นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก, ตอนที่ 8 8/1 เผชิญพลายงายาว



ป่าด้านล่างแถบโค้งของลำน้ำถูกพายุพัดจนเสียหายไปทั้งแถบ..มองดูแล้วน่าหวาดเสียว..ลำน้ำสาละวินที่ใสกลับขุ่นแดงดุจสีชาเย็นหรือโอวัลตินยังไงยังงั้น..เนื่องเพราะน้ำจากเขาชะล้างดินโคลนลงไปจนขุ่นคลัก..หมูป่าแม่ลูกอ่อนส่งเสียงร้องเรียกลูกๆที่เดินแตกแถวให้เข้าพวก...มันเดินส่ายอุ้ยอ้าย..นำหน้าลูกที่เพิ่งจะคลอดได้ไม่นานออกมาดุดคุดคุ้ยหารากไม้หัวกลอยกิน..พันไม่เห็นภาพนี้มานานมากโข..วันนี้มันรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษหลังจากที่เคร่งเครียดมานาน..อาหารเช้ามื้อนี้มีอาหารพิเศษ..ต้มส้มอึ่ง..หนานหล้านำอึ่งมาเสียบไม้ย่างไฟจนแห้ง..แล้วนำมาต้มยำ..ใบมะขามอ่อนเพิ่งแตกยอดช่วยให้เกิดรสเปรี้ยวอย่างลงตัว..กลิ่นใบกระเพราป่าช่วยเพิ่มความแซบตามฉบับต้มยำป่า..ฝีมือของหนานหล้านับว่าเลิศไม่เป็นสองรองใคร...อากาศหนาวๆซดน้ำต้มยำที่เผ็ดร้อน...มันช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นทันตา..หนังอึ่งที่ย่างจนแห้งมันจะหนึบกรุบส่งกลิ่นหอม..ไข่ที่เต็มท้อง..สีดำออกจะมันๆสุดแสนวิเศษมันดั่งอาหารทิพย์..เนื้อที่เคี้ยวหนึบๆ....หลังจากอิ่มหนำสำราญทั้งหมดก็ออกเดินทางต่อ..โดยการเดินตัดลงเข้าหาแม่น้ำสาละวินก่อนเดินเลียบเลาะตามตะลิ่งเพื่อหาเขาลูกหน้า..การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะทางทั้งชั้นทั้งลื่น..ดินโคลนเหนียวๆ..ติดรองเท้ายิ่งเพิ่มน้ำหนักทำให้การเดินทางล่าช้าลงกว่าเดิม..แต่สีหน้าแววตาทุกคนก็ยังมุ่งมั่นที่จะไปให้ทัน..ระหว่างทางต้องข้ามลำห้วยที่เพิ่งมีน้ำมาเติมอีกถึง..ห้าลำห้วยด้วยกัน..มันไม่ใช่เรื่องง่ายในการเดินทางในภูมิประเทศแบบนี้...พันนึกถึงตอนเข้าทำงานที่ อ.ขุนยวม การเดินผ่านลำห้วยแม่สุริน ที่คดเคี้ยวถึง 13 ลำห้วย เปียกแล้วแห้ง..แห้งจนเปียก..ผ่านทะลุป่าหญ้าคา..ตัดขึ้นเขาสูงสลับไปมา..มันสุดแสนจะลำบาก..แต่นี่กลับหนักกว่า..ทั้งปืนทั้งสัมภาระ..อีกทั้งยังดินโคลนที่ติดรองเท้าเดินป่า.."เราต้องถึงสันดอยก่อนเที่ยง..ไหวกันไหมครับ.."เสียงลุงคำกล่าวด้วยความเป็นห่วง...ทุกคนยิ้มผงกหัวว่าไหว..ลุงคำยิ้ม.กล่าว.ให้กำลังใจ...พร้อมชี้มือ.ไปข้างหน้า..."ทนอีกนิดครับ..เลยสันเขาข้างหน้าก็สบายแล้วละครับ.."..แปร๋นนนนนน...แปร๋นนนนนน..ทุกคนถึงกับสะดุ้ง..นี่มันด่านช้าง.."พวกเรา..เร่งหน่อย..ให้ถึงเขาข้างหน้ายังพอหลบได้ทัน.."เสียงลุงคำร้องแข่งเสียงช้างป่าโขลงใหญ่..ดูท่าจะใหญ่สุดเท่าที่แกเคยเห็นมา..มองต้นไม้ล้มเป็นทางห่างออกไปไม่ถึงห้าหกร้อยเมตร..แม้จะเหนื่อยแสนเหนื่อยทุกคนก็แข็งใจ..ฝืนก้าววิ่งตรงไปข้างหน้าที่ห่างไม่ถึงร้อยเมตร.."เร็วๆๆๆ.."เสียงพันสั่งเร่ง..