นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่ 4 วางแผนเข้าถ้ำเสือ

 นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่ 4 วางแผนเข้าถ้ำเสือ, 4/1

เราจะไม่เอาอาวุธติดตัวไปเลยรึ...แล้วเราจะใช้อะไรไปป้องกันตัว..และอีกอย่าง จำพวกสป.5 ที่ต้องใช้พวกระเบิดอะไรต่างๆ..นี่ละ.." หนุ่มบ่นกระปอดกระแปด.ตีโพยตีพาย..หมู่ชาญหรือครูชาญหนุ่มหล่อยิ้ม..หันมาทางหนุ่มกล่าว.."พี่หนุ่มไม่ต้องห่วงครับเรื่องนั้นทางเราเตรียมไว้เรียบร้อย..พรุ่งนี้เราเริ่มออกเดินทาง..เหมือนนักท่องเที่ยวข้ามไปเที่ยวทางฝั่งท่าขี้เหล็ก..ให้พ้นหูพ้นตาพวกว้าแดง..เราจะอยู่ท่าขี้เหล็กสองวัน..จะมีคนของกองกำลังชาวไทยใหญ่..มารับเราอีกทอดหนึ่ง..เมื่อพ้นจุดนั้น..ไปแล้ว..หมดหน้าที่ผม..คงเป็นหน้าที่ของพวกพี่..ส่วนอาวุธ..เราจะให้ชุดเราขนโดยใช้ล่อ..ขนจากดอยนี้..ผ่านจุดนี้..แล้ว..มาพบกันจุดนี้..."ครูชาญชี้ไม้ลากผ่านแผนที่..หากให้พวกพี่เข้าด้านนี้เกรงว่า..จะลำบากเกินไป..เพราะจุดนี้..พวกกระเหรี่ยงของนายพลนะคะมวยมีอิทธิพลมาก..หากเราไปเองเกรงว่าจะไม่สะดวก..และจะยุ่งยากเอิกกะเหริกเกินไป..เราค่อยไปรับอย่างสะดวกที่โน่นจะดีกว่า..รับรองของทุกชิ้นจะไม่มีเสียหายบุบสะลาย..ผมเอาหัวเป็นประกัน.."นะคะมวย..ผบ.ทหารสูงสุดของกองกำลังกระเหรี่ยงพุทธ..ไม่น่าเชื่อจากนายสิบถึงกับก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดของกระเหรี่ยงพุทธ.."เฮ้ย...นะคะมวย..มันอยู่ทางแม่สอดไม่ใช่รึ..แถบทางเมืองเมียวดี..ผมจำได้.."หนุ่มโผลงถามขึ้นมา..เมื่อกล่าวถึงผู้นำกองกำลังกระเหรี่ยงพุทธ..มาดยียวนไว้หนวดเฟิ้ม..เคี้ยวหมากปากแดง..ที่กร้าวประกาศจะยึดเมืองเมียวดีฝั่งตรงข้ามอำเภอแม่สอด.หมู่.ชาญยิ้ม.พยักหน้ากล่าว.."ครับพี่หนุ่ม..ไม่ผิดหรอก...ด้านนั้นนะคือแถบอิทธิพลของกองกำลังกู้ชาติกระเหรี่ยงพุทธ..แจ่ตอนนี้มันเริ่มแผ่ขยายออกมา..เรื่องผลประโยชน์ของยา..และอื่นๆมากมาย..เมื่อก่อนจะเห็นได้ว่า..มันเคยไปเข้ากับพม่า...แต่ก่อนมีการเลือกตั้งในพม่า..นะคะมวย..ก็ป่วนการเลือกตั้งพักใหญ่..อาศัยอาวุธ..ที่ซื้อหามาจากเงินที่ค้ายา..แถบนี้..ไม่ต้องห่วง..รายได้ที่เป็นล่ำเป็นสันล้วนแล้วแต่มาจากยาทั้งสิ้น.."กล่าวพลางถอนหายใจ..ส่ายหน้าไปมา..ชื่อของ พลตรีนะคะมวย ผู้นำกองทัพกะเหรี่ยงพุทธก็ โด่งดังในสื่อไทยอีกครั้งไม่มีใครไม่รู้จัก..ผู้นำกระเหรี่ยงพุทธหนวดเฟิ้ม..ใส่ชุดเต็มยศเคี้ยวหมาก..มีครั้ง เมื่อผู้นำกะเหรี่ยงกู้ชาติประกาศปิดช่องทางเข้าออกตามแนวชายแดนไทย-พม่า ตั้งแต่ อ.อุ้มผาง จนถึง อ.พบพระ จ.ตาก รวม 12 จุด เพื่อตอบโต้ทางการไทยที่ขึ้นบัญชีดำเขาเป็นพ่อค้ายาเสพติด เมื่อวันที่7 พฤศจิกายน พ.ศ.2553 นักรบกะเหรี่ยงพุทธ ดีเคบีเอ ภายใต้การนำของ "นายพลนะคะมวย" บุกยึดสถานที่ราชการในเมืองเมียวดีซึ่งเป็นวันจัดการเลือกตั้งครั้งแรกของพม่าในรอบ 20 ปี
