นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่ 5, 5-1
หนานหล้าส่ายหน้าไปมากล่าว.."ไม่มีเพิ่มเติมเลยครับพี่..รู้แค่ว่าเป็นพราน..ทางฝั่งไทย..แต่ไม่มีหลักฐานบ่งบอกว่าเป็นใคร..แต่จากเสื้อผ้าของใช้..เป็นพวกเศรษฐี..ดูจากยี่ห้อ..ของแบรนด์เนมครับพี่"..หนาหล้ากล่าวอธิบาย..พันพยักหน้า..ไกรเอ่ยติดตลก.."พวกเดียวกับเจ้าสัวเปล่าว่ะ..55"..ทุกคนก็หัวเราะตาม..."ว่าไปเรื่อย..เขาจะมาทำหอกอะไรแถบนี้.."พันกล่าวขึ้นบ้าง...ทั้งสี่เดินมาถึงจุดๆหนึ่งบริเวณด้านแนวเชื่อมกับป่าไผ่..ใบไผ่แห้งปกคลุมจนหนา..ร่องรอยไก่ป้าคุ้ยเขี่ยหาอาหารเป็นหย่อมๆกระจายทั่วบริเวณ.."ผมจะวางลวดสะดุดบริเวณนี้นะครับลุง..ช่วยเตือนพวกเราด้วย..อย่าเดินมาทางนี้..พวกเราจะได้รู้หากมีใครเข้ามาใกล้บริเวณนี้.."พันกล่าวบอกลุงคำ..ลุงคำพยักหน้า.."พี่พัน..วันนี้คงได้กินย่างไก่ป่า..เดี๋ยวผมจะทำบ่วงแร้ว..หากโชคดีได้สักสี่ห้าตัวก็เจ๋ง.."หนานหล้ากล่าว..พันพยักหน้า.กล่าว..".เอาสิ..อ้อ..อย่าลืม..ตัดกระบอกไม้ไผ่รองน้ำด้วย..น้ำไผ่มีประโยชน์.."หนานหล้ารับคำแล้วชักมีดเหน็บจากเอว..ลัดเลาะไปทางขวามือ..ก่อนจะเลือกไผ่บ้องโตๆ..ฟันฉับๆเหลาปาดก้นให้แหลม..ปักดิน..พร้อมโน้มกิ่งไผ่ลงมาใช้มีดเฉือนปลาย...ก่อนจะยัดยอดไผ่ลงกระบอกแล้วมัดไผ่ที่โน้มกิ่งให้ตึงแน่น..เพื่อเก็บน้ำไว้ดื่มกินในตอนเช้า...จนมากพอ..หนาหล้า..เลือกไผ่ที่แข็งแรง..โน้มยอดลง ทำบ่วงแร้ว..ทำที่เหยียบ หากไก่ป่ามาคุ้ยเขี่ยเหยียบสลักมันหลุดไม้ไผ่ที่ถูกรัดตึงบ่วงก็จะคล้องขาไก่พร้อมไม้ที่ดีดอย่างรวดเร็วจะทำให้บ่วงนั้นกระชากขาไก่..ห้อยต่องแต่งๆบนหลักไม้ไผ่...ไม่นานทั้งลวดสะดุด..และบ่วงแร้ว..ก็เสร็จ...การดักบ่วงแร้วไก่ป่ามันเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง..การเข้าใจธรรมชาติของป่า..ของสัตว์ป่า..มีส่วนช่วยให้มันได้ผลยิ่งขึ้น..ธรรมชาติไก่ป่าจะออกหากินคุ้ยเขี่ยดินในช่วงเช้าพอพลบค่ำก็จะกลับรังเข้าคอน..ดักช่วงก่อนพลบค่ำต้องดักอีกอย่าง..หนานหล้าอธิบายกล่าวให้ทุกคนฟัง..พันก็เพิ่งจะเข้าใจ..มิใช่ว่าจะกระทำเหมือนๆกัน..รู้ว่ามันจะเข้านอนตรงไหน..ที่ไหนมันต้องปีนไปโก่งคอขันแสดงอาณาเขต..ไม่นานบ่วงแร้วของหนานหล้าก็เสร็จเรียบร้อย..รวมถึงกระบอกไม้ไผ่ที่ตัดรองน้ำไผ่ที่จะคายน้ำในตอนกลางคืนก็เสร็จสิ้นลง..