โดยมันเองกับลุงคำรั้งท้ายเพื่อสะกัดโขลงช้างป่าที่แหกปากร้องลั่นป่า..แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นดั่งกับดินจะถล่มทะลาย...พันกระชับไรเฟิลคู่มือแน่น..วิ่งพลางระวังหลังพลาง..เจ้าจ่าโขลงตัวใหญ่มะหึมา..งาคู่งามยาวเฟื้อย..ดูสูงไม่ต่ำกว่าสองเมตรครึ่ง..ซึ่งมองดูใหญ่กว่าช้างเอเชียทั่วๆไป..ผิวมันนวลๆออกชมพู..กระพือหูสองข้าง..งวงมันเกี่ยวรัดใบไม้ที่ขวางทางมันอย่างบ้าคลั่ง.."แข็งใจอีกนิด..เดี๋ยวเราก็ถึงแล้ว..หนานหล้าวิ่งนำหน้าสอดสายตาหาที่หลบภัยที่กำลังรดต้นคอ..ปืน..แม้ทุกคนจะมี..แต่มันคงไม่เพียงพอจะหยุดช้างโขลงใหญ่ทั้งโขลงลงได้..ลุงคำตัดสินใจที่จะหนี..ให้พ้นทางของช้างป่านั่น...เป็นทางเดียวที่ดีที่สุดในตอนนี้...กระสุนถูกผลักเข้าสู่รังเพลิง...เพื่อเตรียมพร้อมหากจวนตัวจริงๆ...อย่างน้อยๆคงจะสะกัดมันได้บ้าง.."ข้างหน้า..มีซอกเขา..เร็ว..มันมีซอกเขา..."เสียงหนานหล้ากล่าว..พร้อมกระชากมีดเดินป่าออกมากระชับ..พร้อมหวดฟัน..ไม้และหญ้าที่ปิดช่องทางเข้าช่องเขาที่ห่างกันเกือบหนึ่งเมตร...ทางรอดทางเดียว..ต้องเข้าช่องเขานั่นให้เร็วที่สุด..หากมีช้างเชือกใดตามมามันก็ไม่สามารถเข้าช่องเขาติดตามได้...มีดคมกริบของหนานหล้าฟันเปิดทาง..โดยมีหนุ่มและลูกหาบช่วยกันเปิดแหวกเป็นช่อง...เพื่อจะเข้าไปหลบซ่อน...พันต้องสะดุ้ง.."ว๊ายยยย....เสียงนอมิร้องลั่น..ร่างของหล่อนหมุนคว้าง..กลิ้งลงกับพื้น...พันรีบทะยานคว้าร่างของหล่อนเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะกลิ้งตกเขา...ทุกคนต่างตกใจ..ช้างโขลงใหญ่ห่างไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตร...นอมิเหยียบหินทำให้หินมันร่วงจนข้อเท้าหล่อนพลิก..หล่อนถึงกับเสียหลัก..ร่างเซถลา..เกือบจะตกเขาลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง...พันถึงกับถลาตาม..เอื้อมมือออกคว้า..ยังดีที่พันรวบร่างบอบบางของนอมิไว้ได้ทัน..แต่กระนั้น..ร่างพันต้องหมุนคว้าง..ยังดีที่มืออีกข้างมันจับยึดต้นไม้ที่ขึ้นแถบนั้นได้ทัน..พันกัดฟัน..ยันกาย
รั้งร่างนอมิขึ้นแบก..ก่อนจะทะยานตามกลุ่มที่เข้าสู่ช่องเขา..ที่เป็นซอกเล็กๆ...ไม่ทันเสียแล้ว..อีกยี่สิบเมตร..จะถึงซอกเขา...พันตัดสินใจ..หมุนตัวออกทางซ้ายที่มันเหลือเห็นปล่องคล้ายปากถ้ำ..แต่เล็กพอแค่คนลอดได้..อยู่ใกล้ๆกับซอกเขา..มันพุ่งตัวอย่างเต็มแรง..โดยใช้ขาขวายันกายพุ่งสุดแรงเกิด..พานอมิเข้าซอกโพลงหิน..มันภาวนาให้เป็นถ้ำทีเถิด...พันผลักมือขวาที่แบกนอมิพร้อมกล่าว.."นอมิ..เก็บคอ..ม้วนหน้า..."มันคล้ายท่าล้มตัวของนักกระโดดร่มที่มันเคยแนะนำนอมิช่วงฝึกร่มร่อนก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่..นอมิไดยินเสียงพันชัดเจน..หล่อนตั้งสติ...กัดฟันเก็บคอ..งอเข่า....เท้าชิด..แข็งใจม้วนตัวพุ่งเข้าโพลงถ้ำเบื้องหน้า..