. นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก, ตอนที่10 เพชรนาคา, 10/4
ในระหว่าที่คุยกันนั้น..ข้าวสุกพอดี..เนื้อเค็มก็ถูกนำออกมาใส่ไม้ไผ่ที่ฝ่าซีกทำไม้หีบหนีบเนื้อเค็มตากแห้ง..มันเริ่มส่งกลิ่นหอมอบอวล..กระเทียมพริกไท ที่หมักกับเนื้อถูกความร้อนของถ่านไฟ..กลายเป็นสีเหลือง..เนื้อสันติดมันเริ่มหดตัวมีน้ำมันเยิ้มซึมออกมา..เพิ่มความน่ากินยิ่งขึ้น..น้ำพริกข่ารสจัดถูกเทออกมาจากห่อ..หน่อไม้สดๆถูกนำมาเผาทั้งเปลือก..เพื่อกินแกล้มกับน้ำพริก.เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้..ของคนเดินป่า...น้ำพริกช่วยให้เจริญอาหาร..ข้าวสวยร้อนๆส่งควันไอลอยล่อง..ถูกตักคด.ตักใส่ใบไม้วางเรียงราย..ทั้งสามนั่งล้อมวงกินข้าวที่มองดูธรรมดาๆแต่มันแสนจะโอชะ..ไม่นานนักมื้อเช้า.ที่ดูเรียบง่าย.ก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อย..ทั้งสามเริ่มออกเดินทางเพื่อให้ทันกลุ่มของไกรที่นำหน้าไปก่อน...หนานหล้าทิ้งรหัสตามทางเป็นระยะๆเพื่อให้ลุงคำตามมาได้ถูกทาง..ในระหว่างเดินทาง..พันกล่าวเรื่องราวที่ผ่านมาให้ลุงคำฟัง..ตั้งแต่เรื่องไอ้งายาว..จนถึงไอ้พลายน้อย..ตลอดจนเรื่องอุโมงค์ถ้ำนาคราช..และแผ่นหนังเขียนอักขระล้านนาโบราณ..ซึ่งลุงคำเองก็บอกให้พันเก็บไว้...รอมีเวลาค่อยนำมาศึกษา...ลุงคำรีบพาทั้งสองเร่งรุดเพื่อที่จะให้ทันกลุ่มที่ล่วงหน้าไปก่อนอย่างน้อยก็น่าจะถึงจุดนัดพบพอดี..นอมิก็มิย่อท้อ..ไม่เคยบ่นและแสดงอาการเหนื่อยล้าให้เห็น.."ไงบ้างนอมิ..พักก่อนไหม.."ลุงคำหันมาหาสาวน้อยที่เดินเหงื่อโทรมกาย..หล่อนยิ้ม..ส่ายหน้ากล่าว.."นอมิไหว..ไม่ต้องห่วงคะ..รีบเถอะคะ..เดี๋ยวจะไม่ทัน.."ลุงคำพยักหน้ากล่าว.."อีกแค่ต้นกะบกใหญ่ข้างหน้าก็จะลงเนินแล้วละ..คงจะไม่เหนื่อยเท่าไหร่.."ไม่นานทั้งหมดก็มาถึงต้นกะบกใหญ่..ที่ตั้งตรงตระหง่าน..ใต้ต้นมีมูลสัตว์กีบทั้งเล็กทั้งใหญ่เกลื่อนไปทั่ว..เพราะมากินลูกกะบกที่หล่นใต้โคนต้น.."พี่พันเคยกินไหม..กะบก..หรือมะมื่น.."นอมิถามขึ้นมาขณะเดินผ่านใต้ต้นกะบกใหญ่.พันยิ้มกล่าว.."เคยสิ..พี่ชอบด้วยมัน..มันๆอร่อยออก..รสเหมือนกินอัลมอล..เอามาคั่วให้หอมนะ..เบื่อตอนผ่าเปลือกออกนี่แหละ.."พันกล่าว..นอมิยิ้ม.กล่าว..."นึกว่าคนกรุงเทพจะไม่เคยทาน.." "พี่คนบ้านนอก..