ภารกิจลับ ทลายยานรก ตอนที่ 2 นอมิ..สาวน้อยลาหู่ แห่งดอยปู่ไข่, 2/1




ช่วงปีใหม่ หรือกินวอ จะมีแขกจากบ้านอื่นมาเที่ยว และชาวลาหู่จะมีการเต้นจะคึ เพื่อเป็นการต้อนรับแขกที่มาร่วมในงานการละเล่นลูกข่าง หรือค่อซือ .."นอมิกล่าวพร้อมชี้มือไปทางกลุ่มหนุ่มสาวที่กำลังสนุกสนาน.."พี่ดูสิ..สนุกนะ..การเล่นลูกข่าง.. ลูกข่างนั้นทำจากไม้เนื้อแข็ง วิธีการเล่น มีดังนี้ อย่างแรก ทำเชือกสำหรับเหวี่ยงลูกข่าง แล้วมัดกับด้ามไม้ พอเสร็จก็พันลูกข่างแล้วโยนไปยังเป้าหมาย แล้วดึงเชือกคืนไวๆ ก็จะทำให้ลูกข่างหมุน และถ้าลูกข่างของเราไปโดนของคู่ต่อสู้ ถือว่าเราเป็นฝ่ายชนะ..นั่นไง.ทีมสาวๆชนะแล้ว...."หล่อนยิ้ม.แล้วพาเดินชมลานกว้างที่มีการละเล่นด้านทางขวามืออีก.."โน่น.ตรงนั้นมีการโยนผ้า หรือแข่ปุกสื่อบ่าดะเว เป็นชนิดหนึ่งที่หนุ่ม สาว จะเล่นนิยมเล่นกันมาก ของหนุ่ม สาววิธีการเล่นก็จะมีการแบ่งฝ่ายเป็น 2 ฝ่ายหนุ่มๆ ก็จะอยู่ฝ่ายหนึ่ง และสาวๆ ก็จะอยู่อีกฝ่ายหนึ่ง แล้วมีกติกาว่าถ้าหนุ่มๆ โยนผ้าให้ฝ่ายสาวๆ แล้วสาวๆ รับไม่ได้และรับไม่ทันทำให้ตกสู่พื้น 3ครั้งหรือ 3ทีแล้วแต่จะตั้งกติกากี่ที หรือกี่ครั้งก็แล้วแต่ที่จะตั้งกันเองในกลุ่ม จะมีการยึดสิ่งของต่างๆ เช่น สร้อย แหวน..จากฝ่ายที่แพ้มา แต่ก็จะคืนให้กันหลังจากเสร็จการกินวอกันการละเล่นเพื่อความสนุกสนาน เรียกว่า ก่า เคอะ เว โดยมีอุปกรณ์ที่ใช้ คือ น่อ หรือ แคนโดยผู้ที่มีความชำนาญในเรื่องของแคนจะเป็นคนเป่าแล้วเต้น เพื่อเฉลิมฉลองในงานประเพณีให้เทวราช หรือ หงื่อซา รับทราบว่า ถึงเวลาแล้วที่ชาวลาหู่จะเฉลิมฉลองให้กับพวกท่านและขอให้ท่านเทพเจ้าลงมาอวยพรให้กับคนในชุมชนด้วย"นอมิกล่าวพันนั้นสังเกตุลักษณะบ้านเรือนมูเซอจะปลูกบ้านอยู่บนดอยสูงจึงหันมาถาม"นอมิ.พื้นที่ราบมากมายทำไมจึงต้องมาอยู่บนดอย.."นอมิยิ้มกล่าว..".เพราะถือว่าผู้ที่อยู่สูง.ย่อมอยู่เหนือผู้ต่ำกว่า.."นอมิกล่าวอธิบาย..บ้านเรือนของลาหู่จะทำด้ว้ยไม้ไผ่..หลังคามุงด้วยหญ้าคา.."เอ๊ะนั่นเขาทำอะไรกัน.."ไกรถามด้วยความสงสัย.."อ้อพี่ไกรสนใจไหมเป็นการหาคู่นะ. การจีบสาวชาวลาหู่จะเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่เพราะหนุ่มโสดจะว่างแล้วจะจับเป็นกลุ่มตระเวณหาสาวหมู่บ้านอื่นๆ วิธีการติดต่อก็คือ ใช้เด็กเป็นสื่อกลางพอไปถึงหมู่บ้านจะเรียกเด็กๆมาคุยแล้วบอกให้เด็กว่าไปบอกให้สาวๆว่าหนุ่มมาเที่ยวเด็กๆ ก็ดีใจรีบไปส่งข่าวให้กับสาวๆ ส่วนสาวๆก็เตรียมอาหารแล้วจะต้อนรับ หนุ่มรับประทานอิ่มแล้ว ดูว่าใครชอบคนไหนจะจับไปคุยกัน แล้วสาวๆก็ถามว่าพี่มีเมียแล้วหรือยังหนุ่มๆก็จะตอบว่าถ้าพี่มีเมียแล้วจะมาหาน้องทำไมไกลแสนไกลนี่เสียเวลา.."นอมิอธิบายไกรมองด้วยความสงสัยและอยากรู้.."สนใจก็ไปร่วมได้นะพี่ไกร.. การจีบสาวของลาหู่ง่ายจะตาย..การเริ่มพิธีการแต่งงานทางฝ่ายชายเป็นฝ่ายไปสู่ขอก่อน แล้วฝ่ายหญิงยินยอม หรือ ยอมรับ เป็นการเสร็จพิธีสู่ขอ ทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็นัด วัน คืนที่มาทำพิธีแต่งอีกที แล้วฝ่ายเจ้าบ่าวกลับไป หาสิ่งของที่จะไปตามที่นัดการไว้ ทางฝ่ายเจ้าบ่าวต้องเตรียมข้าว เตรียมของ เช่น ทางเจ้าบ่าวก่อนอื่นหา ไก่ 2 ตัว และค่าหมั้นอีก 30 บาท และต้องมีพ่อสื่อฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นตัวแทน พ่อ แม่ ทางฝ่ายเจ้าบ่าว ต้องรับคำสั่งจากพ่อ แม่ ไปพูดคุย ให้กับฝ่ายเจ้าสาว และฝ่ายเจ้าสาวก็มีพ่อสื่อแม่สื่อเช่นเดียวกัน ที่จะพูดคุยต่อลองกัน ในคืนที่เข้าทำพิธีแต่งงาน จะมีแก้วน้ำที่จะใส่น้ำ 1 ใบ และมีเชือกที่จะพุข้อมืออีก 2 เส้น มีสิ่งนี้แล้วพ่อหมอก็จะกล่าวคำอวยพรให้ทั้งสองเสร็จพ่อหมอก็เอาน้ำให้ทั้งเจ้าบ่าว เจ้าสาวดื่มน้ำในแก้ว แต่ต้องดื่มไม่ให้ย้อยออกจากปากถ้าดื่มน้ำย้อยออกจากปากนั้นหมายถึงหนึ่งหยดน้ำจะเชื่อว่าแต่งอยู่ด้วยกันและจะมีลูกด้วย .." พันและไกรชื่นชมกับวัฒนธรรมของชาวลาหู่ มันรู้สึกตื่นตาตื่นใจที่ได้มาพบมาเห็นและมาร่วมเฉลิมฉลองงานปีใหม่ของชาวลาหู่..