ด้วยแรงส่งของพัน.ตัวของมันเองก็ทะยานตามนอมิ...เดชะบุญ..บริเวณปากโพลงเข้านั้น.มีกอหญ้าที่ขึ้นปกคลุม.โขคดีที่ไม่มีหินก้อนใหญ่.จึงทำให้นอมิไม่เจ็บปวดเท่าใดนักนอมิม้วนกึ่งกลิ้งเข้าพงหญ้า..ก่อนจะเงยหน้านอมิถึงกับตะลึงเบิกตากว้าง..เพราะภาพที่เธอเห็นคือเจ้าพลายงายาว..จ่าโขลงตามพันมาติดๆ..งวงอวบอ้วนมันคว้าเกี่ยวเป้หลังของพันก่อนจะยกร่างของพันชูขึ้น...กรีดร้องเสียงหลง..กรี๊ดดดดดดดดดด..เสียงร้องของนอมิแข่งกับเสียงช้างป่าโขลงใหญ่..หล่อนยกมือปิดตา..เพราะไม่อาจทนเห็นภาพนั้นได้..พันถึงกลับสะดุ้งสุดตัวเมื่อมันรู้สึกปวดแปล๊บบริเวณหัวไหล่เหมือนเกิดแรงต้านมหาศาลกระดุกดึงจนมันหงายหลัง..เสียงกระดูกสันหลังลั่นดังกร๊อบบบบ..มันเจ็บปวด...ร้าวไปทั้งตัว..จบกัน..พันคิดในใจ..ก่อนจะตัดสินใจชูแขน..สองข้างขึ้นสูง..ห่อไหล่..กดคางลง..บิดกายออกทางซ้าย..ในจังหวะเดียวกันกับไอ้พลายงายาวสะบัดงวงชูขึ้นเหนือหัวหมายเหวี่ยงพันลงพื้น...แล้วกระทืบซ้ำ..เป้หลังของพันถูกกระชากลอยขึ้นบนฟ้า..แต่ร่างของพันดิ้นหลุดตกลงพื้น..จังหวะเดียวกันที่ไอ้พลายงายาวกระทืบเท้าหน้าหมายร่างของพันที่ร่วงกับพื้น..พันรีบกลิ้งตัวออกไปด้านซ้ายตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด..ม้วนเข้าหาปืนไรเฟิลที่ตกอยู่ไม่ไกลนักเสียงปานฟ้าถล่ม..แผ่นดินบริเวณนั้นถึงกับสะเทือน..เเรงอัดกระทืบของไอ้พลายงายาวทำเอาพันถึงกับจุกเสียดแม้ไม่โดนเท้าอันใหญ่โตอัดกระทืบ..มือขวาคว้าปืนไรเฟิลดึงกลับเข้าหาตัว..ก่อนจะกัดฟันดีดกายพุ่งออกลอดท้องเจ้างายาวงอนเข้าพงหญ้าที่อยู่ไม่ไกล..ร่างมันต้องปะทะเข้ากับร่างนอมิที่ปิดตาตะลึงงันกับภาพที่เห็นก่อนหน้านั้น..ทั้งคู่กลิ้งม้วนตกเข้าไปภายในอุโมงค์ถ้ำเล็กๆ.."นอมิ...นอมิ..."พันลุกขึ้นนั่งคุกเข่าข้างนึงสองมือคว้าจับไหล่นอมิเขย่าเบาๆเรียกสติสาวน้อย..ที่ช็อคกับเหตุการณ์เมื่อครู่..หญิงสาวถึงกับตาค้างเบิกโพลง.."นอมิ..นอมิ..เป็นอะไรมากไหม..นอมิ.."สิ้นเสียงเรียกครั้งที่สอง..นอมิถึงกับร่ำไห้..ผวาเข้ากอดพัน."ฮืออออออ..นอมิ..นอมิ..คิดว่า..คิดว่า..พะ..พะ..พี่..พี่พัน..พี่พัน..ฮือออ.."เสียงนอมิยังสั่นเครือสะอึกสะอื้นเป็นระยะๆ..ซบใบหน้าลงไหล่พัน..พันโอบปลอบนางเอามือลูบหัวเบาๆกล่าว.."ไม่มีอะไรแล้วนะ..ไม่มีอะไรแล้ว..พี่อยู่นี่ไง..ดูสิ..."กลิ่นหอมจากกายนอมิปะทะจมูกพัน..มันอดที่จะสูดดมความหอมไม่ได้..มือสากๆของพันลูบผมสลวยนอมิไปมา..ก่อนจะเลื่อนมาตบที่หลังเบาๆมืออีกข้าง..ก็ลูบหัวนอมิที่กำลังซบหน้าลงบนแผงอกหนาของพัน..หล่อนยังสะอึกสะอื้นไม่มีทีท่าว่าจะหยุด..พันต้องใช้สองมือจับไหล่นอมิยันออกสบตาหล่อน..ดวงตาทั้งสองของนอมิแดงกล่ำ..มีหยดน้ำใสๆไหลออกมาเป็นทาง...ก่อนจะกล่าว..."นอมิขอโทษ..เพราะนอมิแท้ๆ..ทำให้พี่พัน..เกือบ..