ถัดนั้นเพียงแค่..วันเดียว การสู้รบของทหารพม่าเพื่อชิงพื้นที่คืนจากทหารดีเคบีเอก็เปิดฉากขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้มีขบวนผู้อพยพข้ามน้ำเมย อ.แม่สอด จ.ตาก มีจำนวนมากผิดปกติ แม้กองทหารของนะคะมวยจะต้องล่าถอยออกจากเมืองเมียวดี แต่ปฏิบัติการยึดเมืองครั้งนั้นก็ได้ผลทางการเมืองเกินคาด "นะคะมวย" ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวดีวีบี ถึงการยึดเมืองเมียวดีครั้งนี้ว่า เกิดเพราะ"ประชาชนคว่ำบาตรต่อการเลือกตั้งเพราะไม่อยากลงคะแนนเสียงสนับสนุนพวกพม่า จึงถูกกองทัพรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ข่มขู่ที่จะใช้อำนาจทหารเข้าข่มเหง ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงตัดสินใจสนับสนุนอยู่ฝ่ายประชาชน..." ผู้นำกองทัพดีเคบีเอ ที่มีฉายา "ไอ้หนวดยาว" ยังคุยโวว่า กำลังพลที่ใช้ในการบุกโจมตีสถานที่ราชการของเมียวดีมีมากกว่า 1,000 นาย และทหารดีเคบีเอที่สวมชุดทหาร "กองกำลังอาสาสมัครรักษาชายแดน" (BGF) ได้หันมาเข้าร่วมกับกลุ่มของเขาแล้วการยึดเมียวดีสะท้อนถึงความช่ำชองในการยุทธ์ของ "นะคะมวย" ที่ทำให้นายพลพม่าต้องเสียหน้าเป็นอย่างมาก ...
ครูชาญได้อธิบายคร่าวๆก่อนจะมีเสียงเคาะเกราะไม้ไผ่เป็นสัญญาณ..ดังจากข้างล่าง..."กับข้าวเรียบร้อยแล้ว..เชิญครับทานข้าวก่อนเดี๋ยวจะมืด..จะลำบาก.."เสียงของดาบเชิดกล่าวตัดบทขึ้น..พร้อมผายมือเชิญทั้งหมดไปทานอาหารเย็น..บรรยากาศบนดอยมันมืดเร็วทุกคนลืมมองดูรอบๆไปเลย..ตะวันลับขอบฟ้าไปเรื่อยๆสีแดงระเรื่อของดวงตะวันเริ่มลาลับ..เหลี่ยมเขาเสียงนกเริ่มดังจอแจหลังกลับเข้ารัง..เสียงชะนีร้องเรียกผัวๆดังมาจากราวป่าบนดอยหลังโรงเรียน..พันแทบจะหลับตาเดินหลังซึมซับดื่มด่ำกับบรรยากาศป่าที่ห่างหายมานาน..มันเหลือบมองบนท้องฟ้าที่แสงอำไพเริ่มหรี่..ฝูงนกยูงป่า..บินตัดขอบฟ้าขึ้นสูภูสูงแหล่งที่พักเป็นสายสวยงามยิ่ง...นอมิมองดูพัน..ก่อนจะกล่าว.."นกยูงป่าคะพี่พัน..ที่นี่นกยูงแยะมาก.."นอมิกล่าวแนะนำ..พันพยักหน้ายิ้ม..ไม่กล่าวขัด..หล่อนอธิบาย..ให้พันฟังหล่อนนึกว่าพันไม่รู้เรื่องป่า..จึงอธิบายยืดยาว..หล่อนยิ้มพลางกล่าวพลางชี้ไม้ชี้มือ..พันมองดูหล่อนกล่าวแล้วเพลิน..นอมิสดใสร่าเริง..หล่อนเป็นคนยิ้มง่าย..รอยยิ้มหล่อนสร้างความสดใส..ฟันที่ขาวรับปากกระจับสีชมพูระเรื่อ..จมูกโด่งขับเน้นความสดใสน่ารัก..น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของหล่อนฟังแล้วรื่นหูยิ่งนัก..ไม่นานทั้งหมดก็มาถึงโต๊ะอาหาร..มีอาหารหกอย่าง..