ก็แค่หน่วยงานอยู่ในกรุงเทพ..แต่เวลาทำงานก็ออกต่างจังหวัดตลอด.."พันตอบพลางเดินไปหยิบหอบเมล็ดกะบกแห้งไม่มีเปลือกใส่กระเป๋าข้างกางเกง..จนเต็ม.."เย็นนี้จะผ่าให้กินนะ.."พันกล่าวพลางเดินพลาง..การเดินลงเนินต้องหันข้างลง..ใช้ข้างเท้ายันลงทีละนิดๆ..มันแม้ไม่ต้องออกแรงปีน..แต่ต้องใช้แรงในการหยั่งตัวน้ำหนักทั้งหมดจะทิ้งลงมาที่ขาทั้งสองข้าง..ทำให้ใช้ข้อเข่ามากขึ้นกว่าเดิม..และเกร็งกล้ามเนื้อหน้าขา..พันต้องตัดไม้ไผ่ทำเป็นไม้เท้าค้ำยันแจกจ่ายให้นอมิและลุงคำอย่างน้อยก็ช่วยพยุง..ลดแรงกระแทก..พันยกแขนขวาขึ้นถลกแขนเสื้อขึ้นดูเวลา.."สี่โมงแล้วครับลุง..เอาไง.."พันกล่าวกับลุงคำ..ลุงคำมองไปรอบๆ..ก่อนจะกล่าว.."ฟากโน้น..มีลำห้วย..ข้ามลำห้วยไปหน่อย..ก่อนเข้าป่าไผ่..เราน่าจะพักที่นั่นครับ..คืนนี้คงนอนกันที่สูง..เรามีกันแค่สามคน..จะได้ระวังง่ายหน่อย.."ลุงคำกล่าว..ก็พาทั้งสองออกเดินต่อ..ไม่นานก็ถึงที่หมายที่จะพักแรมในคืนนี้..."ผมจะไปตัดไม้ไผ่..คุณพันรอนี่นะครับ.."พันพยักหน้ากล่าว.."ครับลุง..เราจะเอาต้นไหนดี.."..ลุงคำมองรอบๆก่อนชี้ไปยังต้นมะค่าแต้..ต้นใหญ่..กล่าว.."ต้นนั้นเหมาะครับ..กิ่งก้านสาขา..มีคบคา..น่าจะพอทำห้างได้..อีกอย่างมันสูงใหญ่..และมั่นคงดี..เดี๋ยวผมมา...."แกกล่าวก่อนจะแบกปืน..เหน็บมีดเดินเข้าป่าไผ่ด้านหน้า..พันพานอมิเดินมาจนถึงพลานหินใต้ต้นมะค่าแต้..แล้ววางเป้ลงมือถากถางตัดหญ้าและต้นไม้พุ่มเล็กๆออก..ก่อนจะปัดกวาดพลานหิน..ขนฟืนก่อกองไฟ..เตรียมอาหารเย็น..เสียงลุงคำฟันไม้อยู่ไม่ห่าง
ไม่นานแกก็ลากไม้ไผ่เป็นไม้ไผ่สองลำถูกตัดลิใบทิ้ง..เหลือกิ่งติดลำต้นประมาณหนึ่งคืบสลับด้านซ้ายขวา..ลุงคำแกเอามาทำเป็นบันไดที่ใช้ปีนขึ้นบนต้นมะค่าแต้เพื่อขึ้นทำห้าง..พักคืนนี้...ไม่นานไม้ไผ่สองลำก็ถูกผูกติดกับต้นมะค่าแต้ต้นใหญ่โดยใช้หวายมารัดตึงขันชะเนาะ..ก่อนแกจะเข้าไปตัดมาเพิ่มเพื่อทำห้างพัก...ไม่นานห้างก็เรียบร้อย..เพราะฝีมือลุงคำกับพัน..ข้างล่างนอมิก็ก่อไฟเตรียมหุงข้าว..ทำอาหารเย็น..ของมื้อนี้..บนพลานหิน..หลังอาหารเย็น..มื้อนี้..ลุงคำยังคงเร่งแกะสลักตุ๊กตาไม้ที่ใกล้จะเสร็จ..แกลูบคลำตุ๊กตาไม้พญางิ้วดำที่แกบรรจงแกะสลัก..ทุกๆแรงนิ้วที่กดคมมีดกรีดเฉือน..ปาดขูดเกลา..