เกือบถูกเจ้าพลายป่าเล่นงาน..ขอมิขอโทษ.."..พันยิ้ม..ส่ายหน้าไปมา..ก่อนจะยกมือหยาบกระด้างของมันกำหลวมๆใช้ปาดน้ำตาของนอมิกล่าว.."พี่ไม่เป็นอะไรแล้ว...ดูสิ..เจ้างายาวทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก..ไหนดูซิเจ็บตรงไหนบ้าง..พันกล่าวพร้อมเอามือลูบแขนเรียวงามของนาง..เช็ดปัดเศษดินเศษหินที่ติดแขนกลมกลึง..ของนอมิ.."โอ๊ะ..อูยยยยยซีดดด".นอมิร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด.นอมิรู้สึก...เสียวแปร๊บ.บริเวณข้อเท้าที่พลิก.หล่อนต้องก้มตัวเอามือกุมข้อเท้าใบหน้าเหยเก..พันต้องก้มตัวลงตาม..ข้อเท้าขวาของนอมิถึงกับแดงบวม..มันเกิดการอักเสบ..จากการเท้าพลิกเมื่อครู่.."มันทำไมบวมเร็วขนาดนี้..นั่งก่อน..พี่ขอดูหน่อยซื.."กล่าวพลางประคองให้นอมินั่งลงที่ก้อนหิน..ก่อนที่พันจะคุกเข่าเอื้อมมือจับเรียวขาของนอมิวางบนเข่า..แล้วถอดรองเท้าหุ้มข้อสำหรับเดินป่า..ของนอมิออกเผยให้เห็นเท้าที่ขาวผ่องดั่งหยวกแต่ข้อเท้ากลับบวมแดง.."โอ๊ยยยยยยย..พี่พัน..นอมิเจ็บ.."พันชักมือกลับเงยหน้ามองสาวลาหู่ที่หน้าบิดเบี้ยว..เพราะพิษอักเสบของข้อเท้า..เปรี๊ยงงงงงง....แช็ก..เปรี๊ยงงงง.....แช็ก.....เปรี๊ยงงงงง..เสียงไรเฟิล เอ็มวัน แกรน ขนาด 0.30 นิ้ว แผดเสียงก้องราวป่า..ลุงคำยิงปืน ปลย.88 ปืนสมัยสงครามโลกขึ้นฟ้า..หมายไล่โขลงช้างป่า..แต่มันหาได้กลัวไม่..มันแผดเสียงกำรามก้อง..กระทืบเท้า..ใช้งวงเกี่ยวคว้าก้อนดินก้อนหินขว้างทุ่มใส่เข้ามายังซอกเขาที่ทั้งหมดเข้าไปหลบซ่อน..”ลุง..มันไม่ได้ผล..มันไม่กลัวปืน..”เสียงหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นๆ..ลุงคำขมวดคิ้วขาวของแกเข้าด้วยกันกล่าว.. “มันพวกมาก..ช้างป่าแถบนี้ไม่กลัวคนไม่กลัวปืน..ดูซิพวกเรามีใครเป็นอะไรบ้าง..สำรวจกันก่อน..ดีที่มีซอกเขานี้ไม่งั้นคงแย่..แล้วคุณพันกับนอมิละ..”เสียงลุงคำกล่าวขึ้นด้วยความเป็นห่วง..”ลุงครับ..พวกมันไม่มีท่าทีว่าจะถอยเราเอายังไงต่อครับ..”หนานหล้าหันมาถาม..ขณะที่มันกลับเข้ามารวมตัวกันในซอกหิน..ไกรหันมากล่าว..”มันมีประมาณสักกี่เชือก..หนาน..” หนานหล้าหันมาหันไกรกล่าว..น่าจะเป็นโขลงใหญ่..เกือบร้อยเชือก..”ไกรเบิกตากว้าง..กล่าวทวนคำ.. “ร้อยเชือก..พับผ่า..เราทำอะไรกันไม่ได้จริงๆ..แล้วมีใครเห็นพันกับนอมิไหม..”หนานหล้า..ส่ายหน้าทอดถอนหายใจ..ทุกคนส่ายหน้าไปมา..ไม่เห็นว่านอมิและไกรจะประสบชะตากรรมอย่างไร..ก่อนที่หนานหล้าจะกล่าวขึ้น... “..เอ่อ..ไม่ครับ..ภาพสุดท้ายที่ผมเหลือบไปเห็น..มันกระชากชูพี่พันขึ้น..แล้วชุนละมุน..ไม่เห็นอะไรเลย..ผมเกรงว่า..เอ่อ..”ไกรโบกมือ.ไม่ให้หนานหล้ากล่าวต่อ..มันถอนหายใจ..สีหน้าเคร่งเครียด..ส่ายหน้าไปมา..หันไปหาลุงคำ.. “ลุงครับ..ผมขอบุหรี่มวนได้ไหมครับ..” ปกติไกรจะไม่สูบบุหรี่..