรณาอีกครั้ง.. “มันเหมือนแก้ว..จำพวกอัญมณีเลยนะว่าไหม..งั้นเราแบ่งคนละอัน..นอมิเป็นผู้หญิง..สีชมพูจะเหมาะกว่า..”มันกล่าวพร้อมยื่นให้นอมิ..นอมิไหว้กล่าวขอบคุณ.. “ขอบคุณคะ..พี่พันรู้เปล่า..เขาเรียกอะไร..” พันส่ายหน้าไปมา..”ไม่รู้ค่ะ..เขาเรียกอะไรคะ..นอมิรู้หรือ..”นอมิยิ้ม..เอามือยกกอดอกคล้ายคนคงแก่เรียน..เต๊ะท่ากล่าว.. “มณีนาคา...หรือเพชรพญานาค..หรือแก้วนาคราช..เยอะแยะแล้วแต่เขาจะเรียก...แต่ที่เห็นที่อื่นน่าจะของเก๊..นี่ของจริงๆเลยนะคะ..”พันพยักหน้า..มันก็เคยได้ยินชื่อนี้มาเหมือนกัน...ทั้งคู่กำลังคุยกัน..พลันเกิดเสียงปืนดังแว่วๆ..เปรี๊ยง..เปรี๊ยง..เปรี๊ยง...สามนัดซ้อน..

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นิยายภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่12 / 2 เพชรฆาตเย็น

นิยายภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่11, สมิงดง 2,

นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก, ตอนที่11 ,สมิงดง 1, .