บางคนที่ไปทำงานในเมือง ก็ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน. มาพบหน้าครอบครัว เสียงเพลงลาหู่ฟังดูแล้วไพเราะ แม้พันมันจะแปลไม่ออกมันก็รับรู้ได้ถึงความสนุกสนาน “นอมิ..ไม่ต้องห่วงพี่นะ..ไปสนุกกับเพื่อนๆเถอะจ้า..”พันหันมายิ้มให้กับสาวน้อยที่ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ที่ดี..คอยแนะนำอธิบายโน่นนั่นนี่ไม่ห่างจนพันรู้สึกเกรงใจ “ไม่เป็นไรหรอกคะพี่พัน..ไม่ต้องเกรงใจนอมิ..พี่พันและพี่ไกรเป็นแขก นอมิต้องดูแล..ด้านโน้นเป็นน้ำตกสวยงามมาก..”นอมิกล่าวชี้มือไปทางดอยดูดำทะมึน..”ที่นี่มีอะไรแยะ ในเรามีสินค้าโอทอปทำจากฝีมือชาวไทยภูเขาเช่น สร้อยคอ,สร้อยแขนและผ้าทอ ที่นี่มีการอบรมอาชีพ ทางการได้มาฝึกอาชีพให้พวกเรา..อีกทั้งมีการป้องกันยาเสพติด ในหมู่บ้านเรามีอาษาสมัคร ในแต่ละปี..นักท่องเที่ยวจะขึ้นมาดอยปูไข่มากเชียวละ มากางเต็นท์บ้าง มาโฮมสเตย์บ้าง..ก็ทำให้ชาวบ้านเรามีรายได้จากพวกนี้เป็นรายได้เสริม..จากการทำไร่..พวกเราก็ช่วยกันรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวด้วย “เสียงแจ้วๆของนอมิฟังแล้วรู้สึกประทับใจหล่อน...หล่อนยิ้มทุกๆครั้งที่พูด..ฟันที่ขาวเรียงกันสวย..รอยยิ้มที่หวานหยดย้อย..หล่อนท่าทางร่าเริงมีความสุข กับการที่ได้กล่าวชื่นชมหมู่บ้านของตนเอง...”นี่นะ..หากว่ามาตอนกลางวัน..พี่พันจะเห็นว่ามีน้ำตกฟากโน้น..เขาเรียกน้ำตกโป่งพระบาท..มันสวยงามมาก..ว่ากันว่ามีการค้นพบร่องรอยบนก้อนหินกว่า 10 รอยคาดว่าอาจเป็นรอยเท้าของสัตว์ดึกดำบรรพ์ เช่น ไดโนเสาร์ อไรทำนองนี้แหละ..มันย่ำลงบนดินหรือบนหินร้อน จนแข็งตัวกลายเป็นหินอายุนับล้านปี เป็นรอยเท้าหินบางรอยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 70 ซ.ม.อยู่บนสันเขาน้ำตกโป่งพระบาท ห่างหมู่บ้านไปแค่สามกิโลกว่าๆเอง..”นอมิเล่าพร้อมวาดมือไม้..แขนกลมกลึงของนางมันช่างสมส่วนจริงๆ..พันและไกรเที่ยวชมงานประเพณีปีใหม่ของลาหู่จนดึก พันมองหล่อนที่เดินนำหน้ามันกล่าวถาม.. “นอมิ..เอ๊ะพี่ยังไม่รู้เลย..ชื่อนอมิแปลเป็นไทยว่าอะไร..”หล่อนหันมายิ้ม..กล่าว.. “ ผึ้งจ้า..นอมิ แปลเป็นภาษาไทยก็คือ ผึ้งนี่แหละจ้า..”หล่อนเอียงคอตอบ..ยิ้มหวาน.. “ผึ้งรึ..น้ำผึ้ง..”นอมิยิ้มกล่าว.. “ ผึ้ง..คะ..ผึ้ง..ไม่ใช่น้ำผึ้ง..” ภาษาไทยของหล่อนชัดเจน..ไม่เหมือนชาวเขาบางคนที่พูดไม่ชัดจนตลกนำมาล้อเลียนบ่อยๆเป็นที่ขบขัน.. “ทำไมคิดว่าเป็นน้ำผึ้งละค่ะ..ทั้งๆที่นอมิ บอกชัดๆ..หรือนอมิพูดไม่ชัดรึเปล่า..” พันยิ้มรีบตอบ.. “ปะๆๆเปล่าจ้า..ก็เห็นนอมิอ่อนหวาน..นึกว่าเรียกน้ำผึ้ง...”หล่อนยิ้มกล่าว..ใครบอกนอมิหวาน..แก่นกะโหลกไม่ว่า..ผู้ชายแถวนี้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับนอมิหรอก..เขากลัวนอมิทั้งนั้น..” พันยิ้ม...มันพยายามมอง..หล่อนมองดูปราดปรียวคล่องแคล่ว..คงแสบสันอย่างที่หล่อนว่า..แต่หล่อนเป็นคนมีน้ำใจ..ดูจากการหล่อนเป็น อสม.ที่ออกช่วยเหลือคนแก่..เด็กๆในหมู่บ้าน..และหมู่บ้านใกล้เคียง..ก็พอจะเดาได้ว่าหล่อนเป็นคนมีน้ำใจงาม..”นอมิ..นี่ก็ดึกแล้ว..พี่ว่าจะขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อน..นอมิก็จะได้พักผ่อน..หรือไปเล่นกับเพื่อนๆ..”พันเอ่ยขึ้น..หลังจากพยาย่ามมองหาหนุ่ม..นอมิพยักหน้า..กล่าว..“งั้นก็ได้คะ..พี่จะได้พักผ่อน นอมิเข้าใจ..พวกพี่มีงานรออยู่..”หล่อนกล่าวพร้อมเรียกเพื่อนของหล่อนที่อยู่ใกล้ๆให้ไปตามหนุ่มเพื่อกลับ...รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อพาทั้งสามกลับที่พัก.. “อะไรว่ะพี่พัน..มาไม่ทันไรร้องกลับเป็นเด็ก..ผมกำลังสนุกเลย..” .หนุ่มบ่นกระปอดกระแปด..พันรำคาญจึงกล่าว....”เออ..งั้นมึงลงตรงนี้แหละ..เดินกลับไปงานไป..กูจะไปพักผ่อน....” หนุ่มรีบนั่งนิ่งกล่าว.. “จะบ้ารึพี่พัน..ให้ผมเดินไป..ไม่เอาละ..” “เออ..ไม่ไปก็นิ่งๆ..แม่งเห็นสาวไม่ได้เลยนะมึง..