ไม่ดื่มเหล้าแต่ไหนแต่ไรมา..ไกร...ถอนหายใจ..มันรับบุหรี่จากลุงคำมา..จุดสูบ..ก่อนเงยหน้าพ่นควัน..กล่าว.. “ไป..เราไปกันต่อ..ภารกิจชาติสำคัญกว่า..สู่สุขคติเถิดว่ะไอ้เสือ..”มันกล่าวจบรีบหันหลังให้ทุกคน..หลับตา..พยายามฝืน..แต่แล้วสิ่งที่มันไม่อยากให้เกิดก็เกิดจนได้..น้ำตา..ไม่ใช่พี่ไกร..จะบ้ารึพี่..พี่จะทิ้งพี่พันกับนอมิไว้ที่นี่รึ..”หนุ่มโผลงออกมา.. “มึงตาบอดรึว่ะ..ทุกคนก็เห็น..กูถึงถามหนานมันเพื่อความแน่ใจ..ตอนที่ไอ้งายาวจับไอ้เสือ..ชูขึ้น..ก่อนจะฟาดเหวี่ยงลง..ช้างเป็นร้อย..มึงคิดว่า..คิดว่า...”ไกรกล่าวถึงตรงนี้มันกลับเงยหน้าสะกดกลั้นอะไรบางอย่าง..ก่อนจะถอนหายใจ..ยกบุหรี่ขึ้นสูบ..ก่อนจะพ่นควัน..”หนุ่ม..เอ็งก็รู้..เอ็งก็เห็น..แม้งานนี้ขาดไอ้เสือ..เราก็ต้อง..ไปให้ถึงที่หมายและทำงานนี้ให้สำเร็จจงได้..มึงไหวไหม..”ว่าพลางเดินมาตบไหล่หนุ่ม...ทหารเรือรุ่นน้อง..หนุ่มถอนห่ยใจ..มันก้มหน้า..ก่อนพยักหน้ากล่าว.. “เอาไงเอากันพี่..จบงานนี้..เราค่อยมานำกระดูกพี่พันกลับบ้าน...แล้วเราจะเอายังไง..เมื่อมันขวางทางเราอยู่แบบนี้..”หนุ่มถามขึ้นมา.. “เมื่อมันอยู่ข้างหลังเราก็ไปข้างหน้าซิว่ะ..เดินหน้าต่อไป..ดูซิว่าข้างหน้ามีทางออกไหม..”ว่าพลางไกรหันไปหาหนานหล้ากล่าว.. “ไปหนาน..เดินเข้าไปข้างหน้า..ดูซิมันมีทางออกหรือไม่..รีบเถอะ..”หนานหล้าพยักหน้า..รีบนำทางต่อ..ทุกคนรู้สึกเสียใจต่อภาพที่เกิดขึ้น..แต่ทุกคนพยายามไม่กล่าวถึง..จะถอยก็ถอยไม่ได้..คงต้องลุยไปข้างหน้าต่อ..ด้านหลังเสียงโขลงช้างป่า..ร้องลั่นป่า..บ้างหยิบหินขว้างเข้ามาในซอกหิน..บ้างก้ทำท่าจะทะลายซอกเขาเพื่อตามบดขยี้กลุ่มคนพวกนี้ให้แหลกคาตีนมัน..เรียงร้องยิ่งมายิ่งบ้าคลั่ง..น่าสยดสยองต่อผู้ได้ยินเสียงเป็นอย่างมาก..ขบวนได้เดินทางต่อ..โดยแทรกตัวตามช่องหินที่เหมือนโดนขวานผ่าให้แยกออกจากกัน..ยิ่งลึกทางยิ่งแคบ...สามารถเดินได้ทีละคน..แต่ต้องเอียงข้างเดิน..สัมภาระที่สะพายติดหลังต้องปลดชูขึ้นเหนือหัว..ค่อยๆสืบเท้าต่อๆกันไปอย่างทุลักทุเล..ยิ่งมายิ่งชัน..ด้านข้างทั้งสองก็ชันเรียบแทบไม่มีที่เกาะ..ไม่สามารถจะปีนป่ายไปได้เลย..นอกจากคนเชี่ยวชาญ.....ลมที่จะพัดเขามาก็ไม่มี..อากาศที่อบอ้าวทำให้ทุกคนเหงื่อโทรมกาย..หนานหล้าส่งสัญญาณให้หยุด..ทุกคนต้องพิงผนังผาหอบหายใจ.. “มีอะไรหนาน..”ไกรร้องถาม..หนานหล้าที่สั่งขบวนให้หยุดเดิน..”ข้างหน้าแคบมาก..ไม่สามารถที่จะแทรกตัวไปได้เลยพี่..” ไกรได้ฟังถึงกับส่ายหน้า..กล่าว.. “อะไรว่ะ..เฮ้ยยย..เดินหน้าก็ไม่ได้..ถอยหลังก็ไม่ได้..เอาไงดีทีนี้..”ปกติไกรจะสุขุมใจเย็น..แต่จากหลายๆอย่างที่ผ่านมา..แม้แต่อดีตสายลับของหน่วยรบพิเศษยังต้องถึงกับสบถคำออกมา..อย่างหัวเสีย..ก่อนที่ไกรเบียดกายเดินเข้าหาหนานหล้า..มันมองไปข้างหน้าที่เป็นดั่งทางตัน..