ส่วนลวดสะดุดของพันก็เสร็จเรียบร้อย..มันเป็นการทำเพื่อแจ้งเตือนมิใช่ทำเพื่อทำร้ายใคร..ก่อนจะกลับเข้าที่พักหนานหล้าทำแก้มป่องๆสองข้างพร้อมใช้ฝ่ามือตบเเก้มตนเองเบาๆให้ลมที่กระพุ้งแก้มพุ่งออกทางปากโดยทำปากจู๋ๆ...แล้วโก้งคอขันเลียนเสียงไก่ป่า..ปุ๊บๆๆเอ๊กอี๊เอ๊กเอ๊กกก...มันเหมือนกับเสียงไก่ป่าจริงๆ..มีเสียงตีปีก..ปุ๊ปๆๆจากการเอามือตบกระพุ้งแก้มเพื่อไล่ลม..พันมองแล้วยิ้มๆ..กล่าว.."555หนานหล้า..หากมองไม่เห็นหนานหล้า..พี่นึกว่าไก่ป่าจริงๆนะ..พับผ่าเถอะ.."หนาหล้ายิ้ม..กล่าว.."วิถีป่าครับพี่..55มันคิดว่ามีไก่ต่างถิ่นมาขยายอาณาเขต..ไม่นานหรอกเดี๋ยวมันก็แห่มา...คอยดูพี่.."พันยิ้ม..พยักหน้า..ทั้งสี่เดินเคียงข้างคุยกันมา..จนถึงที่พัก ลุงคำแกก็ขอตัวออกมา..พันมองตาม..หนานหล้าเห็นพันสงสัย..เลยกล่าว.."ปกติพี่..ลุงคำแกเป็นคนมีอาคม..ระดับปรมาจารย์เชียวนา....เขื่อใจได้..แกต้องออกวางอาคมแกป้องกันอันตรายอีกชั้น..หลังจากพวกเราวางกำลังป้องกัน.."พันพยักหน้า..กล่าว.."ก็ดีนะสิ..เล่นกับสิ่งที่มองไม่เห็นนี่มันน่ากลัวจะตาย...ดีแล้ว..เพื่อความสบายใจ..ของแบบนี้..ไม่เชื่ออย่าลบหลู่.."พันกล่าวพลางเดินเข้าหาหนุ่ม..ที่กำลังเล็งแนวฉากการยิง.."เรียบร้อยดีไหมไอ้น้อง.."พันถามรุ่นน้อง..ที่สนิทสนม.."อยู่แล้ว..ใคร..นี่ใคร.."หนุ่มโอ่.ไกรบอกให้ทุกคนมารับยาจากนอมิ..เพื่อป้องกันไข้ป่า.แล้วหันถามหนานหล้า.".เหตุใดเราไม่เข้าทางเมืองลาแล้ววกลงมาไม่สะดวกกว่ารึ..”ไกรสอบถามหนานหล้า..ขณะที่ทุกคนมารวมกันเพื่อจ่ายยาและวางวางแผนการปฏิบัติในคืนนี้และวันพรุ่งนี้..หนานล้ายิ้มส่ายหน้า..กล่าว.. “ ตอนนี้เมืองลายังไม่นิ่ง... พี่ไกร.พี่จำได้เปล่า..ตอนที่ทหารว้าจะเคลื่อนกำลังรุกล้ำเข้าไปในบริเวณฐานปฏิบัติการณ์ควบคุมพื้นที่ส่วนหน้า ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตปกครองตนเองของกองกำลัง เมืองลา..”ไกรพยักหน้ากล่าว.. “อืมมม..ได้สิ...กองกำลัง เมืองลา ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำฐาน..เห็นทัพว้า..เลยได้วิทยุขอคำสั่งอนุมัติเพื่อยิงสกัดกลุ่ม ทหาร ว้า แต่ไม่ได้รับคำสั่งอนุมัติให้ยิง 5555”” โดยหน่วยเหนือแจ้งว่า กองกำลังทหาร ว้า กับ กองกำลัง เมืองลา เป็นพันธมิตรกัน ให้กำลังพล เมืองลา ให้การต้อนรับกลุ่มทหาร ว้า อย่างดี..