ภารกิจลับ ทลายยานรก ตอนที่ 2 นอมิ..สาวน้อยลาหู่ แห่งดอยปู่ไข่
"พวกคุณพอทราบคร่าวๆแล้วนะ..ว่าภารกิจของพวกคุณคืออะไร.."เล่าซาหันมาถามคนทั้งสาม..ทั้งสามคนพยักหน้ารับคำ..."อีกสามวันจะมีคนมารับพวกคุณไปที่แห่งหนึ่งเพื่อรับเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็นทุกๆอย่าง..ตามที่คุณร้องขอมา.."เล่าซากล่าว..พันและไกรมองหน้ากันไปมา..ก่อนพูดขึ้นด้วยสีหน้างุนงง..."ร้องขอ.."เล่าซายิ้ม...พยักหน้า..กล่าว.."ใช่...ทุกอย่างที่คุณร้องขอ.แต่หากจะเพิ่มเติมอะไรให้รีบบอกทันที..เราจะได้จัดหาเพิ่ม..ตอนนี้ยังพอมีเวลา...."พันและไกรถึงกับงุนงง..มันยังไม่เคยพูดร้องขออาวุธยุทโธปกรณ์แต่อย่างใดไม่..แล้วทั้งคู่หันไปมองหนุ่ม.ซึ่งนั่งข้างๆ..แต่ไม่กล่าวอะไร..อีกทั้งยังก้มหน้าก้มตา..ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้..."ไอ้หอกหัก...เป็นเอ็งใช่ป่าวว่ะ..."พันหันหาหนุ่ม..มันรีบโบกมือโบกไม้กล่าว.."ไม่รู้เรื่องพี่...ผมไม่รู้เรื่อง.."มันทำไขสือ..เอียงคอกวนตีน.."เออคงเป็นกูมั้งสั่ง.."พันตอบไปแบบตัดรำคาญ..ก่อนจะหันมาทางเล่าซา..แล้วถาม.."เล่าซาครับ..มีอะไรบ้างครับรายการที่ขอมา.."เล่าซากดกริ่ง..ไม่นาน..ก็มีหญิงสาวรูปร่างเล็กแต่สมส่วนอายุราวประมาณ19-20 เดินถือหีบใบเล็กออกมา..หล่ออยู่ในชุดประจำเผ่า..ผมยาวเกือบถึงกลางหลัง..หล่อนผิวขาวเหลือง..ทาปากสีแดงสวยสด..การแต่งกายของหล่อนคล้ายชาวเขาเผ่าลาหู่..เล่าซากล่าว.."นอมิ..นี่คุณพัน คุณไกร คุณหนุ่ม.."หล่อนยิ้มหวานปานกุหลาบแรกแย้มแลดูสดใส...ย่อกายกำนับในมือยังถือกล่องปริศนา..ยื่นส่งให้เล่าซาพร้อมหันมายกมือไหว้คนทั้งสาม..หนุ่มตะลึงเหม่อมองเทพธิดาดอยที่ส่งยิ้มพร้อมยกมือไหว้แบบไทยสวยงาม.."นี่นอมิ..เป็นคนดูแลผม..เธอเป็นชาวลาหู่..หากไม่ได้นอมิ..ผมคงไม่ได้มานั่งตรงนี้.ตอนนี้ก็ได้นอมิช่วยดูแลหยูกยา..อาหาร..และช่วยวัดความดัน..."พันขมวดคิ้วสงสัย.กล่าว..."เก่งจังครับดูท่าทาง...