ก่อนที่จะมองไปทางด้านบน..หันหาหนาหล้า..ก่อนจะกล่าว.. “หนาน..เคยปียผาไหม..”หนานหล้าพยักหน้ากล่าว.. “ครับพี่..” ไกรยิ้มตบไหล่หนานหล้าเบาๆกล่าว.. “ดี...เอ็งไปกับพี่..หนุ่ม..เอ็งคอยอยู่นี่..คอยดูแล..ทางนี้..แล้วเมื่อพี่ขึ้นไปเรียบร้อย..งานของเอ็งคือผูกเงื่อนเชือกแล้วส่งขึ้นไปทีละคน..ทุกคนเอาเชือกออกมาซิ..ดูว่ามันจะพอพาเราออกจากที่นี่ได้หรือไม่..”เสียงไกรกล่าวอย่างหนักแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง..ทุกคนเอาเชือกออกมา..หนุ่มจัดการต่อเงื่อนเชือกเป็นวิชาที่ทหารเรือทุกคนจะต้องเรียนรู้และใช้งานเป็น...ไม่นานเชือกทุกเส้นก็ต่อเข้าด้วยกัน..ไกรพยักหน้าให้หนานหล้า..กล่าว.. “ไป..ไอ้น้อง..”ทั้งสองก็หาช่องปีน..ไกรและหนานหล้า..ค่อยๆตะกายเกาะไต่ขึ้นไป..จากห้าเมตร..เป็นสิบเมตร..ยี่สิบเมตร..เป็นความโชคดี..ในที่สุด..ทั้งสองก็มาพบกับทางออก..ห่างไปไม่ไกล..มันเป็นทางลาดที่มีความเอียงไม่ชันมาก..สามารถทรงกายให้เดินไต่ได้แม้จะไม่สะดวกสบายเท่าไหร่..แต่ก็ยังดีกว่าที่ผ่านมา.. “หนาน..ต้นไม้ต้นนั้น..พอผูกเชือกได้..”ไกรชี้มือไปทางด้านขวามือ..มันเป็นต้นมะค่าแต้..ที่มีต้นใหญ่ประมาณหนึ่งคนโอบพอดี..ลูกหาบคนแรกถูกรอกชักขึ้น..มาโดยไม่ยาก..จนถึงหนุ่มเป็นคนสุดท้าย..ที่ถูกชักขึ้น..” เอาละ..ด้านหน้าไม่ไกลนัก..เป็นเนิน..พอมีที่พักเอาแรงได้อยู่..เราไปด้านโน้นก่อนค่อยเช็คพิกัด..”เสียงไกรกล่าว..ก่อนทั้งหมดจะเคลื่อนตัวเข้าเขาเขาเบื้องหน้าที่ไกรชี้มือให้ดู.....นอมิแทบจะทนความเจ็บปวดไม่ไหว..หล่อนต้องกัดริมฝีปากตนเอง..น้ำตาหล่อนไหลเพราะความเจ็บปวดใบหน้าหล่อนปรากฏเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า..แม้เสียงปืนสามนัดซ้อนแล้วเงียบหายไปมันจะทำให้พันสะดุ้งสงสัย..แต่มันก็ไม่อาจจะผละทิ้งนอมิให้อยู่คนเดียว..มันเชื่อว่า ไกร และลุงคำมีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลทุกๆคน..มันจึงหันมาดูแลนอมิ..พันหยิบขวดขนาดหัวแม่มือออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตฟิล พร้อมเปิดฝาเทออกใส่ฝ่ามือ..ก่อนจะนำมาทาที่ข้อเท้าของนอมิ..”อดทนนิดนะครับ..เดี๋ยวก็จะดีขึ้น..”นอมิต้องก้มหน้าซบตรงไหล่พัน..สองมือจับไหล่ที่หนาแกร่ง..ยามที่พันออกแรงเค้นนวด..นอมิถึงกลับจิกเล็บแหลมลงบนหัวไหล่ทั้งสองของพันเกร็งตัวแน่น..อ้าปากจิ้มลิ้มร้องขึ้น..ก่อนก้มกัดไหล่พันอย่างลืมตัว...พันต้องกลั้นความเจ็บเอาไว้..ค่อยๆทายาลงบนข้อเท้าที่กลมกลึงขาวผ่องของนอมิ..นิ้วหัวแม่มือพันค่อยๆเค้น..เส้นที่พลิกให้เข้าที่..มันเป็นน้ำมันสีเหลืองใส..มีกลิ่นหอมของกาละบูรและพิมเสน.ทั้งยังมีความเย็นซาบซ่านแผ่กระจายเข้าภายใน..ทำให้นอมิรู้สึกดีขึ้น....มือที่จิกลงบนไหล่..และปากจิ้มลิ้มที่กัดพันที่ไหล่...