ผัดฟักแม้วน้ำมันหอย..น้ำพริกหนุ่ม..แคปหมู.ผักจิ้ม...แกงผักหวานใส่ไข่มดแดงปลาย่าง..ไข่เจียวหมูสับ..และแกงส้มชะอมทอด..อาหารส่งกลิ่นหอมฉุยโชยกระทบจมูกจนเรียกน้ำย่อยของหนุ่มจนแอบกลืนน้ำลายลงคือเอื๊อกใหญ่..หญิงสาวผิวสีแทนผมยาวสลวย..กำลังง่วนตักข้าวใส่จานเมลามีนสีชมพูอ่อนๆ..วางเรียง.."โอ้โห..ครูขวัญ.มื้อนี้กับข้าวดู.น่าทานจังเลยครับ..เสียงชาญกล่าวชม..พร้อมทำท่าสูดกลิ่น...ครูสาวหันมายิ้มกล่าว.."ทุกวันไม่น่าทานรึคะ.."..หมู่ชาญยิ้มแหยๆจนลูกกะตาปิด..กล่าว.."เปล่าครับ..ฝีมือครูขวัญอร่อยทุกมื้อจนผมน้ำหนักขึ้นแล้วเนี่ย.."ทุกคนพากันหัวเราะ..ครูเชิดกล่าวแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน..ครูสาวจากถิ่นที่ราบสูงยิ้ม..หล่อนมีลักยิ้มที่มุมแก้ม..มองแล้วน่ารักมีเสน่ห์อีกแบบ..น้อยคนนักที่จะเสียสละตนเองเพื่อส่วนรวม..พันนึกชื่นชมครูสาวอยู่ในใจ..หนุ่มจ้องมองหล่อนจนหล่อนเอียงอายยิ้มเขินๆ..."พอๆพ่อสุดหล่อ..ดูสิครูเขาเขินจนตักข้าวไม่ถูกแล้วนั่น.."ไกรพูดแหย่หนุ่ม..หนุ่มหันมาทางไกรกล่าว.."แหม่พี่ไกร..ผมแค่ชื่นชมฝีมือทำอาหารของครูเขาเฉยๆ..พี่คิดอะไรเนี่ย..ไม่น่าเชื่อว่าคนรุ่นใหม่อย่างครูขวัญ..จะมีฝีมือในการจัดสำรับได้น่าทาน..ดูสิ..ห๊อมมมมหอม.."มันว่าพลาง..หลับตาสูดกลิ่น..ส่ายหน้าสูดตามกลิ่นไอที่ลอยล่อง.."ยังไม่ได้ชิมเลย..เล่นชมขวัญแบบนี้ก็เขินแย่สิค่ะ.เดี๋ยวพอทาน..คงจะบ่นว่าไม่ได้เรื่อง..."ครูขวัญกล่าวยิ้มๆโชว์แก้มบุ๋ม..ทุกคนก็เริ่มทานข้าวกันไปคุยกันไปอย่างสนิทสนม..ทราบว่า..ครูขวัญมาเป็นครูอาสาที่นี่..ทางบ้านก็ไม่สนับสนุน..แต่เพราะความรักและสงสารเด็กชาวเขาทำให้ครูขวัญต้องตัดสินใจที่จะมาอยู่ที่นี่..หล่อนจบเอกภาษาอังกฤษ..ก็อยากจะใช้วิชาความรู้ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด..มาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ..ครูขวัญถึงกับเคยท้อ..อยากจะกลับบ้านเพราะความลำบาก..แต่พอหล่อนมองเห็นแววตาซื่อๆของเด็กเหล่านี้..ทำให้หล่อนตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่..แม้จะได้รับการทัดทานจากครอบครัวก็ตาม...เด็กที่นี่มีทั้งลาหู่..กระเหรี่ยง..ไทยใหญ่และม้ง..และว้า...เด็กหลายคนต้องกำพร้า..เพราะพ่อถูกยิงตายบ้าง..ถูกจับบ้าง..เพราะไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด..ครูขวัญจึงพยายามจะแยกเด็กๆเหล่านั้นออกจากยาเสพติด..เธอเอาใจใส่ต่อลูกศิษย์ดั่งลูกหลานของตน...อาหารค่ำเป็นไปอย่างเรียบง่าย..สรุปวันนี้ทุกคนซักแห้ง..เรื่องไม่อาบน้ำเป็นเรื่องปกติของชาวดอย..คืนนี้อากาศเย็นสบายเป็นพิเศษ..หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จทั้งหมดก็นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยสัพเพเหระไม่กล่าวถึงเรื่องงานแต่อย่างใด....ทั้งหมดดูสนิทสนมกันเร็ว..โดยเฉพาะนอมิและครูขวัญคุยกันถูกคอเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย..ก็อย่างว่า..มีผู้หญิงอยู่เพียงสองคน..ส่วนคนที่ถูกอำมากที่สุดเห็นจะเป็นหนุ่ม..และที่รู้เพิ่มเติมคือลุงคำ..แกเคยเป็นทหารและเคยฝึกและเป็นผู้บังคับกองร้อยอาสาสมัครชาวเขา..สมัยรบกับผกค.และสำคัญแกยังได้รับฉายา..จอมขมังเวทย์..เนื่องจากแกชอบเรื่องลี้ลับ..คาถาอาคม..สักเสกเลขยันต์..อะไรทำนองนั้น..แถมใส่ปะคำเส้นโต..มองดูคล้ายตุ๊เจ้า..ตัดผมสั้นเกรียน..เคี้ยวหมาก..ชอบเป่าใบไม้.แกเก่งไม่เก่งไม่รู้.แต่แกเป่าใบไม้เป็นเพลงสากลของวงร็อคชื่อดัง..อย่างสกอร์เปี้ยนในเพลงโฮเทวเเคริฟอร์เนียได้ก็แล้วกัน..ทุกคนชอบใจขอให้แกเป่าเพลงนั่นเพลงนี่..นอมิก็ใช่ย่อย..นึกสนุกกะเขาบ้าง..หยิบใบไม้มาพับขอบอ้าริมฝีปากบางๆสีชมพูงับ..ใบไม้..เป่าผิวเป็นเพลงของเผ่าลาหู่..ฟังดูแล้วคล้ายรำพึงรำพันถึงความลำบากของบรรพบุรุษ..ที่เดินทางเร่ร่อนมาจากแดนไกล..เสียงลมที่กระทบใบไม้ทำให้เกิดการสั่นพริ้ว..มีคลื่นเสียงที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย..ความลำบาก..การต่อสู้..กล่าวถึงอิสระเสรีของชาวลาหู่..โดยมีลุงคำเป่าเสียงประสานฟังดูไพเราะจับใจ...หลังจากจบเพลงทุกคนถึงกับปรบมือ..ให้นอมิ..หล่อนค้อมกายยิ้มหวานก่อนหันมายิ้มให้ลุงคำกล่าวเป็นภาษาเมือง.."อุ๊ย..คำ..แปลงเพลงลาหู่ได้จะได..".ลุงคำทำหน้าง้ำ..กล่าว.."บ๊ะ..หยังมาฮ้องกันว่าอุ๊ย..ฮ้องปี้บ่าได้ก๋า.."ทุกคนต่างหัวเราะในท่าทางของลุงคำ..ที่ทำท่างอน..ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า..อาศัยไฟจากแผงโซล่าเซล..ที่เก็บไฟเข้าแบตเตอรี่..แล้วเปิดในช่วงจำเป็น..จึงทำให้บรรยากาศค่ำคืนนี้เงียบสงัด..เสียงแมลงกลางคืน..เพิ่มบรรยากาศให้วังเวงขึ้น..พันยังคงนั่งจับเจ่าดูดบุหรี่จิบกาแฟดำ..อยู่หน้าเต๊นท์..มันพยายามวางแผนในใจ..ถึงการเข้าถึงตัวโรงงานนรก..มันรู้ดีว่างานนี้..มีเปอร์เซ็นต์สำเร็จน้อยมาก.. แต่ไม่ใช่ไม่มีหนทางที่จะทำได้...มันอยู่ที่การวางแผน..ห้วงจังหว่ะ..เวลา..และสำคัญสุดคือดวง...มันพยายามคิด....คิดหาหนทางที่จะเล็ดลอดเข้าไปวางระเบิดโรงงานนรกนี้..เรื่องละเอียดอ่อน...คือเรื่องสำคัญที่จะต้องคิดอ่านวางแผนให้ดีก่อนที่จะปฏิบัติจริง...การจะเจาะเข้าถึงรังโจรโดยที่โจรไม่รูตัว..ไม่ใช่เรื่องง่าย..หากไม่หายตัวไป..พันนึกถึงตรงนี้..มันถึงกับปวดหัวหนักขึ้น..รอบๆบริเวณโรงงานเต็มไปด้วยดงระเบิด..แถมเวรยามก็แน่นหนา...มันจะเข้าไปได้ยังไง..จะยิงถล่ม..ก็จะเอาอะไรมายิง..หากมิใช่ปืนใหญ่ยิงถล่ม..