อายุยังไม่ถึงยี่สิบถึงกับเป็นหมอ..เก่งมากๆเลยครับ..”พันกล่าวชื่นชมสาวลาหู่..หล่อนยิ้มเอียงอายกล่าว.. “มิใช่ดอกเจ้า..ข้าเจ้าบ่ใจ้เป่นหมอ..”พันยิ่งงงหนัก..ไม่ใช่หมอจะดูแลหยูกยา..สุขภาพ วัดความดันให้เล่าซาได้อย่างไร. “ข้าเจ้าเป๋นเพียง..อ.ส.ม.ในหมู่บ้านนี่แหละเจ้า..”. นอมิกล่าวอธิบายให้พันฟัง..ก่อนที่เล่าซาจะยิ้มและกล่าว.. “นอมิเป็น อ.ส.ม. ปีก่อน..ผมเกิดประสบอุบัติเหตุหน้ามืด..ล้มลงหมดสติ..ดีที่นอมิผ่านมาเจอ..นอมิเลยเข้าช่วยเหลือ..จนผมฟื้นคืนสติมา..หากว่าช้าไปกว่านี้..ผมคงเป็นผีเฝ้าไร่ชาไปแล้ว..555” เล่าซาหัวเราะร่วน..พร้อมเปิดกล่องที่นอมิถือมา..แล้วหยิบกุญแจออกมาสามดอก..ก่อนจะไปหมุนถ้วยชามคล้ายถ้วยตราไก่..ที่วางตรงชั้นวางดูเผินๆก็เหมือนตู้โชว์ธรรมดา..พอเล่าซาหมุน กลับมีเสียงคลืนๆมีช่องคล้ายช่องเสียบรูกุญแจ..เล่าซาหยิบกุญแจที่อยู่ในกล่องที่นอมิถือมา..เสียบทั้งสามดอกพร้อมกัน..แต่การเปิด..ไม่เหมือนการไขกุญแจทั่วไป..เล่าซา..บิดหมุนลูกกุญแจตัวกลางก่อน..แล้วมาหมุนบิดตัวที่สาม..ทางขวามือ..ก่อนจะมาบิดกุญแจตัวดอกแรก..แล้วกลับมาหมุนตัวขวาสุดย้อนกลับ..ก่อนจะมีเสียงคลืนๆ..อีกครั้ง..ประตูกลนั้นก็เปิดออก...พันหัวใจเต้นตูมตาม..มันตื่นเต้น..มันเคยเห็นแต่ในหนังแต่กลับมาพบห้องลับภายในไร่ชาแห่งนี้.. นอมิเดินอ้อมมาทางพัน..เปิดปุ่มสวิทซ์ไฟฟ้า..ภายในห้องเป็นบันได้ลงสู่ชั้นใต้ดินทอดยาวลงไป...เล่าซาเดินไปเอื้อมมือปลดกุญแจจากดอกแรกไปจนถึงดอกสุดท้าย.. “เลิศ...ขนาดเปิดประตูกับเอากุญแจออกยังไม่เหมือนกัน..”หนุ่มกล่าวขึ้นมา..นอมิหันไปยิ้มกล่าว.. “อย่าว่าแต่เปิดแต่ปิดบ่เหมือนกั๋นเลยเจ้า..แม้แต่เปิดทุกๆครั้งยังบ่เหมือนกันสักเตื้อ..” หนุ่มสะดุ้งหันมามองหน้านอมิกล่าว.. “เปิดทุกครั้งรหัสจะเปลี่ยนไปทุกครั้ง..นอมิอธิบายให้หนุ่มฟัง..ดูเธอคล่องแคล่ว.ไม่เชื่อยชา.จากนั้น.เธอรีบเข้าประคองแขนเล่าซาเดินลงบันไดไปก่อนที่จะมีเสียงครืน..ประตูกลกลับปิดตัวลง..แม้จะเป็นห้องลับใต้ดินแต่ไม่มีกลิ่นอับชื้นเลยแม้แต่น้อย.แม้.แต่สะท้อนหรือเสียงที่ก้องกังวาลยังไม่มีปรากฏ..ไม่นานทั้งห้าคนก็มาถึงภายในห้องโถง..ภายในห้องโถง..มีตู้วางเรียงราย..พันถึงกับเบิกตากว้าง..มันยิ่งกว่าคลังอาวุธที่ทำงาน..คลังแสงขนาดย่อม..มีอาวุธนานาชนิด..ทั้งหมดเป็นอาวุธสงครามทั้งสิ้น..มีทั้งปืนสั้น..ปืนยาว..ถูกจัดวางไว้ที่ราวปืนอย่างเป็นระเบียบ..พันเดินดูมันรู้สึกว่าเล่าซาคนนี้ไม่ธรรมดา...สามารถมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองอย่างมากมายมหาศาล.."พวกคุณไม่ต้องแปลกใจหรอก...อาวุธพวกนี้..เป็นของผมเอง..ที่เคยซื้อไว้ตอนสมัยยังทำธุระกิจมืด..แต่ปัจจุบัน..อาวุธพวกนี้ได้ขึ้นบัญชีเป็นของหลวงเรียบร้อยแล้ว.."อาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดมีทั้งทันสมัยสุดๆ..และอาวุธเก่าที่เคยใช้ในสมัยกองพล93 ที่ปฏิบัติงานอยู่ในแถบนี้..ทั้งกล้องไนท์วิชั่น..ปืนสไนเปอร์..แม้แต่เครื่องร่อน..ร่มบิน.."..เป็นอย่างไรบ้าง..มองไว้รึยังว่าชอบและจะใช้อะไร..ในงานนี้.."เล่าซากล่าว..พันยิ้ม..พยักหน้า..พูดขึ้น.."ก็มีมองๆไว้อยู่บ้างครับ..แต่ผมขอเวลาตรวจสอบภูมิประเทศ..ศึกษาแผนที่..รวมถึงภาพถ่ายทางอากาศเสียก่อน...แล้วค่อยตัดสินใจดีกว่าครับว่าจะใช้อะไรบ้าง.."เล่าซาพยักหน้า..และก็กล่าวชวนทั้งหมดขึ้นข้างบน..ก่อนจะบอกให้นอมิจัดเตรียมน้ำชาของว่าง..ให้กับคนทั้งสาม..ไม่นานของว่างก็ถูกยกมา...เป็นหมั่นโถว..และน้ำชา..ที่ชงจากใบชาอู่หลง..ซึ่งมีน้ำผึ้งป่า..นำมาผสม..เพิ่มรสชาดในการดื่มชา...พันมองนอมิ..ที่ชงชาได้อย่างคล่องแคล่วน่าดูยิ่ง...."..การชงชาคือศิลปะอย่างหนึ่ง..ที่เราได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ..."พันสังเกตุเห็นอุปกรณ์ชงชาอู่หลงที่นอมิยกออกมา.."..ชาอู่หลงเป็นชาที่เลี่ยงชื่อของเรา..พวกคุณลองชิมดู..การดื่มชา..มีวิธีชงชาที่สืบทอดกันมาจากโบราณ..มันเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง..เราเรียกว่า...วิธีชงชา ชากังฟู..เป็นแบบดั่งเดิม..ชากังฟู หรือพิธีการชงชาจีนแบบกังฟู หรือภาษาจีนเรียก กงฟูฉา คือวัฒนธรรมการชงชาแบบดั้งเดิมของชาวจีนซึ่งมีความหมายคือการชงชาที่ต้องใช้ความพิถีพิถันและความอุตสาหะพยายามซึ่งก็คือความหมายของคำว่า ชากังฟู นั่นเอง สำหรับ ขั้นตอนการชง ชากังฟู อุปกรณ์ที่ใช้ในการชง ชากังฟู นั้นจะให้นอมิ..อธิบายให้ฟัง..."เล่าซากล่าวพร้อมผายมือไปทางนอมิ..นอมิยิ้มอย่างอ่อนหวาน..กล่าว..."การชงชาต้องละเอียดประณีตอย่างมาก.."เธอกล่าวพร้อมจัดอุปกรณ์สำหรับชงชาวางเรียงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า..กลิ่นกำยานอ่อนๆพร้อมเสียงดนตรีจีนบรรเลงแผ่วเบา..ประสานกับเสียงน้ำตกจำลอง..และเสียงโมบายที่แขวนริมระเบียงกระทบกันยามลมพัดผ่าน..ฟังแล้วดั่งอยู่บนทิพย์พิมาน..นอมิกล่าวต่อ"วิธีการชงชามีความโดดเด่น วิธีการดื่มก็พิถีพิถันยิ่ง นับเป็นประเพณีที่ทำกันเป็นประจำทุกวันและเป็นสิ่งแรกที่ใช้สำหรับต้อนรับแขกเวลาชงจะลวกกาน้ำชาและถ้วยน้ำชาก่อนแล้วจึงใส่ใบชาลงในกาน้ำขั้นต่อไป".