แหม...”ไกรกล่าวไปขำไป..หนานหล้าก็ยิ้ม..หนุ่มเห็นสองคนคุยกันถูกคอ..อยากรู้บ้างจึงถามต่อ.. “แปลว่าเป็นพันธมิตรกันใช่เปล่า..” นอมิได้ยินก็อดขำไม่ได้..เอามือขาวเนียนของหล่อนปิดปาก..กล่าว..”คริๆๆพี่หนุ่ม..ไม่อยู่ไหนของมุมโลกรึอ้าย..”หนุ่มงุนงง..เอามือเกาหัวแกรกๆกล่าว.. “อ้าววววว..กูตกข่าวอีกรึว่ะนี่..แล้วมันเป็นไงละ..บอกที...บอกที..”มันทำสีหน้าอ้อนวอนให้ทุกคนเล่าให้ฟัง..โดยหันไปทางคนนั้นที..คนนี้ที..ทุกคนก็หัวเราะครืน..นอมิเลยยิ้มกล่าว..”จะมีอะไรเล่า..พี่หนุ่ม..พอรับคำสั่งแบบนั้น...คำสั่งจากหน่วยเหนือ..มีรึทหารจะกล้าปฏิเสธ..ไอ้เจ้า ผบ. ฐานปฏิบัติการ ของกองกำลัง เมืองลา ก็ได้ออกมาให้การต้อนรับกลุ่มทหาร ว้า....ในตอนที่ ผบ.ฐานปฏิบัติการ กำลังแนะนำตัวเองอยู่นั้นทหาร ว้า ดันใช้ปืนจี้ตัวพร้อมปลดอาวุธ ทำการควบคุมตัวทันที จากนั้น ทหาร ว้า ได้กระจายกำลัง ทำการควบคุมกำลังพลของกองกำลัง เมืองลา บนฐานปฏิบัติการณ์ดังกล่าวอีกตั้งกว่า 70 นาย..” นอมิกล่าว..ยิ้มๆ.. หนุ่มขมวดคิ้วเอียงคอกล่าว.. “มั่วปะเนี่ย..ข้อมูลเราอ่ะ..”นอมิยิ้ม.เอามือปิดปาก..กล่าว..”แล้วแต่...พี่หนุ่มไม่เชื่อก็ตามไป..โน่น..ถามพี่หนาน..เพื่อนพี่ดู..”นอมิบุ้ยปากจิ้มลิ้มของหล่อนไปทางหนานหล้าที่ขำเพื่อนรุ่นเดียวกัน... “ขำอะไรว่ะหนาน..ใครจะเชื่อ..มันบ้าไปแล้ว..” หนุ่มหันไปถามเพื่อนร่วมรุ่นแต่คนละเหล่าทัพ..หนานหล้าพยักหน้ากล่าว..”อืมมมม..ใช่..”หนุ่มยังไม่เชื่อในคำกล่าวเท่าใด..ยังคงนึกว่าเป็นการอำในหมู่.. “เออ..เอาเข้าไป..เอาเข้าไป..อำไป...อำได้อำไป..” หนานหล้ากล่าว..”มึงไปอยู่ไหนมา..ข่าวออกดัง..” หนุ่มส่ายหน้าหงุดหงิดกล่าว..งอนๆ.. “เออ..กูมันคนติดเกาะ..ไม่รู้เรื่องรู้ราว..วันๆขลุกแต่กับนักเรียน..ใครจะมาสนใจข่าวห่าเหวอะไรเนี่ย..ว่ะ..เล่ามา..” หนานหล้ายิ้มกล่าว.. “เออๆๆต่อ..มันเป็นเรื่องจริง..ที่นอมิกล่าวมา..แต่ซึ่งหากนับรวมจำนวนกำลังพลของกองกำลัง เมืองลา ที่ถูกทหาร ว้า ทำการปลดอาวุธและควบคุมตัวจากฐานปฏิบัติการณ์ ทั้ง 2 แห่งแล้ว ก็มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 150 นาย ต่อมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ เขตปกครองตนเองเมืองลา ได้เดินทางสู่ เมืองปางซาง เพื่อเจรจากับกองกำลังสหพันธรัฐว้า ให้ปล่อยตัวกำลังพลของ กองกำลังทหาร เมืองลา ที่ถูกควบคุมตัวพร้อมอาวุธทั้งหมด แต่ได้รับการปฏิเสธจาก กองกำลังว้า..” หนุ่มพยักหน้าเชิงเข้าใจ.. “เออ.