ผิวไม้พญางิ้วดำด้วยมานะ..พันนั่งมองด้วยความสนใจ..นับว่าลุงคำ..แกมีฝีมือแกะสลักเรียกได้ว่าชั้นเซียนเลยทีเดียว..ไม่นานตุ๊กตาไม้ก็เรียบร้อย..พันสังเกตุเห็นลุงคำแกล้วงหยิบบางอย่างออกมา..มันเป็นด้ายสายสิญจน์ที่ถูกขดม้วน..ลุงคำบรรจง..นำมาพันเคียนรอบๆตัวตุ๊กตาไม้..ตั้งแต่ฐานที่บริเวณเท้า..พันรอบขึ้นมาจนถึงคอ..พร้อมบริกรรมคาถาก่อนจะวางบนจานที่มีดอกไม้ป่าสีขาว..จำนวนห้าคู่..เทียนขี้ผึ้งหนึ่งคู่..เงินห้าบาท..หมากพลูบุหรี่..เหล้าขาว.."ลุงทำอะไรครับ.."พันวอบถามลุงคำหลังจากแกวางตุ๊กตาไม้..จนบนจานดังกล่าว..ลุงคำหันเงยหน้ามองพันแล้วยิ้ม..ก่อนจะจุดยาสูบขึ้นสูบ..แล้วกล่าว.."ผมกำลังจะทำพิธีปลุกเสกนางพญางิ้วดำครับคุณพัน.."พันพยักหน้า..มันก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ..ได้แต่มองสิ่งที่อยู่บนจานดอกไม้ธูปเทียน..พันมองดูตุ๊กตาไม้..ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนว่ามันมีชีวิตจริงๆ....ลมพัดเอื่อยๆ..แมลงกลางคืนก็เริ่มขยับปีกร้องกันระงม..ลุงคำใช้ผ้าขาวพาดเฉียง..นั่งขัดสมาธิตระเตรียม.กระทำพิธีดังกล่าว...พันมองลุงคำแกนับนิ้ว..ก่อนแกจะพยักหน้า.ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง...."พอดีเลย.เกือบไม่ทันเสียแล้ว..."พันสงสัย..เลยขยับเข้าใกล้.."อะไรหรือครับลุง.." ลุงคำยิ้ม..กล่าว.."..ก็วันนี้นะสิ.วันดี..วัน.เสาร์ 5 ซึ่งตามโบราณกาล ถือเป็นวันแรง และวันที่แข็งที่สุด.."ลุงคำกล่าว..พร้อมพ่นควันยาสูบ..ลอยล่อง.."ยังครับลุง..วันเสาร์ห้า.."พันถามขึ้นมา..แม้เคยได้ยินมาบ้างแต่ก็.ไม่ทราบรายละเอียด.."วันที่มีเดือนห้าตรงกับวันขึ้นห้าค่ำไงละครับคุณพัน..ยิ่งวันนี้เป็นวันที่ห้า..ขึ้นห้าค่ำ..เดือนห้า...มันหายากมาก.. ในตำราโหราศาสตร์ ของไทย วันนี้เป็นวันดี..วันแข็ง..เหมาะแก่การกระทำพิธีปลุกเสก..วัตถุมงคล..เช่นกัน..เชื่อกันว่า.. บุคคลที่เกิดในวันเสาร์นั้น จะมีเทพพระเสาร์พิทักษ์ คุ้มครองและรักษา เทพพระเสาร์นั้น ถือกำเหนิดจากองค์พระศิวะ หรือพระอิศวร ที่เป็นองค์เทพพระเจ้าสูงสุด ของศาสนาพราหมณ์..ว่ากันว่า..