เช้าวันใหม่..อากาศสดใส...หนานหล้ามาเรียกทั้งสามแต่เช้า...เพราะเล่าซาให้มาตาม..รถยนต์พาทั้งหมดมาสู่ไร่ชาของเล่าซา..ภายในห้องรับรอง..เล่าซาวันนี้ในชุดผ้าต่วนสีแดงสด..หน้าตาดูผ่องใส..แม้อายุจะมากโข..เล่าซายืนตรงระเบียงถือก้องยา..ปล่อยควันให้ล่องลอย...”..เชิญครับ เชิญๆๆๆ..พอดีเบื้องบนสั่งการณ์มาว่า..ในวันพรุ่งนี้พวกคุณต้องเดินทางกันแล้วละ..เพราะตอนนี้..ได้ข่าวว่า..มันกำลังเร่งผลิตสินค้าเตรียมส่งออกลอตใหญ่..หากแม้นยาลอตนี้หลุดออกมา..บรรลัยแน่..”เล่าซากล่าวขึ้นด้วยสีหน้ากังวล..ทั้งสามนั่งลงตรงเก้าอี้รอฟังเล่าซา..นัดแนะขั้นตอนการปฏิบัติ.."..พวกคุณจะต้องรีบขัดขวางการผลิต..ทำลายโรงงานยานรกนั่น.."เลาซากล่าวพลาง..เปิดเครื่องฉายชี้ลงบนแผนที่บนจอภาพฉาย..ภาพโรงงานขนาดใหญ่ภายในหุบเขาลึกลับ..บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยทุ่นระเบิดและกับระเบิดมากมาย..มีช่องทางเข้าออกที่สำคัญทางเดียวแต่มีการป้องกันแน่นหนา..ยากแก่การบุกเข้าจู่โจม..."หนุ่มส่ายหน้าไปมากล่าว.."นรกชัดๆ..ถึงว่า..ไม่มีใครมา...แล้วเสือกส่งพวกเรามา.แย่วุ้ย....."เล่าซาถอนหายใจกล่าว.."พวกคุณจะยกเลิกภารกิจนี้ก็ได้นะ..หากพวกคุณ..คิดว่าการทำงานครั้งนี้เสี่ยงเกินกว่าที่ฝีุมือของพวกคุณจะทำได้..ผมเข้าใจพวกคุณ..."..หนุ่มลุกขึ้นยืนกล่าว..ใครบอกว่าผมจะล้มเลิกภารกิจนี้...ผมอยากจะทำจนตัวสั่น...เอาละ..เล่าซา..ว่าต่อไปเลย..ผมพร้อม..."เล่าซาฉลาดเกินกว่าที่พันคิดเอาไว้..เขามองออกว่าจะยั่วยุเอาชนะหนุ่มได้อย่างไร..เล่าซายิ้ม..กล่าวต่อ..."ผมก็คิดเช่นนั้น..ผมว่าผมมองพวกคุณไม่ผิด...พวกคุณมีเวลาแค่20วันในการเดินทเพื่อทำลายโรงงานยานรก..หากคุณเริ่มปฏิบัติการในวันพรุ่งนี้...เราจะส่งพวกคุณเข้าชายแดนสามเหลี่ยมทองคำและหน้าที่ของพวกคุณคือ..เดินทางต่อวกย้อนเข้ามาทางเมืองยอน..ตามพิกัดนี้..คุณก็จะเข้าเขตของโรงงานนรกนี้.."..หนุ่มเอียงคอสงสัย.."ทำไมเราไม่เข้าทางเชียงใหม่มันจะไม่ใกล้กว่ารึ..เหตุใดจึงย้อนเข้ามาทางสามเหลี่ยมทองคำแล้วย้อนลงไป..ผมไม่เข้าใจ.."เล่าซาพยักหน้ากล่าว.."ใช่..หากไปทางแม่อายขึ้นดอยแหลม..ดอนสันขวาง..ก็ใกล้นิดเดียว..แต่..อย่าลืมว่า..เขตนั้นเป็นเขตอิทธิพลว้าแดง..หากแม้ใกล้..แต่หูตามันอย่างกับสัปรด..ไม่มีงานที่งานเราจะสำเร็จ...แม้สำเร็จก็ต้องสูญเสียอย่างมหาศาล..อย่างที่ผมบอก..เรื่องนี้มันละเอียดอ่อนยิ่งนัก..ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ..มิเช่นนั้นเราคงส่งเครื่องบินรบเข้าถล่มมันให้ราบเรียบ."จริงอย่างที่เล่าซากล่าว..เรื่องบางอย่างจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว..หลายต่อหลายครั้งที่พันออกทำงานแถบชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน..นโยบายเพื่อนบ้านใช้คนเป็นรั้ว..ขนคนขยายคนออกมา...แต่บ้านเราเอาคนออก..หลายต่อหลายกรณี..สุดท้ายเราก็เสียดินแดนแบบที่ไม่น่าจะเสีย...การอ้างถือแผนที่คนละฉบับ..ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราเสียเปรียบ..ผู้ใหญ่บางคน..ก็เห็นแกประโยชน์ส่วนตน..กลัวเสียผลประโยชน์..ยอม..ยอมจนเราต้องเสียดินแดน..แผ่นดินที่เคยเหยียบย่ำ..เป็นบ้านเรา..ไม่นานเป็นบ้านของคนอื่น..มันรู้สึกเจ็บปวด..ทรมานใจยิ่งนัก..กรณีเหตุการณ์สามหมู่บ้าน..ที่อ.บ้านโคก..อุตรดิตถ์..กรณีเนิน1428 บ้านร่มเกล้า..หรือเป็นกรณีพื้นที่ทับซ้อนดอยลาง...แม้แต่กรณีเขาพระวิหาร..ตลอดจนพื้นที่อ้างสิทธิ์อีกหลายๆที่..ปัญหาเหล่านี้ยังคงค้างคาอยู่..แต่เราทำอะไรไม่ได้..แต่เขาทำได้..มาทำไร่..ถางป่า..ลักลอบตัดไม้..ดูเราจะเสียเปรียบไปทุกๆด้าน..กรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ..กรมแผนที่ทหาร..กรมชายแดนทหาร..แม้แต่ศูนย์ประสานงานตามแนวชายแดน..อย่างมากก็แค่ทำหนังสือประท้วง