กูก็พอที่จะจำได้ว่า ก่อนนั้น.มีข่าวว่า ทหารว้าได้รุกล้ำเข้าไปตั้งฐานปฏิบัติการอยู่บนดอย..ซึ่งเป็น พื้นที่สูงข่ม ในเขตของ เมืองลา 2 ฐาน โดยไม่ยอมถอนกำลังออกมา..""..ใช่ซึ่งเป็น พื้นที่สูงข่ม อยู่ในเขตของ เมืองลา 2 ฐาน ถ้านับรวมขณะนี้ ทหาร ว้า ได้รุกล้ำเข้าไปตั้งฐานปฏิบัติกาอยู่ในเขตของ เมืองลา รวม 4 ฐาน โดยมีข้ออ้างว่า เพราะมีข่าวว่าทหารพม่าจะเคลื่อนกำลังเข้ายึดพื้นที่ เมืองลา ทางทหาร ว้า จึงจำต้องวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามพื้นที่แนวตะเข็บชายแดน ...ที่เป็นเขตปกครอง..แล้วไหนว่า.. กองกำลังสหพันธรัฐว้า – กองกำลังโกก้าง – กองกำลังเมืองลา – กองกำลังระแข่ง – กองกำลังกองทัพรัฐฉาน – กองกำลังปลดปล่อยชาติพันธุ์คะฉิ่น และกองกำลังตะอาง 7 กลุ่มนี้ได้ลงนามร่วมเป็นพันธมิตรฝ่ายเดียวกันไม่ใช่รึ..”หนุ่มกล่าวถาม..หนานหล้าพยักหน้ากล่าว.."จริง..มีการร่วมลงนามเป็นพันธมิตรกันจริง..แต่...แถบนี้..ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวร..หากยังมีผลประโยชน์..โดยเฉพาะเรื่องยา..ยิ่งตอนนี้..มองยอนใหม่..กำลังบูม..เขาเล่ากันว่าการสร้างเมืองยอนใหม่..เป็นเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดที่ส่งมาขายบ้านเรา...เฮ้ออออ..เจ็บใจสุดๆ..."หนานคำกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ..กัดกรามกรอด..กำหมัดแน่น..พันเดินมาตบไหล่..หนานหล้า..กล่าว.."อดทนไว้หนาน..อีกไม่นาน..เราจะเอาคืนทั้งต้น..ทั้งดอก.."หนานหล้า..หันมาสบตาพัน..พันพยักหน้าช้าๆ..ส่งยิ้มให้..หนานหล้าก้มหน้ากล่าว.."ขอบคุณมากครับพี่..ผมสาบาน..จะถอนรากถอนโคนมันให้สิ้นซาก..."..สักพักที่ราวป่าไผ่ก็มีเสียงไก่ป่าร้องตกใจ..เสียงกระพือปีกร้องลั่นป่า..หนานหล้าหันมายิ้ม.."วันนี้ไม่ต่ำกว่าสาม...ติดไฟไว้รอเลยไอ้เกลอเอ๋ย..."หนานหล้าหันมา..ยิ้มกล่าวกับหนุ่ม..ก่อนกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปในป่าไผ่.."ระวังแนวลวดสะดุดด้วยล่ะ.."พันร้องเตือน.."เฮ้ยหนาน..รอกูด้วย.."หนุ่มร้องพร้อมรีบวิ่งตาม...