พระองค์.. ทรงนำเอาเสือพยัคฆราช สิบตัวมาป่นให้เป็นผง แล้วห่อด้วยผ้าสีม่วง สีดำ ประพรมด้วยน้ำอมฤตทำให้เกิดเทพเจ้าอีกองค์มีพระนามว่า พระเสาร์เทวราชอันเป็นเทพเจ้าสำหรับคนเกิดในวันเสาร์วันเสาร์ห้า คือ วันเสาร์ ขึ้นหรือแรม 5 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งตามคติความเชื่อของโบราณเชื่อว่า..ดาวเสาร์เป็นดาวแห่งความเข้มแข็ง และมีพลังมาก หากมีการประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลในวันเสาร์ห้า จะมีพุทธคุณด้านคงกระพัน และแคล้วคลาด มากกว่าวันปกติ ถือว่าเป็นวันธงไชย เป็นฤกษ์งามยามดี มีดาวบนท้องฟ้าโคจรในตำแหน่งที่สวยงาม เป็นวันที่เหมาะแกการกระทำพิธีที่สุด.."ลุงคำกล่าวให้พันฟัง..พันพยักหน้าก่อนกล่าวถามขึ้น.."แปลว่า..ลุงกำลังจะปลุกเสกอะไรสักอย่างหรือครับ.."ลุงคำพยักหน้ากล่าว.."ครับ..ผมว่าจะใช้วันนี้ปลุกเสกหุ่นไม้พญางิ้วดำ.."
ไม่นานแกก็ลากไม้ไผ่เป็นไม้ไผ่สองลำถูกตัดลิใบทิ้ง..เหลือกิ่งติดลำต้นประมาณหนึ่งคืบสลับด้านซ้ายขวา..ลุงคำแกเอามาทำเป็นบันไดที่ใช้ปีนขึ้นบนต้นมะค่าแต้เพื่อขึ้นทำห้าง..พักคืนนี้...ไม่นานไม้ไผ่สองลำก็ถูกผูกติดกับต้นมะค่าแต้ต้นใหญ่โดยใช้หวายมารัดตึงขันชะเนาะ..ก่อนแกจะเข้าไปตัดมาเพิ่มเพื่อทำห้างพัก...ไม่นานห้างก็เรียบร้อย..เพราะฝีมือลุงคำกับพัน..ข้างล่างนอมิก็ก่อไฟเตรียมหุงข้าว..ทำอาหารเย็น..ของมื้อนี้..บนพลานหิน..หลังอาหารเย็น..มื้อนี้..ลุงคำยังคงเร่งแกะสลักตุ๊กตาไม้ที่ใกล้จะเสร็จ..แกลูบคลำตุ๊กตาไม้พญางิ้วดำที่แกบรรจงแกะสลัก..ทุกๆแรงนิ้วที่กดคมมีดกรีดเฉือน..ปาดขูดเกลา..ผิวไม้พญางิ้วดำด้วยมานะ..พันนั่งมองด้วยความสนใจ..นับว่าลุงคำ..แกมีฝีมือแกะสลักเรียกได้ว่าชั้นเซียนเลยทีเดียว..ไม่นานตุ๊กตาไม้ก็เรียบร้อย..พันสังเกตุเห็นลุงคำแกล้วงหยิบบางอย่างออกมา..มันเป็นด้ายสายสิญจน์ที่ถูกขดม้วน..ลุงคำบรรจง..นำมาพันเคียนรอบๆตัวตุ๊กตาไม้..ตั้งแต่ฐานที่บริเวณเท้า..พันรอบขึ้นมาจนถึงคอ..พร้อมบริกรรมคาถาก่อนจะวางบนจานที่มีดอกไม้ป่าสีขาว..จำนวนห้าคู่..เทียนขี้ผึ้งหนึ่งคู่..เงินห้าบาท..หมากพลูบุหรี่..เหล้าขาว.."ลุงทำอะไรครับ.."พันวอบถามลุงคำหลังจากแกวางตุ๊กตาไม้..จนบนจานดังกล่าว..ลุงคำหันเงยหน้ามองพันแล้วยิ้ม..ก่อนจะจุดยาสูบขึ้นสูบ..แล้วกล่าว.."ผมกำลังจะทำพิธีปลุกเสกนางพญางิ้วดำครับคุณพัน.."พันพยักหน้า..มันก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ..ได้แต่มองสิ่งที่อยู่บนจานดอกไม้ธูปเทียน..พันมองดูตุ๊กตาไม้..ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนว่ามันมีชีวิตจริงๆ....ลมพัดเอื่อยๆ..แมลงกลางคืนก็เริ่มขยับปีกร้องกันระงม..ลุงคำใช้ผ้าขาวพาดเฉียง..นั่งขัดสมาธิตระเตรียม.กระทำพิธีดังกล่าว...พันมองลุงคำแกนับนิ้ว..ก่อนแกจะพยักหน้า.ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง...."พอดีเลย.เกือบไม่ทันเสียแล้ว..."พันสงสัย..เลยขยับเข้าใกล้.."อะไรหรือครับลุง.." ลุงคำยิ้ม..กล่าว.."..ก็วันนี้นะสิ.วันดี..วัน.เสาร์ 5 ซึ่งตามโบราณกาล ถือเป็นวันแรง และวันที่แข็งที่สุด.."ลุงคำกล่าว..พร้อมพ่นควันยาสูบ..ลอยล่อง.."ยังครับลุง..วันเสาร์ห้า.."พันถามขึ้นมา..แม้เคยได้ยินมาบ้างแต่ก็.ไม่ทราบรายละเอียด.."วันที่มีเดือนห้าตรงกับวันขึ้นห้าค่ำไงละครับคุณพัน..ยิ่งวันนี้เป็นวันที่ห้า..ขึ้นห้าค่ำ..เดือนห้า...มันหายากมาก.. ในตำราโหราศาสตร์ ของไทย วันนี้เป็นวันดี..วันแข็ง..เหมาะแก่การกระทำพิธีปลุกเสก..วัตถุมงคล..เช่นกัน..เชื่อกันว่า.. บุคคลที่เกิดในวันเสาร์นั้น จะมีเทพพระเสาร์พิทักษ์ คุ้มครองและรักษา เทพพระเสาร์นั้น ถือกำเหนิดจากองค์พระศิวะ หรือพระอิศวร ที่เป็นองค์เทพพระเจ้าสูงสุด ของศาสนาพราหมณ์..ว่ากันว่า..พระองค์.. ทรงนำเอาเสือพยัคฆราช สิบตัวมาป่นให้เป็นผง แล้วห่อด้วยผ้าสีม่วง สีดำ ประพรมด้วยน้ำอมฤตทำให้เกิดเทพเจ้าอีกองค์มีพระนามว่า พระเสาร์เทวราชอันเป็นเทพเจ้าสำหรับคนเกิดในวันเสาร์วันเสาร์ห้า คือ วันเสาร์ ขึ้นหรือแรม 5 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งตามคติความเชื่อของโบราณเชื่อว่า..ดาวเสาร์เป็นดาวแห่งความเข้มแข็ง และมีพลังมาก หากมีการประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลในวันเสาร์ห้า จะมีพุทธคุณด้านคงกระพัน และแคล้วคลาด มากกว่าวันปกติ ถือว่าเป็นวันธงไชย เป็นฤกษ์งามยามดี มีดาวบนท้องฟ้าโคจรในตำแหน่งที่สวยงาม เป็นวันที่เหมาะแกการกระทำพิธีที่สุด.."ลุงคำกล่าวให้พันฟัง..พันพยักหน้าก่อนกล่าวถามขึ้น.."แปลว่า..ลุงกำลังจะปลุกเสกอะไรสักอย่างหรือครับ.."ลุงคำพยักหน้ากล่าว.."ครับ..ผมว่าจะใช้วันนี้ปลุกเสกหุ่นไม้พญางิ้วดำ.."
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น