หล่อนจะยกหยิบจับก็ดูชดช้อยงดงาม.ดวงตากลมโตที่มองผิดกับชาวจีนที่ตาตี่เล็ก..". ขั้นตอนวิธีการชง ชากังฟู รวมถึงเทคนิคสำคัญต่างๆ ในการชงชา คือ..ชงสูง รินต่ำ กวาดฟอง ลวกกา ลวกถ้วย และกรองน้ำชา ชุดอุปกรณ์ ตัก คีบ แทงเขี่ยนิยมใช้ขนาดเล็กเนื่องจากเป็นการชงชาปราณีตไม่ได้ต้องการปริมาณเน้นการเค้นรสและกลิ่นจากใบชา.จอกชาควรใช้จอกไม่เล็กไม่ใหญ่พอดีสำหรับการดื่ม.. เนื่องจากไม่นิยมดื่มเหลือในจอก ให้เลือกจอกที่ด้านในเป็นสีขาวเพื่อจะได้เห็นสีของชาอย่างชัดเจน.."พันมองตามมือขาวผ่องของนอมิ..ใช้มือจับที่กาน้ำร้อนเทลวกป้านน้ำชาและถ้วยน้ำชา..พร้อมใช้ไม้ที่สำหรับใช้คีบ..คีบใบชาลงป้านน้ำชา.พันกล่าวขึ้นอย่างสงสัย..."ขอโทษครับ..ผมขอถามได้ไหมครับ.."นอมิหันมายิ้มกล่าว.."ได้เจ้า..พี่พันจะถามหยังเจ้า.."พันยิ้มกล่าว.."เอ่อ..ใบชานี่เราจะใส่แค่ไหนถึงจะเหมาะ.."..นอมิชายตาชะม้ายมองยิ้มอย่างอ่อนหวาน..ฟันของหล่อนขาวเรียงสวยงาม..กล่าว.."ตามแต่ใบชาที่ท่านจะเลือกชงแก้วหรือเหยือก.. การชงชาไม่นิยมแช่ใบชาทิ้งไว้ ดังนั้นจึงต้องมีเหยือกหรือแก้วพักชาไว้ใส่น้ำชาในกรณีที่ยังไม่รินดื่มทันที หรือดื่มไม่ทัน..ที่กรองชามี ไว้ใช้กรองเศษชาที่ออกมาจากการชงชาอย่างไรก็ตามเศษใบชาไม่เป็นอันตรายใดๆ สามารถทานได้.."หล่อนตอบอย่างนุ่มนวลพร้อมหันมาชงชาแล้วยกเสริฟ...กลิ่นน้ำชาที่นอมิชง..หอมโชยตามลมมา..ถาดใส่ถ้วยน้ำชาก็ถูกยกมา..มือที่ประดับด้วยนิ้วเรียวงามผิวขาวเหลืองของนอมิถูกชุดประจำเผ่าขับเน้นเพิ่มความเนียนสวย..กลิ่นของนางหอมโชยกระทบจมูก..หนุ่มหลับตา..ทำท่าทางสูดกลิ่น..จนพันต้องมองมันแล้วอดขำท่าทางกรุ้มกริ่มทะลึงตึงตังของมันไม่ได้.."ห๊อมมมมหอม..ชื่นใจจริงๆ..นอมิ..เอ้ยชาของนอมิ.."หนุ่มพูดพร้อมทำท่าทางหลับตาสูดดมกลิ่นที่ลอยตามลมมา..."คริๆ..อ้ายหนุ่ม.."นอมิท่าทางเอียงอายจนแก้มแดง..พันและไกรได้แต่ส่ายหน้า..."นี่น้ำผึ้งป่าเจ้า..หากแม้นอยากดื่มชาที่หอมหวานก็เพิ่มน้ำผึ้งได้กะเจ้า.."น้ำผึ้งป่าอยู่ในถ้วยเคลือบพร้อมช้อนไม้.."คงไม่หรอกจ้า...ชานี้คงหวานอยู่แล้ว..พี่ว่า.."หนุ่มหยอดคำหวาน...นอมิเอียงอายแก้มแดง..เอามือปิดปากหัวเราะ.."อ้ายหนุ่มนี่อารมณ์ดีจริงๆกะเจ้า..อู้ม่วนแต้..ปากหวาน..คนลุ่มนี่ปากหวานจะอี้ทุกคนกะเจ้า..."..หนุ่มหัวเราะยิ้มกล่าว.."พี่พูดเรื่องจริงครับนอมิ..ใช่ไหมพี่พัน..พี่ไกร.."