หนานหล้า.."เพื่อน..แน่ใจนะว่าไม่พลาด..ไม่งั้นพี่ไกรอำตายเลย.."หนุ่มเดินเคียงไหล่เพื่อน..พร้อมสอบถาม.หนานหล้ากล่าวยิ้มๆ..."..เชื่อมือเถอะน่า..รุ่นนี้แล้ว..ก่อไฟรอได้เลย.."สีหน้าหนานหล้าบ่งบอกถึงมั่นใจ..อย่างเต็มเปี่ยม..ไม่นานสองสหายต่างเหล่าทัพก็มาถึงบริเวณแนวป่าไผ่..จริงอย่างหนานหล้าคุยเอาไว้..เสียงปีกสองข้างของไก่ป่ากระพรือกระทบกันไปมา..มันไม่ใช่แค่คู่เดียว..แต่มันไม่ต่ำกว่าสามสี่ตัวเหมือนหนานหล้าคุยโวเอาไว้..."เฮ้ยยเจ๋งว่ะเพื่อน.."ว่าพลางหนุ่มวิ่งพรวดออกไป...หนานหล้ารีบคว้าคอเสื้อหนุ่ม..จนมันแทบจะหงายท้อง.."เฮ้ย..ระวัง..."หากแม้นช้ากว่านี้..หนุ่มคงเดินเตะสายลวดสะดุดที่พันวางเอาไว้.."อะไรว่ะ..."หนานหล้าชี้มือให้หนุ่มดู..มันเป็นเส้นลวดบางๆสีเขียวขี้ม้า..หากไม่สังเกตุดีๆมิมีทางเห็น..มันถึงกับใจหายวาบ..กล่าว.."ฉิบหาย..เกือบถูกพี่พันกระทืบแล้วไหมละกู..ไม่งั้นก็พี่ไกรถล่มซ้ำ..."มันกล่าวพร้อมยกมือปาดเหงื่อ..ที่ผุดเต็มหน้า..มันรู้มือพันดีว่าการวางกับดัก..สุดยอดไก่ป่าที่ติดบ่วงแร้วรัดขาพยายามจะทะยานบิน..แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องร่วงมันพยามจะบิน..จนเหนื่อยล้าห้อยหัวลงพื้น..ปล่อยขาชี้ฟ้า..ส่งเสียงร้องอย่างตกใจ..หนานหล้ารีบคว้าคอไก่จับหักดังก๊อกปลดบ่วงแร้วออกจากขาไก่..แล้วยื่นส่งให้หนุ่ม..ก่อนจะเดินมุดซุ้มกอไผ่ปลดไก่ที่ติดบ่วงแร้วมาได้อีกสามตัว..ทั้งสามตัวถูกมัดขารวบติดกัน..ถูกหิ้วออกมา..."ว้าวววลาบปากที่ซู๊ดดดด.."หนุ่มทำท่าทางเอามือลูบปากแบบหวานคอแร้ง..ไก่ป่าทั้งสี่ตัวถูกถอนขนออกคงเหลือแต่ขนอ่อนอุยๆ..ตัวเกือบครึ่งกิโล..เนื้อแน่นทั้งนั้นเลย..เป็นไก่หนุ่ม..ที่ชะตาขาด..หนานหล้าจับขาไก่ป่ายื่นเข้ากองไฟ..เพื่อเผาขนอ่อนที่ติดหนังไม่สามารถถอนขนได้..กลิ่นขนอ่อนๆถูกไฟไหม้ส่งกลิ่นหอมหนังถูกความร้อนเริ่มหดรัดไขมันใต้ผิวหนังมันถูกความร้อนค่อยๆมีน้ำเยิ้มซึมออกมาเกาะเป็นเงาตามผิวหนังที่สีเหลืองอ่อนๆ..หนานหล้าใช้มีดม้ง..ผ่าท้องควักเครื่องในออกมาวางกองไว้บนใบไม้ที่นำมาปู..ไก่ทั้งสี่ตัวถูกควักเครื่องในออกจนหมด..ปีกขาและคอถูกสับตัดแยกออก..ส่วนลำตัวใช้เกลือมาโรยคลุกเคล้า..ผสมพริกไทยดำและกระเทียม..เสียบไม้ย่างสามตัว..
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น