.แล้วเรื่องก็เงียบ..พันมักจะรู้สึกที่ไม่ดีกับการทำงานของประเทศเรา...ดินแดนที่บรรพบุรุษเอาเลือด..เอาเนื้อ..เอาชีวิต..แลกเข้ามา..เพื่อให้ลูกหลานมีที่ทรงกาย..แต่เราลูกหลาน..ก็ยังรักษาเอาไว้ไม่ได้...เขตNO MAN LAND เราเคร่งครัด..แต่เขาเคร่งครัดหรือไม่?...เขตแดนที่ยังไม่มีการปักปันที่แน่ชัด..เราเข้าไม่ได้...แต่เขาเข้ามาได้..เขาเข้ามาอยู่..สุดท้ายลงหลักปักฐาน..แล้วกลายเป็นของเขาโดยปริยาย...ป่าไม้..มีเจ้าหน้าที่ไม่ถึงสิบนาย..หนึ่งหน่วยมีข้าราชการคนหรือสองคน..นอกนั้นเป็นพนักงานราชการ..มีปืนลูกซองเก่าๆ..มีกระสุนไม่กี่นัด..จะยิงทีก็ต้องหาเงินซื้อกระสุนเอง..แบบนี้จะปกป้องป่าได้อย่างไร..เล่าซาหันมากล่าว...“อย่างที่ผมเคยบอก..ตามแนวตะเข็บชายแดน ไทย-พม่า โดยก่อสร้างกองบังคับการ (บก.) ควบคุมทางทหารและเขตชุมชน 5 แห่ง ประกอบด้วย 1.บก.รัฐว้าภาคใต้บริเวณพื้นที่ดอยแหลม 2.บก.กรมคร.894 บนดอยสามเส้า 3.บก.46 บ้านเมืองใหม่ 4.บก.พล.น.171 ที่บ้านโฮ้ง เมืองสาด และสุดท้ายคือ...เมืองยอน..ก่อนถึงเมืองยอน..บริเวณแถบนี้..ข่าวว่าเป็นโรงงานผลิตยานรก..ฉะนั้น..หากเราเข้าทางเชียงใหม่มันเป็นพื้นที่อิทธิพลของว้าแดงโดยเฉพาะ..พวกคุณต้องเข้าไปในนามของพรานสมัครเล่น..ทางรัฐฉานเรามีพรรคพวกอยู่ที่นั่นเขาจะคอยช่วยเหลือพวกคุณ แต่...เขาแค่พาคุณไปส่งแค่ช่องทางเท่านั้น..ที่เหลือเป็นหน้าที่พวกคุณ..อาวุธอย่างที่บอก..คุณเลือกเอาตามใจชอบ..ที่สำคัญ..อย่าปะทะโดยเด็ดขาด..เพราะคุณจะไม่มีทางหลบรอดออกมาได้..จำไว้..พวกคุณคือพรานสมัครเล่น..ทางเรามีโทรศัพท์สัญญาณดาวเทียวให้พวกคุณ..ไม่ต้องห่วงเรื่องการติดต่อ..เสบียงคุณต้องเอาจากนี้ไปเป็นบางส่วน..ที่เหลือทางเราจัดเตรียมไว้ให้ที่รัฐฉาน..ต้องระวังเรื่องกองกำลังติดอาวุธของชนกลุ่มน้อย..เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง..อย่าปะทะโดยเด็ดขาด..”เล่าซาสมกับเป็นหนึ่งในอดีตผู้นำของกองพล 93 แต่เล่าซาไม่เคยบอกว่า..ตนเองนั้นระดับผู้นำหน่วยขนาดใด..ทั้งสามพยักหน้ารับคำ..ก่อนที่เล่าซาจะกล่าวต่อ.... “คนของเราสามคนเป็นลูกหาบหนึ่ง..พรานนำทางหนึ่ง..และหมอหนึ่ง..”พันพอจะมองออกว่าสองในสามนั้นคือใคร..คนแรกคือลุงคำ..คนที่สองคือหนุ่มเชียงใหม่..หนานหล้า...คนเป็นหมอคือใคร.. “ลุงคำกับหนาหล้าใช่ไหมครับ..เอ่อ...แล้วหมอนี่ใครครับ..เป็นหมอทหารรึเปล่า...” พันเอ่ยถามถึงทีมที่จะร่วมงานกับตน..เล่าซาพยักหน้ากล่าว... “ใช่ครับ..คุณพัน..คำกับหนานหล้า..ส่วนหมอนี่เราให้นอมิทำหน้าที่..”เล่าซากล่าวยังไม่ทันจบพันโผลงขึ้นมา.. “นอมิ..ไม่ได้นะครับเล่าซา..มันอันตรายเกินไป..แล้วอีกอย่าง..ทีมเราไม่ต้องการผู้หญิง..พวกเราต้องการความคล่องตัว..”เล่าซายิ้ม..กล่าว.. “อย่างที่ผมเรียนให้คุณพันทราบแต่แรก..เราไม่ไว้ใจใคร..คนที่เราไว้ใจได้มีไม่กี่คน.. คุณเห็นนอมิเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ..แต่ผมเชื่อเลยว่า..ในบริเวณดอยปูไข่...ไม่มีใครชำนาญการเดินป่าเท่านอมิ..พ่อของเธอเป็นพราน..เธอก็เป็นพรานโดยสายเลือด..เรื่องอาวุธหรือการต่อสู้..นอมิไม่แพ้ชายอกสามศอก..ที่เราอนุมัติให้นอมิเข้าร่วมมีเหตุผลคือ..หนึ่ง..พวกคุณไม่ใช่ทหารคือพราน..สองนอมิเชี่ยวชาญภาษา..หล่อนพูดได้ทุกภาษาของชนกลุ่มน้อย..ไม่ว่าจะเป็นไทยใหญ่..ว้า กระเหรี่ยง..ม้ง..พม่า..เอาเถอะคุณพัน..ผมเชื่อว่า..นอมิไม่ใช่ตัวปัญหาแน่นอน..ที่สำคัญหล่อนไม่เช่นเพียงแค่ อสม.ธรรมดา..ทางเราส่งหล่อนไปเรียนกู้ชีพ.ของกระทรวงสาธารณสุข...หล่อนสามารถทำคะแนนได้ลำดับที่หนึ่งในการทดสอบ..ไว้ใจผม..”เล่าซายืนยันหนักแน่น..พันก็พูดค้านขึ้น..“แต่..”เล่าซายกมือโบกส่ายไปมา.. “ผมรับประกัน..คนของผม..หรือคุณพันจะทดสอบดูก็ได้..ผมพร้อม..”พันส่ายหน้าจนปัญญา..มันได้แต่ถอนหายใจ..มันเบื่อที่สุดกับการที่ต้องมีผู้หญิงร่วมงาน..ไหนจะจุกจิกเรื่องการกินอยู่หลับนอน..ไหนจะสภาพร่างกาย..จิตใจ..หลายๆอย่าง..แต่มันก็จนใจ..ต้องยอมรับโดยปริยาย..นอมินั่งอยู่ข้างๆเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่สองคนคุยกัน..หล่อนยังคงเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือของหล่อน..ไม่พูดไม่จา..พันแอบเหลือบมองหล่อน..มันถึงกับชื่นชมหล่อนในใจ..ที่หล่อนไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของพันและเล่าซาคุยกัน..หล่อนทำเหมือนไม่ได้ยิน..ไม่รู้ไม่เห็น..หากเป็นคนอื่นคงปี๊ดแตกไปแล้ว..หากมีคนไม่เชื่อมั่นในตัวของหล่อน.. “เอาล่ะ..เดี๋ยวพวกคุณไปเลือกอาวุธได้ตามใจชอบ..