ค่อยๆคลายออกอาการเกร็งที่เคยมีก็เริ่มผ่อนคลาย..นอมิหอบหายใจ..ก่อนจะค่อยๆลืมตา.ระบายลมออกจากปาก..พร้อมยกแขนปาดเหงื่อที่ผุดเต็มใบหน้า..พันค่อยๆวางเท้านอมิลงบนหน้าขาของมันก่อนจะถอดเสื้อแจ็กเก็ตฟิลที่ใส่คลุมออกก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตข้างในออก..อย่างรีบร้อน..นอมิต้องตะลึง..กับภาพที่พันเปลือยเปล่าท่อนบน..เผยให้เห็นแผงอกที่ผ่าเผย..ซิกแพ็คเป็นลอนสวยงาม..แต่บนไหล่ของพันกลับมีรอยฟันขบกัดเป็นวงโดยมีเลือดซิบๆ..ซึมออกมา..หล่อนถึงกลับหน้าแดง..ก้มหน้า.เอียงอายที่หล่อนเผลอตัว...หล่อนเพิ่งจะรู้ตัวว่าตนเองกัดพันเข้าให้..พันไม่ได้สนใจ..มันรีบฉีกเสื้อที่ใส่กว้างประมาณห้านิ้ว..นำมาพัน.ข้อเท้าของนอมิเพื่อไม่ให้ข้อเท้าขยับตัว..จะได้ทุเลาอาการเจ็บปวดลงได้บ้าง..พัน.ก้มหน้าก้มตา.ค่อยๆพันผ้าจากข้อเท้าวนสลับขึ้นมาถึงปลีน่องก่อนจะพันลงไปพันที่ผ่าเท้า.ก่อนเงยหน้าขึ้นมองนอมิ..พร้อมถาม...”เป็นไงบ้างนอมิ..รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม..”นอมิไม่กล้าสบตาพันหล่อนกับเอียงหน้าออกข้างพยักหน้ากล่าวเพียงสั้นๆ..”คะ..”พันยังนึกว่าหล่อนยังปวดที่ข้อเท้าอยู่..เพราะเห็นนอมิเหงื่อแตกหน้าแดง..ทั้งยังหันหน้าหนี..มันจึงกล่าว..”งั้นนอมิพักผ่อนที่นี่ก่อนนะ..ประเดี๋ยวพี่ออกไปดูข้างนอก..ไม่รู้ว่าเจ้าช้างโขลงนั้นมันมีท่าทีอย่างไร..”นอมิรีบหันหน้ามากล่าว.. “พี่พัน..พี่ไม่ต้องไปได้ไหม..นอมิกลัว..”หล่อนสีหน้าไม่ดีเมื่อรู้ว่าพันจะออกไปดูช้าง..เมื่อสักครู่หล่อนก็เห็นความร้ายกาจและน่ากลัวของช้างโขลงนี้มาแล้ว..จึงไม่อยากให้พันออกไป..พันยิ้ม..เอื้อมมือมาลูบหัวนอมิเบาๆ.กล่าว..”ไม่ต้องห่วงนะคะ...พี่ไม่ได้ออกไปข้างนอก..แค่สังเกตอยู่หน้าอุโมงค์เอง..นะคะ..อย่ากลัวเลย..ไม่มีอะไรน่า..นะ..”ว่าพลาง..ขยี้ผมที่สลวยนอมิ..ก่อนจะส่งยิ้มแล้วลุกขึ้น..เดินไปหยิบปืนไรเฟิล วิลเชสเตอร์ .357คู่ใจ..แล้วค้อมหลังก้มตัวมุดคลานออกไปส่องอยู่ด้านปากอุโมงค์..พันต้องถอนหายใจส่ายหน้าไปมา..ภายนอกยังคงเต็มไปด้วยช้างป่าโขลงนั้น..บางตัวก็ใช้งวงดึงเกี่ยวใบไม้กินบ้างก็ใช้งวงดูดฝุ่นพ่นจนฟุ้งกระจาย..บางตัวก็เล่นกันเอาหัวชนดันกันไปมา..ส่วนเจ้าพลายงายาวจ่าโขลงมันยืนนิ่ง..แกว่งหางไปมา..ยืนคุมเชิงมองสมุนมันอยู่ใต้ร่มสักใหญ่..โดยเอาสีข้างถูกับต้นสัก..โดยมีนางช้างพังแม่ลูกอ่อนยืนให้นมลูกน้อยซึ่งเพิ่งคลอดได้ไม่นานเท่าใด..ยืนอยู่ไม่ห่างเท่าไหร่..นัก..ดูทีท่ามันจะไม่พาลูกโขลงมันมันไปจากที่นี่..ง่ายๆ..พันถึงกับเซ็ง..นะยะเวลาก็งวดมาทุกที..นอมิดันมาเจ็บ..ลูกช้างพลายตัวน้อย..มีลักษณะที่ดีตรงตามคชลักษณ์..พันยังอดชื่นชมผิวพรรณช้างพลายน้อยลูกเจ้างายาวที่ใช้งวงดึงหางพ่อไปมายอกล้ออย่างสนุกสนาน..ก็เป็นภาพที่น่ารักอีกแบบ..ความตึงเคลียดค่อยๆคลายลงมาบ้าง..