ปืนใหญ่ยิงถล่มก็ติดปัญหาพื้นที่..ปัญหาระหว่างประเทศ..จะใช้เครื่องบินรบก็อีกนั่นแหละ...พันอัดบุหรี่เข้าปอดก่อนปล่อยควันให้ลอยล่อง..พร้อมกับถอนหายใจแรงๆออกมา..."ไงว่ะไอ้เสือ..ถอนหายใจซะดังเลย..มึงไหวเปล่าว่ะเพื่อน.."เสียงไกรจากข้างหลังกล่าวพร้อมเดินลงมานั่งข้างๆเพื่อนรักแล้วใช้มือตบไหล่พันเบาๆ.."คิดหนักว่ะไกร..แม่งมึงกะเห็น..กว่าจะไปถึงรังมัน..ผ่านแม่งไม่รู้กี่ด่าน..ไปถึงแล้วต้องมานั่งคิดอีกว่าจะฝ่าดงระเบิดเข้าไปยังไง...แถมมาคิดแกว่า..ทำไงถึงจะไม่ให้ยามมันตรวจเจอ..สำคัญคือหมา...แม่งมีหมาสายตรวจเดินตลอด...นอกเสียจาก..มึงหายตัวรึดำดินได้ไปโผล่...เออ...ใช่..."พันโผลงออกมา...พร้อมกับตบขาตนเองฉาด..หันมายิ้มให้ไกร...ก่อนจะหัวเราะกล่าว.."555กูก็ลืมนึก...ขอบใจเว้ยเพื่อน..ที่มึงมาไข..ปริศนา...ชี้ทางสว่าง..เพิ่มความกระจ่างให้กู.."..ไกรงุนงง..เอามือเกาหัว.."อะไรของมึงว่ะ..เมื่อตะกี้แม่งยังหน้าเป็นตูดอยู่เลย..นี่ระรื่นเชียว..."พันยิ้มกล่าว.."กูเห็นหน้ามึงไง..เลยคิดออก..55"..ไกรตบบ่า.กล่าว..".เออ..ไหน.อธิบายซิพอเห็นหน้ากูมึงคิดออก...มึงคิดอะไรออก..เหมือนกูเปล่า..."พันยิ้มกล่าว..."..แรกกูเห็นฝูงนกยูง..แล้วมาเห็นมึง.."ไกรยังทำหน้างุนงง.เอียงคอหันมองหน้าเพื่อนรัก..."..กูงง..อย่ามากเรื่อง..สั้นๆได้ใจความ.."พันยิ้ม..ยกบุหรี่เข้าปากพ่นปล่อยควันโขมง..ไกรถึงกับเอามือปัดควัน..ทำจมูกฟุตฟิตกล่าว.."ไอ้หอกเอ๊ย..กูเหม็น..ไหนมึงบอกเลิกบุหรี่แล้ว.."ไกรถามเพื่อนพร้อมมองหน้า..พันยิ้มกล่าว.."555กูแกล้งไอ้หนุ่ม..เบื่อ..แม่งขอจัง..ตังไม่เคยควักซื้อ..เลยบอกเลิกสูบ.."ทั้งคู่หันมองหน้ากันก็หัวเราะ..จนท้องแข็ง.."พอๆ..ว่ามา..อย่านอกเรื่อง..เกี่ยวอะไรกับนกยูง..และกู..หรือว่า....."ไกรมองหน้าเพื่อนรักก่อนจะชี้หน้า...พันยิ้ม..ยกมือปัดมือเพื่อนพร้อมพยักหน้า..กล่าว.."ใช่...5555..เหินฟ้า..."ไกรส่ายหน้ากล่าว.."หึๆๆๆไม่ๆๆๆพอเลย..กูไม่บิน..กูเลิกนานแล้ว..."พันตบบ่าไกร..พยักหน้ากล่าว.."มึงกับกู..เอาน่า...นะๆ.."ไกรส่ายหน้า.."ไม่..." พันตื้อ.."แล้วมึงจะเข้าไปยังไง..บอกกูทีซิ..มึงจะเข้าไปยังไง.."ไกรส่ายหน้า..กล่าว.."กูก็คิดแบบมึงอะ..ทีแรก..แต่ดูแล้ว..หูตาแม่งยังกะสัปรด..ไม่ไหวว่ะ.."ไกรยังยืนยันคำเดิม..พันถอนหายใจกล่าว.."งั้นก็กลับไปบอกเล่าซา..ล้มเลิก..ยกเลิกภารกิจ.."ไกรมองหน้าเพื่อนรักที่เอามือล้วงกระเป๋าเสื้อ..หยิบซองบุหรี่..ออกมาเคาะพร้อมดึงมวนใหม่ออกมา..เอามวนเก่าที่เหลือติดก้นกรอง..มาต่อจุดสูบพ่นควัน.."..พอ..จบ..กลับ..ไม่ปงไม่ไปละ..ประเทศไทยไม่ได้เป็นของกูคนเดียว.."..ไกรก้มหน้านิ่ง..สักพักเงยหน้าขึ้นกล่าว.."เออ..ว่ามา..แม่งทำงอน..ว่ามาสิ..แผนมึง.."พันหันมายักคิ้วให้เพื่อนรัก..