เรื่องวัตถุระเบิดที่จะใช้ในงานนี้..ทางพรรคพวกที่รัฐฉานได้ตระเตรียมเอาไว้หมดแล้ว..”เล่าซากล่าวย้ำ..ก่อนจะพาทั้งหมดลุกเข้าไปที่ห้องลับ..เพื่อเลือกอาวุธตามใจชอบ..ภายในห้องเก็บอาวุธ..ทุกคนเลือกเอาอาวุธที่ตนเองชอบใจ..พันหยิบไรเฟิล วินเชสเตอร์ .375 โมเดล 70 ซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธในนิยายเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ ที่ท่านอาจารย์พนมเทียน เขียนไว้ว่า..มันเป็นปืนไรเฟิลที่ ใช้สำหรับยิงสัตว์ขนาดใหญ่ในการเดินทางโดยเฉพาะ เช่นเสือ กระทิงและช้าง เนื่องจากเป็นปืนที่เกิดแรงปะทะจากวิถีกระสุนสูง รวมทั้งได้นำเอาความรู้ในการเลือกใช้อาวุธปืนสำหรับล่าสัตว์ขนาดใหญ่มาสอดแทรกไว้ โดยแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ปืนในการยิงสัตว์ใหญ่สำหรับปืนไรเฟิล วินเชสเตอร์ .375 โมเดล 70 ในเพชรพระอุมา มี รพินทร์ ไพรวัลย์ โดยใช้ยิง "ไอ้กุด" เสือโคร่งกินคนที่บริเวณเขาโล้น และใช้ช่วยชีวิตพันเอกลาร์รี่ คีธ จากการถูกช้างไล่กระทืบที่ซับบอน ต่อมาภายหลังรพินทร์ได้เปลี่ยนมาใช้ .458 วินเชสเตอร์ของเชษฐา แทนปืนกระบอกนี้จึงถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของพรานบุญคำแทน ซึ่งได้กลายเป็นปืนคู่มือในการเดินป่าเป็นปืนสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเลยทีเดียว..เล่าซาเห็นพันหยิบปืนกระบอกนี้ขึ้นมาลูบๆคลำๆ..พร้อมยกลองเล็ง..ชายชราถึงกลับยิ้มชอบใจกล่าว.. “เข้าใจเลือกนะคุณพัน..” พันยิ้มกล่าว.. “ก็เล่าซาบอกว่า..พวกผมเป็นพราน..พรานจะใช้อาวุธสงครามได้อย่างไรกันเล่า...”ทั้งสองสบตากันหัวเราชอบใจ..พันยังไม่ลืมหยิบ..มีดเดินป่า..กุรข่าน ที่ได้ชื่อว่าคมติดหนึ่งในศาสตราวุธที่คมและแข็งแกร่งที่สุดในโลก..พันชอบใจตั้งแต่ตอนไปฝึกร่วมที่อินเดีย..เห็นนักรบทมิฬใช้แล้วรู้สึกชอบ..แต่ยังไม่ลืมหยิบกล็อค19 มาด้วยหนึ่งกระบอก..พร้อมชุดจุดไฟ..และปืนคาร์บิน..ส่วนไกรนั้นเลือกเอาไรเฟิล ซีแซด .375 (Rifle CZ .375) เป็นปืนไรเฟิลที่ผลิตในสาธารณรัฐเชค มีลูกเลื่อนที่แข็งแรงเช่นเดียวกับปืนไรเฟิล เอฟเอ็น .375 ที่ใช้ลูกเลื่อนแบบเมอร์เซอร์ 98 โดยตัวย่อ CZ ลักษณะลำกล้องมีความหนาและหนัก เพื่อช่วยลดแรงปะทะและแรงถีบของปืนเมื่อเหนี่ยวไกยิง ปืนไรเฟิล ซีแซด .375 มีความแรงและเร็วของกระสุนแม็กนั่มแบบแม็กกาซีน บรรจุกระสุนได้ 4 นัดลำกล้องมีศูนย์หลังที่สามารถพับได้เมื่อต้องการเลือกระยะและวิถีในการยิง นี่ก็เป็นหนึ่งในอาวุธที่ใช้ในเพชรพระอุมา..ส่วนปืนพกนั้น ไกรถนัด 11 มม.มากกว่า..มันจึงเลือกหยิบ 11 มม. ที่อเมริกันใช้หยุดซามูไรสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง..หนุ่มวนไปวนมา..หยิบโน่น..จับนี่มั่วไปหมด..สุดท้ายมันมาหยิบลูบๆคลำๆปืนกระบอกหนึ่ง..ซึ่งแปลกตา.. “เฮ้ย..ตกลงมึงจะเอากระบอกไหนว่ะหนุ่ม..”ไกรชักรำคาญเดี๋ยวหยิบเดี๋ยววาง..หนุ่มเกาหัวหันมาส่งยิ้มยื่นปืนใหม่เอี่ยมกล่าว.. “เอากระบอกนี้..” เล่าซาถึงกับยิ้มร่า..เอามือลูบเครายาว.. “กล่าว..คุณหนุ่มตาถึงจริงๆ..กระบอกนี้ได้มาใหม่ๆล่าสุด..มันมีใช้แค่แปดประเทศ..นับเป็นปืนของสไนเปอร์ที่แรงที่สุดในตอนนี้ทีเดียว..”ไกรหันไปมองแล้วก็ขำ.. “เสียยี่ห้อปืนเขาหมด..ไอ้หนุ่มเอ๊ย....”หนุ่มถึงกับมองค้อนหันควับ.. “กล่าว..เอ้ออออ..พี่ไปดูใบประกาศผมไป..ผมนี่..แชมป์ยิงปืนของทร.นะจะบอกให้..ขอบอก...” พันถึงกับอดขำในคำพูดของไกรไม่ได้..กล่าว.บอกเพื่อน... “เออๆช่างมันเหอะ..ปล่อยมัน..ช่างมัน..”..หนุ่มลูบๆคลำๆยกปืนขึ้นส่อง..มันคือปืนสไนเปอร์ระยะไกล L115A3 AWM-Arctic Warfare Magnum ที่ยิงได้อย่างแม่นยำในระยะ 1500 เมตร มีใช้แค่ 8 ประเทศในปัจจุบันโดยพลซุ่มยิงชาวอังกฤษทำสถิติยิงไกลสุดโดยใช้สังหารพลปืนกลเบาสองนายในระยะทาง 2.4 กม.ในหุบเขา ที่อัฟกานิสถาน ขนาด : 8.59mm

น้ำหนัก : 6.8kg
ความยาว : 1300mm
ความเร็วปืน : 936m/s
ช่วงที่มีประสิทธิภาพ : 1100m+
เป็นปืนขนาด .308 ลาปัว หรือ 7.62-51 นาโต้ ปืนกระบอกนี้ใช้ขนาดลูกกระสุนปืน 7.62 มม. มันมีขนาดใหญ่กว่าลูกปืน M16 มาเลยนะซึ่ง M16 มันมีขนาดเพียง 5.56 มม.เท่านั้นเอง..