นอมิทั้งสวยน่ารัก..แถมกลิ่นกายยังหอมกรุ่น..ด้วยวัยดั่งกุหลาบแรกแย้ม..หนุ่มรับถ้วยชาจากนอมิ..มันยกขึ้นหลับตา..สูดดมความหอม..แล้วหันมากระซิบกระซาบทางพันเบาๆ.."พี่พัน..ไหนใครบอกคนดอยไม่อาบน้ำ..เหม็นว่ะพี่..ทำไมนอมิห๊อมหอม..พี่ว่าไหม.."พันใช้เท้าเตะที่ขาหนุ่ม..ใต้โต๊ะ..ถลึงตา..กล่าว.."ปากหัดมีหูรูดบ้าง.."..หนุ่มหันมามองพัน..ย่นจมูกกล่าว.."อะไรของพี่ว่ะนี่..หรือพี่ไม่ได้กลิ่น..แม่งจมูกคนแก่.."หนุ่มกล่าวว่าพันพร้อมยักไหล่เบ้ปาก.."เดี๋ยวกูก็ถีบเข้าให้หรอก..มีมารยาทบ้าง..มึงเคยเรียนไหมตอนเด็กๆ..เคยอ่านเปล่า..สมบัติผู้ดี..หากไม่เคยกูไปจตุจักรคราวหน้า..จะซื้อมาให้ต้มแดก..."พันกล่าวแดกดันหนุ่ม..ก่อนนอมิจะนวยนาดยกป้านน้ำชามารินเพิ่มเติมให้กล่าว..."ศิลปะชงชาของจีนมีมากมายหลากหลายชนิดกะเจ้า..แต่วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง..ตี้น้องยกเทครั้งแรกหื้อสูงเพื่อให้น้ำฮ้อนมันกระแทกใบชา..หื้อช่วยเพิ่มกลิ่นชา..."ทั้งสามพยักหน้า..เล่าซากล่าวต่อ.."วันนี้เอาแค่วิธีนี้ก่อนมิเช่นนั้นจะไม่ต้องทำอะไร..555..นอมิเก่ง..ฉลาด..สอนไม่นานก็ชงชาได้เกือบสามสิบวิธีแล้วละ.."ทั้งห้าคนคุยกันอย่างออกรส..พันมิสังเกตุ..นอมิหล่อนมักมองมาทมันอย่างสนอกสนใจ..แต่มันสนใจเล่าซามากกว่า...เล่าซาเล่าประวัติของตนเองเมื่อครั้งเข้าสังกัดกองพล93 จนมาถึงเข้าร่วมขบวนการกู้ชายไทยใหญ่ในรัฐฉาน..ตลอดจนคุ้มกันคาราวานขนยาให้ขุนส่า..จนได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของปปส.ไทย..ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับบ้านเมือง..หลายต่อหลายครั้งที่มีการจับยาเสพติดลอตใหญ่ก็มาจากฝีมือของเล่าซา..แต่ทุกครั้งมันเหมือนกับเกาไม่ถูกที่คัน..แก้ไม่ตรงจุด..ดักจับกองคาราวานยา..แต่แหล่งผลิตยังคงอยู่มันก็มิมีประโยชน์อันใด..เพราะต้นตอมันยังอยู่..คงต้องขุดรากถอนโคนให้สิ้น...ฝิ่น..ทองคำดำ...มันมีคุณอนันต์...โทษมหันต์..ทุกอย่างในโลกล้วนมีสองด้านเสมอ..ทั้งด้านมืด...ด้านสว่าง..การที่เรารู้จักเลือกนำสิ่งที่ดีมาใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสม..ย่อมเกิดประโยชน์มากกว่าโทษ...มอร์ฟีน..ที่สะกัดได้จากฝิ่นมีคุณทางการแพทย์อย่างมากมาย..เป็นยาระงับอาการปวดได้ดีที่สุดในโลกก็ว่าได้..."นอมิ..บ้านนอมิอยู่แถวนี้รึครับ.."หนุ่มเอ่ยถามขึ้นมา...นอมิยิ้มส่ายหน้ากล่าว..."บ่าใจ้เจ้า..