กล่าว..."..ร่มบิน...แต่ก่อนบิน..ต้องใช้โดรนสำรวจพิกัดลงก่อน..ว่าจะลงตรงไหน..จุดไหนที่ล่อแหลม..จุดไหนที่หย่อนยาน..โอเค๊..."พันทำเสียงสูง.."มึงว่าง่าย..ติดเครื่องทีแม่งก็ดังไปถึงไหนละ.".ไกรพูดต่อ...".อีกอย่างกูก็ไม่ได้เล่นนาน...."พันขมวดคิ้ว..กล่าว..แล้วถ้าผม..เครื่องร่อนเข้าไปละ..ได้ไหม.."ไกรขมวดคิ้ว....เอามือเท้าคาง..เบะปาก..ก่อนจะพยักหน้ากล่าว.."..พอมีทาง...หากพระเจ้าเข้าข้างเรา..มึงคิดสิว่ะ...เครื่องร่อนมันบังคับทิศทางให้มันลงตรงเป้าเป๊ะได้ก็ดี....มึงคิดว่าทำได้รึไง..พลาดเป็นจบเห่..ไม่ใช่เฉินหลงนะเว้ย..นี่เจ็บจริงตายจริง..."ไกรกล่าวเตือนสติพัน..พันเงยหน้าแหงนมองฟ้า..ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่กล่าว.."กูคิดแบบเดิม..ร่มบิน..เลือกเขาที่เขาทำปางไม้..มีการสัมปทานป่าไม้..บินไป..พอใกล้ที่หมายดับเครื่อง..แล้วบังคับร่ม..ไปลงที่หมาย..มึงไม่ไปกูไป..."พันกล่าวจริงจัง...ไกรรู้นิสัยเพื่อนรักดี..หากมันคิดจะทำอะไรแล้ว..มันต้องทำ..เเววตาที่มุ่งมั่นของพันส่องประกาย..ไกรเอื้อมมือตบไหล่เพื่อนรักกล่าว.."..เอาไงเอากัน...มึงว่าไงกูว่าตาม..."แต่กูขออย่างเดียว..ให้กูพาบิน..และกำหนดเวลาบิน..."พันหันมายิ้มให้เพื่อนรัก..ใช้มือขวายกตบมือเพื่อนรัก..ก่อนจะจับบีบประสาน..เขย่ามือ.กล่าว..."ตามนั้น...ขอบใจมาก...ดึกละมึงไปนอนเถอะ..."..ไกรลุกขึ้นตบไหล่พันกล่าว.."เออ..มึงก็อย่านอนดึกละ..กูไปล่ะ.."ว่าพลางเดินจากไป...งานนี้คือการวัดดวงอย่างแท้จริง..พันเชื่อว่า..ความดีชนะทุกๆอย่างได้...อากาศยามเช้า..มักสดชื่นเสมอ..พันเดินแกว่งแขนไปมา...สูดอากาศที่บริสุทธิ์.เสียงไก่ป่าขันกระชั้นระงมมาจากราวป่าที่อยู่ด้านหลังของโรงเรียน....กรุ๊กกรู๊...กรู๊...กรุ๊ก...เสียงนกเขาใหญ่คูขัน.สลับกันขึ้นลงเป็นจังหวะ ."ตื่นเช้าจังพี่พัน..เป็นไงบ้าง..นอนหลับสบายดีนะคะ..."เสียงหวานๆของครูขวัญที่ตื่นมาเตรียมอาหารเช้า..พันยิ้มพยักหน้ากล่าว..ครับ..หลับสบายดี..ขอบคุณมากมากครับ..สำหรับผ้าห่มและเต๊นท์.."ครูขวัญยิ้มโชว์แก้มบุ๋มของหล่อน..นัยตาหล่อนหยาดเยิ้ม..หล่อนเป็นคนตาสวยเวลายิ้มจะออกทางเเววตา..แม้หล่อนจะผิวคล้ำแต่แลดูมีเสน่ห์..สดใสร่าเริง..คุยเก่ง..คุยสนุก..สมกับอาชีพครู.."คิดยังไงครับครูถึงได้มาเป็นครูอาสาที่นี่เงินเดือนไม่เท่าไหร่.."พันถามหล่อนตรงๆ..หล่อนยิ้มถามกลับ.."พี่พันเป็นทหารหรือคะ.."พันไม่ตอบแต่พยักหน้า..หล่อนถามต่อ.".โทษนะคะ.ขวัญจะถามเรื่องส่วนตัวได้ไหมคะ."พันยิ้ม..พยักหน้ากล่าว.."ได้สิครับเรื่องอะไรหรอ..."หล่อนสบตาพันแล้วยิ้มกล่าว..."พี่พันยศอะไรแล้วค่ะ.."พันหัวเราะ.."55นึกว่าครูจะถามเรื่องอะไร..ผมยศน้อยครับ..ยศแค่จ่าสิบเอก..