พันหมุนกายกลับเข้าไปภายในอุโมงค์..พันตัดสินใจสำรวจภายในอุโมงค์ว่าภายในเป็นอย่างไร..พันล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตฟิลตัวเก่งควานหาสิ่งหนึ่งออกมา..มันเป็นแท่งพลาสติกใส..เมื่อหักจะเรืองแสงโดยภายในจะบรรจุสารปรอทเมื่อหักแล้วสะบัดจะค่อยๆปรากฏแสงสว่างออกมา..สติ๊กจ้อยท์พันมักจะเอาติดตัวเสมอเวลาทำงานมันสะดวกง่าย..แสงเรืองๆของมันช่วยให้ภายในอุโมงค์..สว่างขึ้นมาบ้างสามารถมองเห็นอะไรชัดเจนขึ้น.."นอมิ..เป็นไงบ้าง.."พันหันมาถามนอมิที่นั่งมอง.พันรู้สึกตื่นเต้น..อย่างบอกไม่ถูกในที่สุดอุโมงค์นี้ก็มีทางออก..อีกด้านโดยไม่ต้องเสี่ยงที่จะไปผจญกับโขลงช้างป่า..พันรีบเร่งออกไปแต่มันต้องสะดุดกับส่งหนึ่งจนเกือบจะล้ม..พันรีบฉายไฟฉายส่องพร้อมก้มลงดู.มันเป็นกระบอกไม้ที่กลึงจนกลมเป็ทรงกระบอก..พันหยิบขึ้นดูเป็นกระบอกไม้ชิงชันที่ดำเมี่ยมมีผาปิดถูกฝังในพื้นแต่โผล่ออกมาจากดินไม่ถึงห้านิ้ว..พันใช้มือซ้ายมาถือไฟฉาย..นำมือขวามาจับควานหาข้างเอวเพื่อดึงคีมเอนกประสงค์ออกมาจากซองที่ร้อยกับเข็มขัดของมัน..ก่อนจะดึงเอาส่วนที่เป็นมีดพับออกมาค่อยๆแซะดินข้างๆกระบอกไม้นั้น..มันเป็นกระบอกไม้ยาวเกือบศอก..มีผาปิดเรียบร้อย..พันค่อยๆหยิบกระบอกขึ้นมาก่อนที่จะเขย่าเบาๆ..ภายในกลวง..มีเสียงเหมือนมีวัตถุบางอย่างอยู่ภายใน..พันออกแรงหมุนฝาปิดที่ทำเป็นแบบครอบสวม.มันรู้สึกฝืดพอสมควรเพราะมีดินเกาะข้างๆฝา..พันจึงเอากระบอกเคาะกับผนังอุโมงค์เพื่อให้ดินที่เกาะหลุดร่วงเพื่อจะได้เปิดฝาได้ง่ายขึ้น..จนในที่สุดมันก็เปิดฝาครอบออก..ภายในกลับบรรจุแผ่นหนังที่ม้วนยัดอยู่..พันตัดสินใจเทหนังที่ม้วนบรรจุภายในออก...พันค่อยๆคลี่ม้วนหนังออก..มันเป็นคล้ายแผนที่โบราณสัดอย่างแต่มันอ่านไม่ออกมันคล้ายดั่งภาษาล้านนา ที่เคยเห็นเขียนตามวัดต่างๆ..พันค่อยๆบรรจงม้วนหนังที่เก่า..ปานเกรงว่ามันจะขาดเพราะดูมันเก่าจนเกือบจะยุ่ยเลยทีเดียว..มันปิดฝายัดเข้าเก็บภายในเสื้อ..ก่อนเดินออกมายังแสงที่ส่องเข้ามา..ภายในอุโมงค์..พันเดินตามแสงที่ส่องเข้ามายิ่งใกล้เท่าไหร่เสียงน้ำตกยิ่งดังชัดเจน..จนมันมาถึงปากปลายอุโมงค์อีกด้าน..ปากปลายอุโมงค์..มีขนาดกว้างเกือบห้าเมตร..ที่ถูกซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตกที่ไหลจากเขาสูง..สู่ลำธารเบื้องล่าง..พันรีบรุดออกมาหยุดหลังม่านน้ำตก..ที่นี่มันมีทางเบี่ยงออกทางซ้าย-ขวา...



















ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นิยายภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่12 / 2 เพชรฆาตเย็น

นิยายภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่11, สมิงดง 2,

นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก, ตอนที่11 ,สมิงดง 1, .