"ผมใฝ่ฝันมานานแล้วพี่...พลซุ่มยิงเคยฝึกเคยเรียนมา..แต่ครั้งนี้แหละจะได้ทำงานจริงๆเสียที.."หนุ่มกล่าว..ตบปืนกระบอกงาม..ราคาที่แพงมหาแพง...แล้วกล่าวต่อ..."ผมจะปกป้องดูแลพี่เอง...พี่พัน..พี่ไกร..."ทั้งพันและไกรรีบหันควับ..ชี้นิ้วพุ่งตรงมาที่หนุ่มยังกะนัดกันไว้..."มึงอย่าบอกนะว่าจะให้กูสองคนเข้าไปวางระเบิดส่วนมึงทำหน้าที่คุ้มกันให้กู.."เสียงของทั้งสองพูดประโยคเดียวกันและพร้อมเพรียงกัน..หนุ่มเอามือปิดปากหัวเราะคริกๆ...กล่าว.."แหมมมม...ยังกะอ่านสะคลิปมาเลยนะ..เหมือนกัน...พร้อมเพรียงกัน..ใช่...ผมนี่แหละจะปกป้องพี่เอง..พี่พัน..พี่ไกร..เชื่อมือผม..."ไกรส่ายหน้า.ร้องออกมา..มึงไม่ต้องเลย..กูไม่เชื่อน้ำหน้ามึง..."..หนุ่มย่นจมูกเบ้ปากกล่าว..."ผมเป็นครูนะพี่.."ไกรส่ายหน้า..."ต่อให้..ร้อยครูพันครูกูก็ไม่ไว้ใจมึง..".."โด่ววววววพี่ไกร..เขาเรียกผม...หนุ่มจับวาง...เคยได้ยินป่ะ.."พันยกมือสองข้างโบกไปมา.กล่าว.."พอๆกูรำคาญ..มึงอายเล่าซากันบ้าง..ทั้งคู่..แม่ง..ยังกะเด็ก..."หนุ่มยิ้ม..ยักคิ้วให้ไกร..ทำกนะซิบกระซาบ.."เห็นปะ..พี่พันจะแดกเอาละ..."...ทันใดก็มีเสียงประหลาด.."โป๊ก..."ก่อนจะมีเสียงร้องเล็ดรอดออกมา.."โอ๊ย..อูยยยยย..อะไรว่ะพี่ไกร..แพ้แล้วพาล.."..หนุ่มเอามือลูบหัวเมื่อมะเหงกของไกรสับลงกลางกระบาลเสียงสนั่น..จนนอมิอดที่จะขำไม่ได้ต้องเอามือเรียวงามของนางปิดปากจิ้มลิ้มหล่อนเอาไว้...ก่อนที่พันจะเอ็ดทั้งคู่.."เล่นเป็นเด็ก..."..เล่าซายิ้ม...กล่าว.."พวกคุณนี่น่ารักนะ..อารมณ์ดีกันจัง..แต่เขาว่ากันว่า..ฝีมือพวกคุณ..ฉมังกันทั้งนี้นเลย.."..พันยิ้ม..ส่ายหน้ากล่าว.."ใครช่างกล้าเอามาอวดอ้าง..เล่าซาก็เห็นๆ..มันไม่โตกันเลย..ผมละอาย..อ๊าย..อาย..." เล่าซาใช้มือเหี่ยวย่นลูบเครายาวสีดอกเลา..หัวร่อกล่าว.."5555..ผมอ่านประวัติพวกคุณเกือบร้อยเที่ยว..เกียรติประวัติที่กองทัพชมเชย..ก็กองพะเนิน..ผมเชื่อมือพวกคุณผมจึงเลือก.."..พันยิ้มค้อมกายกล่าว.."ขอบคุณครับเล่าซาที่เชื่อใจพวกเรา..เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด..."ทั้งหมดก็ออกจากคลังแสงของเล่าซา...ก่อนที่หนุ่มจะถอดประกอบปืนสไนเปอร์ของมันลงกล่อง..หนุ่มเป็นหนึ่งในพลซุ่มยิงในระดับต้นๆของกองทัพ..มีความเด็ดขาดในการยิง..แต่ท่าทางทะลึ่งทะเล้นในทีของมันเป็นอีกหนึ่งบุคลิคของมัน..แต่หากยามใดที่มันสวมวิญญาณของความเป็นครูเมื่อไหร่..ยามนั้นแหละนักเรียนเตรียมตัวสะท้านกัน..ขึ้นชื่อว่าเป็นครูที่โหดติดอันดับต้นๆเลยทีเดียว..ตัวใหญ่..มือตีนหนัก..เหมือนโดนฆ้อนปอนด์ทุบ..พันและไกรต่างรู้มือมันดี...ว่าหนุ่มมันเจ๋งแค่ไหน..แต่แค่หมั่นไส้มันก็แค่นั้นเอง...ทั้งสามรู้ไส้รู้พุงกันหมดว่ามีกี่ขดต่อกี่ขด..แค่มองตาก็รู้ใจ..ว่าจะทำอะไรต้องการสิ่งใด...เรื่องแกะรอย..เล็ดลอดหลบหนี..เรื่องกับดัก..ตามล่าสังหาร..นี่ต้องยกให้ไกร..เรื่องวางแผน..เรื่องการอ่านเกม..สถานการณ์..ต้องยกให้พัน..เรื่องบู๊ล้างผลาญ..ต้องคนบ้าๆอย่างหนุ่ม...หากทั้งสามมารวมกันเมื่อไหร่..เหมือนวงจะแตกทุกๆครั้ง..แต่...ภารกิจ..ไม่มีพลาดสักครั้ง...เสบียงอาหาร..อาวุธ..ทุกอย่างพร้อมสรรพ..หกคนชายห้าหญิงหนึ่ง..เช้าวันนี้อากาศแจ่มใส..ไม่ร้อนและหนาวเหน็บจนเกินไป...รถสองคันเคลื่อนตัวออกจากไร่ชาของเล่าซา..คันแรกเป็นรถยนต์โตโยต้าแลนด์ครุยเซอร์..สีดำ..เป็นรถยนต์ประกอบนอก..ตัวถังใหญ่..หกคนนั่งสบายๆ..ภายในรถประกอบด้วย..พัน ไกร หนุ่ม ลุงคำ นอมิ คนขับคือหนานหล้า...คันที่สองคือรถสัมภาระ..มีลูกน้องเล่าซาให้ขับตามมาอีกสองคน..ภายในบรรจุเสบียงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆที่หนุ่มกวาดโกยใส่รถ..พันยังเย้ามันก่อนรถจะออกว่า.."มึงเอาไปเยอะ..กูไม่ช่วยแบกนะ..ใครเอาอะไรคนนั้นรับผิดชอบ.."หนุ่มมองค้อน..ทำปากเหมือนบ่นขมุบขมิบแต่ไม่มีดสียง...จนเกือบเที่ยง..ขบวนได้มาถึงอำเภอแม่สาย..ลัดเลาะสู่ท่าขี้เหล็ก..เบี่ยงออกซ้าย....เข้าทางแม่ฟ้าหลวง..รถจอดนิ่ง..ฝุ่นตลบไปหมด..ไกรยกGPS ขึ้นจับดูพิกัด..เป็นความเคยชินของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษ..."แหม่...ดาวเทียมขึ้นยังพี่...เรื่อยเปื่อยนะเรา..."หนุ่มไม่วายกระเซ้ารุ่นพี่..ตามปาก..สันดานเดิมไม่เปลี่ยน.."หนุ่ม...มึงเป็นทหาร..หลังขนตูดกูอีก...แหม่ๆ..ติดยศเมื่อหัวฝนทำปากดี.."ทุกคนฮาครืน...เมื่อไกรตอกกลับ..หนุ่มเข้าให้..ปกติไกรจะไม่พูดค่อยจาเสียสักเท่าไหร่..แต่ครั้งนี้มันกลับไม่ลดลาวาศอกให้กับรุ่นน้องคนนี้..."พอๆ..มาๆนี่กันเลย...หนานหล้าได้ข่าวว่าเป็นทหารปืนใหญ่เก่าไม่ใช่รึ.."พันเรียกทุกคนมา..พร้อมหันมาถามหนานคำ..หนุ่มเชียงใหม่หน้าขาว...หนานคำยิ้ม..พยักหน้ากล่าว.."ครับพี่พัน.."หนานคำตอบพัน..หนุ่มมองหน้ามัน..ก่อนถาม.."นนส.รึหนาน..."หนานคำยิ้มพร้อมพยักหน้ากล่าวตอบ.."ครับ..พี่หนุ่ม..นนส.ทบ.รุ่น รีโมท.."หนุ่มหันมาจับมือเขย่า..เฮ้ย..รีโมทสามแปด..รุ่นเดียวกัน.." หนานคำยิ้ม..ยื่นมือออกมาจับ..มือหนุ่ม.บีบ.เขย่าเบาๆ.."จริงดิ..หนุ่ม.."หนุ่มฉีกยิ้มฟันขาว..พยักหน้า.."ทีนี้กูมีเพื่อนละ..ไม่กลัวล่ะ..มาเถอะ..พวกที่ข่มเหงกูตอนหัวเดียวกระเทียมลีบ..มาๆทีนี้ไอ้หนุ่มถวายหัว.."ทุกคนหัวเราะครืน..ในท่าทางของหนุ่ม..แม้แต่นอมิเองก็ตาม..ยังอดขำไม่ได้.."พอๆเรียกมาดูแผนที่..วางแผน..ไม่ใช่ให้มานับญาติไล่ลำดับกัน..มึงนี่ชอบชักใบให้เรือเสีย.."พันหันไปดุหนุ่ม..มันรีบห่อตัว..จากท่าทางที่วางกล้าม..เบ่งอวด..กลับนิ่ง..หันไปแลบลิ้นให้หนานคำกล่าว.กระซิบ..."กูไม่ได้กลัวนะเว้ยเพื่อน..ให้เกียรติรุ่นพี่.." โป๊ก..."โอ๊ย..อูยยย"เสียงมะเหงกที่ไกรสับลงกลางกระบาลรุ่นน้องเสียงสนั่น..แต่ไกรทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้..มือจับแผนที่หมุนให้ถูกทิศ..โดยใช้เข็มทิศประกอบ..เมื่อก่อนไม่มีจีพีเอสหาพิกัดที่อยู่ตัวเองก็จะยากหน่อย..โดยการเล็งเข็มทิศไปยังจุดใดจุดหนึ่งในภูมิประเทศสองจุดเป็นอย่างน้อย..แล้วมาทาบลงแผนที่ขีดเส้นลากตามมุมภาคทิศที่วัดได้..มันตัดกันตรงไหน..ตรงนั้นแหละคือที่อยู่ของตนในปัจจุบัน..แต่ปัจจุบัน. มีจีพีเอส..มันจะง่ายโดยนำพิกัดที่ขึ้นบนจีพีเอส..มาอ่านค่าในแผนที่. ก็จะได้จุดที่อยู่ปัจจุบันของตนเอง..ในแผนที่.."เราอยู่จุดนี้..ตามแผนที่..โดยเราจะเริ่มเข้าทางนี้ก่อน..แล้ววกออกมาทางซ้าย.."บนแผนทีทางทหาร ที่กรมแผนที่ทหารทำไว้มาตราส่วน 1:50000 ฉบับนี้..พิเศษกว่าแผนที่ทั่วไป..ตรงที่มีการวาดเขตพื้นที่ครอบครองของชนกลุ่มน้อยเอาไว้หมดสิ้น..โดยมีการแบ่งสีสันออกชัดเจน..ดูเหมือนของไทยใหญ่จะมีมากสูสีกับเขตอิทธิพลของว้าแดง..."พี่เราทำไมไม่เข้าทางนี้..."หนุ่มชี้มือบนแผนที่..ที่เป็นเขตอิทธิพลของไทยใหญ่..ที่มีเจ้ายอดศึกเป็นประมุข.."จริงๆพี่ก็อยากไปนะ..แต่เอ็งสังเกตุซิเส้นลายชั้นขอบเขาถี่ยิบ..เอ็งจะลำบากทำไม..อย่างน้อยๆประหยัดแรง..เวลาลงไปตั้งมาก.."พันอธิบายให้หนุ่มฟังเรื่องแผนที่เข็มทิศนี่ต้องยกให้เหล่าทหารปืนใหญ่..สามารถอ่านพิกัดได้อย่างชำนาญและแม่นยำ...เพราะหากอ่านพิกัดผิดพลาด..คงมีหวังการยิงปืนใหญ่สนับสนุน..คงจะหย่อนลงกระบาลพวกเดียวกันอย่างแน่นอน..