นอมิอยู่อำเภอเมือง..แต่อยู่บนดอยนะเจ้า.." หล่อนตอบพร้อมหันมาส่งยิ้มให้พัน..พันยิ้มตอบ.หนุ่มรุกต่อ...."ใกล้ที่พักพี่ไหม...พี่ก็พักในเมือง.."..นอมิยิ้มกล่าว.."ห่างกันบ่ากี่กิโลหรอกเจ้า.."หนุ่มยิ้มอย่างมีหวัง.."งั้นพวกพี่ไปเที่ยวได้ไหม..?.."หนุ่มรุกต่อ...นอมิยิ้ม..กล่าว.."เป็นหยังจะบ่าได้ละเจ้า..พอดีเลย..วันพรุ่งจะเป๋นงานปี๋ใหม่ลาหู่ขอเชิญทุกคนนะเจ้า..."นอมิกล่าวพร้อมหันมายิ้มให้พัน..กล่าว.."เชิญนะเจ้า...ไปแอ่วดอยปู่ไข่..แอ่วงานปี๋ใหม่ลาหู่.."พันพยักหน้า..."ไปสิ..พวกคุณ..ไปดูว่างานปีใหม่ลาหู่เป็นอย่างไร..สนุกไม่แพ้ปีใหม่ม้ง..หรือปีใหม่ของไทยใหญ่เหมือนกันนะคุณ.."เล่าซากล่าวสำทับอีกคน..ไกรยิ้ม..กล่าว.."น่าสนใจนะครับ.."พันพยักหน้ากล่าวสนับสนุน.."ใช่ครับ..ผมเคยไปแต่งานปีใหม่ม้ง.."นอมิรินน้ำชาอีกรอบ..แล้วกล่าว.."วันพูกกะขอเชิญไปแอ่วนะเจ้า...น้องจะรอ..มีเหล้า..มีหมู..มีสาวๆงามๆทั้งนั้น.."นอมิกล่าว...หนุ่มรีบรับคำ.."ไปๆๆๆพรุ่งนี้พี่จะให้หนานคำพาไป.."หนุ่มกล่าวพร้อมยิ้มกริ่ม...
ไม่นานทั้งสามก็ลาเล่าซาและนอมิกลับ...เล่าซาก็ฝากให้นอมิอาศัยรถไปด้วย..เพราะต้องผ่านทางเข้าหมู่บ้านนอมิ..ตอนขากลับ...ชาวลาหู่..เป็นชาวเขาเผ่าเดียวที่มีอยู่ในบ้านดู่ โดยขึ้นดอยไปประมาณ 2 กิโลเมตรรถแล่นตามทางเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน..นอมิยิ้มแย้มแจ่มใส..กล่าวเล่าให้ฟัง.."ก่อนนั้นเราไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก..ผู้เฒ่าผู้แก่กล่าวว่าพวกเรา ได้อพยพมาจากเทือกเขาจากประเทศพม่าเข้ามาตั้งรกรากที่ดอยบ่อและชื่อหมู่บ้านนี้ตั้งตามชื่อผู้นำหมู่บ้านที่ชื่อนายไข่คือนายม่อนปูไข่และใกล้ๆจะเป็นหมู่บ้านของนายแสง ซึ่งเรียกว่าม่อนปู่แสง และต่อมาในสมัยปี พ.ศ. 2525
ได้รวมหมู่บ้านทั้งสองเข้าด้วยกัน และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า มูเซอดอยปูไข่ ปัจจุบันได้มีการส่งเสริมให้หมู่บ้านนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีการพักแบบ โฮมสะเตย์ แรกเริ่มเป็นนักท่องเที่ยวที่ขอเข้าไปพักแรมเองและผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือชาวหมู่บ้านนี้และมีการพาเพื่อนฝูงเข้ามาพักแรมวิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านนี้ยังคงความเป็นชาวเขาเผ่ามูเซออย่างแท้เดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเท่าที่ควรหากเปลี่ยนแปลงในเรื่องของความเป็นอยู่ในบางเรื่องเช่นมีการนำไฟฟ้าเข้าไปยังหมู่บ้าน มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารที่อยู่อาศัยบางอย่างแต่ไม่ทั้งหมด และมีการของบประมาณจาก อบจ. เพื่อทำถนนเข้าสู่ดอยปู่ไข่ เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้น ถนนทางเข้าหมู่บ้านปู่ไข่ ม.13 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ระยะทาง 700 เมตร โดยมีทางหลวงชนบทสร้าง.."เสียงแจ้วๆของนอมิกล่าวพร้อมชี้มือให้ดู..ชาวบ้านทั้งหลายเริ่มเตรียมงานปีใหม่ลาหู่..ช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือนถนนหนทาง..หมู่บ้านแห่งนี้ส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาคริสต์.."นี่โบสถ์..นอมิจะมาโบสถ์ทุกวันอาทิตย์..ส่วนวันธรรมดานอมิจะเข้าไร่..ปลูกสัปรด..ชาวบ้านแถบนี้ปลูกสัปรดไม่ได้ปลูกชา..แต่เล่าซาสอนนอมิให้ชงชา.."หล่อนกล่าวอธิบายเรื่องราวภายในหมู่บ้านของหล่อนให้ฟัง...."พี่พัน..อย่าลืมนะค่ะ..พรุ่งนี้..เชิญที่บ้านปู่ไข่..เที่ยวงานปีใหม่ลาหู่..ขอบคุณมากนะนะที่มาส่ง.."เมื่อรถจอดเสร็จ..เธอก็ลงจากรถยกมือไหว้กล่าวขอบคุณ..ก่อนจะโบกไม้โบกมือให้รถที่มาส่ง..แล้วเดินไปช่วยชาวบ้านที่กวาดใบไม้เก็บขยะ."พี่พัน..นอมิ..น่ารักนะพี่..หืมมมม..ตัวเล็กๆสเปคผมเลย.."หนุ่มกล่าว...พันยิ้ม..พยักหน้ากล่าว.."ก็น่ารักดี.."ส่วนไกรได้แต่อมยิ้ม..หนุ่มหันมามอง..พร้อมบ่นพึมพำ.."ขำไรพี่ไกร.."ไกรมองมาแล้วกล่าว"สงสารมึง"หนุ่มมองค้อนกล่าว."อิจฉาเปล่า."ไกรยิ้มแบบเยาะกล่าว.."เออ..อิจฉามึงมั้งแหม่"เข้าวันนี้.อากาศสดชื่น..ทั้งสามมาถึงดอยปู่ไข่..โดยมีนอมิรออยู่..วันนี้นอมิสวยน่ารักเป็นพิเศษ..หล่อนอยู่ในชุดประจำเผ่า..พาทั้งหมดเดินดูการละเล่นของชนเผ่าลาหู่"การละเล่นของลาหู่แบ่งเป็น2ประเภทคือการละเล่นในพิธีกรรมเป็นการละเล่นเฉพาะในช่วงที่มีพิธีกรรมหรือประเพณีเท่านั้นซึ่งชาวลาหู่ทั้งหญิงและชายจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่าเต็มยศแล้วจะมาเล่นกัน"ทุกคนตื่นตากับการแต่งกายของลาหู่.." นอมิ..นั้นเขาเรียกอะไร.".การเต้นคะ..เราจะเรียกมันว่า จะคึและประกอบด้วยการเล่น หมะยี้สื่อต่อดะเว."ทุกคนงง"สะบ้าคะ.นั่นเล่น ข่อสือบ่าดะเวหรือลูกข่างส่วนโยนผ้าเรียกว่า แข่ปุกสื่อเหล่ดะเว ซึ่งหนุ่มสาวจะนิยมเล่นกันมากที่สุด ในช่วงที่กินวอ.." กินวอ.."