ทำไมหรือครับ..เอ๊ะ..หรือแฟนครูขวัญก็เป็นทหาร.."หล่อนยิ้ม..ตาเยิ้มฉ่ำ..หล่อนเป็นคนตาสวย..ตาเจ้าชู้..พยักหน้ากล่าว.."เอ่อ..คะ..ก็ไม่เชิงแฟนหรอกนะคะ..คบกันคุยกัน..แต่ยังมองไม่เห็นอนาคตเลยคะ..."พันขมวดคิ้ว.."อ้าว..ทำไมรึครับ..ยังไงก็สู้ๆนะครับ..พยายามประคับประคองกันไว้..ทหารแถวนี้รึ.." ครูขวัญเอียงอาย..หล่อนยิ้มส่ายหน้ากล่าว."เปล่าคะ..แถวบ้านนะ..คบมานานเหมือนกัน..เขาไม่อยากให้ขวัญมาอยู่ที่นี่..แต่ขวัญรักที่นี่คะ..เลยชั่งใจระหว่าง.สิ่งที่ตัวเองรักที่สุด..คือเด็กๆ.อยากให้เขามีชีวิตที่ดี..มีโอกาสที่ดีๆ..เพราะเขาคือคนไทยคนหนึ่ง..ควรจะมีสิทธิเช่นคนไทยทั่วๆไป..เฮ้อ..แปลกนะคะ..ค่าของคำว่าคน..ทำไมมันแตกต่างกันมากมายขนาดนี้.."ปากหล่อนก็พูดไป...แต่มือยังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารเช้า.."สู้ๆครับครู..เป็นกำลังใจให้นะครับ.."พันกล่าวให้กำลังใจครูสาว.หล่อนเงยหน้ามายิ้มสบตากล่าวขอบคุณ..และถามต่อ..."ขอบคุณมากเลยคะ..ขวัญชินแล้ว..นอมิน่ารักนะคะ..เธอยิ้มสวย..จัง...แฟนพี่จ่ารึเปล่า...ขออนุญาตเรียกพี่พันว่าพี่จ่านะคะ..."เปลี่ยนสรรพนามเรียกพันทันที..หล่อนถามพร้อมเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกพันจากพี่พันเป็นพี่จ่า.."..ครับ..ได้ครับ..เรียกอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละครับ..สรรพนามเป็นแค่สิ่งสมมุติที่ใช้เรียกแทนชื่อคน..สัตว์และ...สิ่งของ..เอ่อ...ใช่ครับ..นอมิเธอน่ารัก..เก่ง..และที่สำคัญ..เธอมีอุดมการณ์เดียวกับครู..แต่เธอไม่ใช่แฟนผมครับ..ผมเพิ่งจะรู้จักเธอไม่กี่วันนี้เอง..ตอนมาทำงาน..ครูทำไมคิดว่าเป็นแฟนผมละครับ.."...."ก็เห็นนอมิพูดถึงแต่พี่จ่า.."พันยิ้มหัวเราะกล่าว.."อ้อ..555ไม่หรอกครับ..น่ารักแบบนั้นคงไม่มาชอบทหารแก่ๆแบบผม.."ครูขวัญยิ้ม..กล่าว.."ใครว่าพี่จ่าแก่..ไม่นะคะ..น่ารักดีออก.."หล่อนเล่นชมพันต่อหน้ามันถึงกลับยิ้ม..พูดไม่ออก.."แหมครู..ก็ว่าไปเรื่อย..เอ่อ..เช้านี้ทำอะไรทานครับหอมจัง.."พันเปลี่ยนเรื่องคุย.."ข้าวต้มไก่ค่ะ.."ครูขวัญกล่าวพร้อมจับทัพพีคนหม้อที่กำลังเดือดส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอ..กลิ่นกระเทียมเจียวหอมกรุ่น..ถูกตักใส่ถ้วย..สีเหลืองทอง..ไว้ใช้สำหรับโรยหน้าข้าวต้ม..วางเรียงข้างๆใบคื่นช่ายและต้นหอมที่ซอยใส่ถ้วยชนิดเดียวกัน.."คุยอะไรกันอยู่รึคะ.."เสียงแจ้วๆของนอมิ..เดินออกมาจากข้างใน..ยกถ้วยชามช้อนออกมา..กล่าวทัก..พันยิ้มให้หล่อนกล่าว.."กำลังนินทานอมิครับ.."..ครูขวัญถึงกับมองค้อน..ยิ้มๆ.."แหม่พี่จ่า..ก็.." นอมิยิ้ม..กล่าว.."นินทาอะไรนอมิ..เอ่ย.."หล่อนเอียงคอถามอย่างใสซื่อ.."นินทาว่านอมิน่ารักครับ.."