แทนที่จะถล่มฝ่ายตรงข้าม..หนานหล้าอดีตผู้ตรวจการณ์หน้า..ของกองกำลังผาเมือง..ที่คอยรายงานพิกัด..ให้ปืนใหญ่ยิ่งถล่มข้าศึกที่ตรวจการพบ..เขาว่ากันว่าทหารปืนใหญ่เดินทางด้วยยานยนต์ล้อร้อยเปอร์เซ็นต์...คงมีแต่ผู้ตรวจการณ์หน้า..ที่ต้องเดินเท้าย่ำดอย..ร่วมหัวจมท้ายกับทหารราบ..ราชินีแห่งสนามรบ.ถือเป็นผู้ชี้ชะตาผลแพ้ชนะแห่งสงคราม...หนานหล้าเป็นคนพูดน้อย..ได้แต่ยิ้ม..ผิดกับหนุ่ม..ที่พล่ามไม่หยุด..."หนานหล้า..รับผิดชอบแผนที่เข็มทิศก็แล้วกัน..พันกล่าว...พร้อมยื่นแผนที่ที่เคลือบด้วยพลาสติกใสบางพับแบบหีบเพลงให้กับหนาน.."อ้าวแล้วผมละ...พี่พัน..ผมนี่ก็เด็ดนะคร๊าบบบบเรื่องแผนที่เข็มทิศ.."พันยิ้ม..กล่าว.."เออ..งั้นเอ็งก็ดูแล..เพื่อนละกัน..ช่วยแนะนำด้วย..โอเคไหม..."หนุ่มยิ้มปากบานโชว์ฟันขาว...ชอบใจ..กล่าว.."ยินดีที่สุดครับพี่พัน.."ทุกคนขำๆเพราะเขาฟังออกว่าพันประชด..."หนานหล้า..ในฐานนะ.ที่เจ้า.ที่เป็นอดีต ผตน. ลองอธิบายการวางกำลังของกองกำลังชนกลุ่มน้อยให้พี่ฟังบ้างสิ..ได้เปล่าว่ะ..."หนานหล้า..ยิ้มพยักหน้ากล่าว.."ได้ครับพี่.."แผนที่ทางทหาร1:50000 ถูกกางออกอีกครั้ง...เส้นชั้นความสูง..สีน้ำตาลพร้อมหมายเลขกำหนดค่าความสูง..นี่ดอยแหลม..เชียงใหม่..ฟากถัดมาหน่อยเอ็นดอยลาง...กองกำลังว้าจะอยู่แถบนี้มากพอสมควร..ยาวไปตลอดแนวจนยันดอยสันขวาง..ปายสองแง่..จรดแม่ฮ่องสอน..
"นี่แผนที่ของรัฐฉาน..จะแบ่งเป็นรัฐฉานเหนือและใต้.โดยรอบก็จะมีกองกำลังชนกลุ่มน้อยกระจายโดยรอบ ตั้งแต่กะยา กระเหรี่ยง คะฉิน ชิน .กองทัพรัฐฉานเหนือและใต้มีอุดมการณ์การเมืองต่างกัน..ในอดีต..
เจ้าแม่นางเฮือนคำ มหาเทวีเจ้าฟ้าส่วยแต้ก
ได้ก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่..ต่อสู้ประกาศเป็นอิสระไม่ขึ้นกับรัฐบาลพม่าหลังจากที่ถูกพม่าฉีกสัญญาปางหลวง..ในครั้งนั้น.เรื่องนี้ต้องถามลุงคำ..แกรู้ดีทุกอย่าง..รู้ทุกกลุ่ม..."หนานหล้ากล่าวชี้มือมาทางลุงคำ..ลุงคำยิ้มกล่าว..."..ที่นี่.หากสามัคคีกัน..รวมตัวกัน..กลมเกลียวสามารถหล่อหลอมเข้าด้วยกันได้..รับรองเถิดว่า..มิมีใครทำอะไรเขาได้เลย..เฮ้ออออ.."ลุงคำกล่าวพร้อมกับทอดถอนหายใจ..กล่าวต่อ.."ขุนส่า หรือจางซีฟู..ราชายาเสพติด..เข้าป่าก่อตั้งกองกำลังไตรวมพลัง(SUA)..สุดท้ายก็ถูกทางการพม่าจับและยอมเข้ามาอยู่ฝ่ายพม่าเพื่อแลกกับการส่งตัวไปสหรัฐ..เพื่อรับโทษฑัณ.."ลุงคำกล่าวเป็นฉากๆ..ในตอนนั้นซึ่งทางฝ่ายเหนือSSAก็ได้ ก่อตั้งพรรคสวัดิภาพแห่งรัฐฉาน (SSPP) ที่รัฐฉานภาคเหนือ จากนั้น..SSPP/SSA และSURA รบกันที่รัฐฉานภาคกลางและภาคใต้ต่างคนต่างแย่งกันเป็นใหญ่ในพื้นที่สูงต่อมา..SSPP/SSA ได้เชื่อมสัมพันธ์ กับจีน SSAรัฐฉานภาคเหนือ กับภาคใต้ได้แตกสามัคคี
และรบกันเพราะอุดมการณ์ทางการเมืองจนSSAสามารถรวมตัวกันได้ดังเดิม
ปี2522 SSA ได้ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์พม่า
จนประมาณปี2532 พรรคคอมมิวนิสต์พม่า (BCP) ได้สลายตัวไป..
กองทัพสหรัฐว้า (UWSA) ทำสัญญาหยุดยิงกับพม่า
SSA ภาคเหนือทำ สัญญาหยุดยิงกับพม่า
เมื่อประมาณปี2538 เจ้ากานยอดผู้บัญชาการกองกำลังกองทัพเมืองไต
ภาคเหนือ ประกาศแยกตัวจากกองทัพเมืองไต(MTA) ."ลุงคำกล่าวชี้ให้ดูภาพร่างลายเส้นหยุกหยิก...วาดแบ่งสีให้เห็นเด่นชัด..


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นิยายภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่12 / 2 เพชรฆาตเย็น

นิยายภารกิจลับทลายยานรก ตอนที่11, สมิงดง 2,

นิยาย ภารกิจลับทลายยานรก, ตอนที่11 ,สมิงดง 1, .