หนุ่มทวนคำ นอมิพยักหน้ากล่าว."คืองานพิธีอะไรทำนองนี้ เป็นเวลาว่างที่มีค่ามากสำหรับหนุ่มสาวการเต้นจะคึ ปอย เต เว เป็นการบ่งบอกถึงความหลากหลายของการทำมาหากินจะเต้นในช่วงที่มีงานกินวอเต้นเพื่อเฉลิมฉลองในงานประเพณีและเป็นการกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมในงานพิธีกรรม อาจมาจากต่างหมู่บ้าน หรือต่างท้องถิ่น การเต้นจะคึ จะเป็นการเต้นเป็นจังหวะ ตามเสียงกลอง เจะโจ่ ฉิ่งฉาบ แซ และฆ้อง โบโลโก่"...นอมิอธิบายได้อย่างละเอียด.."พวกพี่จะลองจะคึไหม..เราจะเต้นท่าทางต่างๆเช่นเกี่ยวข้าว..ตำข้าว ทำสวน อะไรทำนองนี้อะ.."หนุ่มดูท่าทางสนใจ..พยักหน้า.."ว้าวน่าลองดูนะ..ปะพี่พัน..พี่ไกร...."พันและไกรส่ายหน้า.."มึงไปเหอะ.."นอมิยิ้มกล่าว.."จะคึเป็นกานเต้นเพื่อขอบคุณแขกเหรื่อที่มา..จะเต้นเพื่อให้เกียรติแขก..ซึ่งแขกก็สามารถร่วมจะคึได้..ดูนอมินะคะ..จะทำให้ดู.."เสียงปี่กลองฉิ่งฉาบดังเป็นจังหวะ..นอมิยกขาเต้นตามจังหว่ะ..ส่วนมือหล่อนก็ยกแสดงท่าทางได้อย่างอ่อนช้อยงดงาม..เธอยิ้มแย้ม..เข้าไปร่วมวง..เต้น..เธอเอียงคอไปมา..รอยยิ้มที่หล่อนโปรยมามันบ่งบอกถึงความสนุกสนานร่าเริง..สาวน้อยแห่งลาหู..เธอน่ารักเสียจริงๆ.ในกลุ่มของนอมิ..มีอยู่สามสี่คน..นอมิยิ้ม..คุยกับเพื่อนเป็นภาษาลาหู่พร้อมเอามือปิดปาก..หัวร่อ..ก่อนที่เพื่อนของหล่อนจะยิ้มและหัวเราะ...ไม่นานก็มีสาวๆลาหู่มาดึงแขนหนุ่มเชื้อเชิญให้ร่วมวง..มันก็ออกไปเก้ๆกังๆทำเลียนท่าเต้นของลาหู่..ไม่นานมันก็เต้นได้..แต่ยังเป็นที่น่าขบขันเพราะท่าทางที่เก้งก้าง..ของมัน..สักพักนอมิก็เลี่ยงตัวออกมา..พาไกรกับพันเดินเลี่ยงไปอีกทางของงาน..ก่อนที่จะกล่าว.."หื้อปี้หนุ่มเปิ้นจะคึกับสาวๆไปก่อน..บ่าต้องห่วงหรอก..เปิ้นนะกำลังม่วน.."ว่าจบก็เอามือปิดปากที่จิ้มลิ้ม..ขำ..พันและไกรก็อดขำด้วยไม่ได้..พยักหน้า..เดินตามนอมิออกมา..ประเพณีปีใหม่อาข่าก็สนุกไม่แพ้ชาวเขาเผ่าอื่นๆ.."เขาถือเอาวันนี้เป็นปีใหม่รึครับ..นอมิ.."ไกรสอบถาม..นอมิส่ายหน้ากล่าว.."บ่าใจ้หรอกเจ้า..พวกเราจะเอาวันที่ปี้น้องสะดวก..และว่างกันจัดงาน..บางทีสองสามหมู่บ้านก็จัดงานปีใหม่ไม่ตรงกันหรอก...ไม่เหมือปีใหม่ไทย..ปีใหม่จีน.."หล่อนกล่าวยิ้มๆโชว์ฟันขาวเรียบ..หากแม้ใครเห็นจะต้องหลงไหลในความน่ารักของหล่อน..สาวน้อนอมิ..สาวลาหู่แห่งดอยปู่ไข่....

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น