พันกล่าวขึ้น..นอมิยิ้มหน้าแดง..กล่าว.."สาวชาวป่าชาวดอยรึจะสู้สาวชาวกรุงได้ละคะพี่พัน..ว่าไปเรื่อย.."ทั้งสามก็คุยกันสนุกสนาน..จนได้เวลา..ครูขวัญก็ตีเกราะไม้ไผ่เคาะเป็นสัญญาณเรียกทุกคนมาทานอาหารเช้า...ทุกคนชมฝีมือการทำข้าวต้มของครูขวัญ..โดยเฉพาะหนุ่ม..ตักไปถึงสามครั้ง..แบบไม่อายใคร.."เฮ้ย..ไม่เคยกินรึ.."เสียงไกรปลาม.."มันอร่อยนี่พี่..จริงๆ..อร่อยมาก.."ครูขวัญยิ้มกล่าว.."ขอบคุณมากคะ..ทานเยอะๆจะได้มีแรงเดิน..วันนี้ก็ขึ้นดอยไม่ใช่หรือคะ..ทานเลย..ทานเยอะๆ..ใครทานน้อยแปลว่า..ขวัญทำกับข้าวไม่ได้เรื่อง..." ครูขวัญกล่าวดักคอ...ขณะที่ ทุกคนกำลังทานอาหาร..ไกรหันมามองหน้าพัน..กล่าว...“..เอออออออ...ไอ้เสือ...กูนึกออกแล้ว.เพื่อน...ร่มร่อน..มึงเคยได้ยินเปล่าว่ะ..”ไกรนึกขึ้นได้สมัยที่มันหันมาเล่นกีฬาร่มบินมันมีกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่าร่มร่อน..”ร่มร่อน..”พันทวนคำ..ทำสีหน้างุนงง..กล่าวต่อ..”ยังไงว่ะ..ร่มร่อนของมึง..”พันหันมาถามเพื่อนรัก..ไกรยิ้มกล่าว.. “มันก็คล้ายๆร่มบินนั่นแหละ..แต่ไม่มีเครื่องยนต์ติด..มันอาศัย..การเคลื่อนที่ได้โดยพลังงานจลน์ ซึ่งเกิดจากแรงดึงดูดของโลก กระทำต่อปีกร่ม ทำให้ร่มร่อนสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ไกล โดยอาศัยแรงยก ที่เกิดขึ้นต่อร่มร่อน เมื่อมีอากาศไหลผ่านปีก..ร่มร่อนสามารถลอยสูงขึ้นไปได้ด้วยปัจจัยสองประการคือ ลอยขึ้นไปกับมวลอากาศร้อนซึ่งเคลื่อนที่ขึ้น เช่น ลมร้อน ลอยขึ้นไปกับ กระแสอากาศที่พุ่งขึ้นอันเนื่องจากมีมวลอากาศเคลื่อนที่ปะทะสิ่งกีดขวาง เช่น ลมที่พัดมาปะทะแนวสันเขาแล้วพัดขึ้นข้ามเขา ร่มร่อนสามารถอาศัยลมบนแนวสันเขาที่ยกตัวขึ้นนี้ ล่องลอยไปตามแนวสันเขาได้ตามความยาวของแนวสันเขา..” ไกรอธิบายให้พันฟัง..พันยิ้มพยักหน้าตั้งใจฟังอย่างมีหวัง.. “เจ๋งเว้ยเฮ้ย...จัดเลยเพื่อน...”พันกล่าวกับเพื่อนรัก..”มึงจะบ้ารึไอ้เสือ...กูไม่ใช่เทวดา..ที่จะเสกมาให้มึงได้..เดี๋ยวกูประสานเพื่อนทางลพบุรี..ว่าจะหามาให้ได้ทันเปล่า..”ไกรกล่าว.. พันส่ายหน้า... “เฮ้ยๆๆระดับท่านขุนไกร..ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้..มึงสั่งเลย..พร้อมโอนเงินพรุ่งนี้ให้ส่งมาทางเครื่องบิน.สนามบิน.เชียงราย..ไปจัดการให้เรียบร้อย..แล้วมารายงานผลด่วน..”พันสั่งการเพื่อนรัก..














ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นิยายภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่12 / 2 เพชรฆาตเย็น

นิยายภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่11, สมิงดง 2,

นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก, ตอนที่11 ,สมิงดง 1, .